ลำดับการเตรียมงาน พระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Home / In focus / ลำดับการเตรียมงาน พระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชพิธี พระเมรุมาศ

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็น พระราชพิธี ที่รัฐบาลไทยจัดขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ภายหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดขึ้น ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 สำหรับการดำเนินการพระราชพิธีฯ นั้น คณะทำงานทุกฝ่ายได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชพิธี ได้มีการซ่อมแซมพระมหาพิชัยราชรถ พระยานมาศสามลำคาน ราชรถน้อย พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์ เพื่อพร้อมใช้ในพิธีจริง นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างราชรถ ราชยานขึ้นมาใหม่ คือ ราชรถปืนใหญ่ และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย รวมทั้งประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศในพระราชพิธีครั้งนี้ได้มีการปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์วินิจฉัยในการจัดสร้างพระเมรุมาศ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานอำนวยการพระราชพิธี

การเตรียมงาน

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เริ่มเตรียมการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เรื่อยมา มีการสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ การบูรณปฏิสังขรณ์พระมหาพิชัยราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระราชพิธี รวมถึงการเตรียมงานมหรสพในงานออกพระเมรุมาศ โดยสรุปแล้วเรียงลำดับการเตรียมงานได้ดังนี้

พ.ศ. 2559

  • 3 พฤศจิกายน ปรับพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวงให้รองรับการจัดพระราชพิธี
  • 14 พฤศจิกายน บวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม
  • 19 ธันวาคม บวงสรวงพระมหาพิชัยราชรถ
  • 20 ธันวาคม ช่างสิบหมู่รับมอบไม้จันทน์หอม
  • 26 ธันวาคม ปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ

พ.ศ. 2560

  • 27 กุมภาพันธ์ บวงสรวงยกเสาเอกเพื่อเริ่มการก่อสร้างพระเมรุมาศ
  • 1 มีนาคม ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ครั้งแรก ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงร่วมการประชุมด้วย
  • 24 มีนาคม บวงสรวงราชรถปืนใหญ่
  • 1 พฤษภาคม ส่งมอบราชรถปืนใหญ่ให้กรมศิลปากร
  • 5 พฤษภาคม กรมศิลปากรเคลื่อนย้ายราชรถปืนใหญ่ไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อดำเนินการตกแต่งให้สมพระเกียรติ
  • 26 มิถุนายน ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ครั้งที่ 2
  • 6 กรกฎาคม ติดตั้งกล้องและเครื่องเสียงในการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
  • 21 กันยายน บวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศ
  • 2 ตุลาคม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ตรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ
  • 4 ตุลาคม มีการเปิดเผยว่าพระเมรุมาศจะเสร็จสิ้นการก่อสร้างในวันที่ 10 ตุลาคม
  • 11 ตุลาคม คณะทูตานุทูตจาก 65 ประเทศเข้าเยี่ยมชมการก่อสร้างพระเมรุมาศและราชรถ
  • 12 ตุลาคม ซ้อมยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศครั้งแรก
  • 13 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความคืบหน้าในการจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบเป็นการส่วนพระองค์
  • 16 ตุลาคม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เปิดเผยว่าการก่อสร้างพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100%
  • 17 ตุลาคม ซ้อมยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศครั้งที่ 2
  • 18 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินมาในการพระราชพิธีทรงยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เป็นอันเสร็จสิ้นการก่อสร้างพระเมรุมาศอย่างสมบูรณ์

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

คณะรัฐมนตรีรับทราบมติที่คณะอนุกรรมการฯ ฝ่ายจัดการพระราชพิธีฯ กำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 พร้อมทั้งพิจารณาหมายกำหนดการพระราชพิธีฯ และกำหนดจำนวนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศไว้เป็นที่เรียบร้อย โดยมีพระราชพิธีสำคัญ ได้แก่ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ในวันที่ 25 ตุลาคม, พระราชพิธีเชิญพระบรมโกศออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษด้วย, พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิและเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 27 ตุลาคม, พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ในวันที่ 28 ตุลาคม, พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ในวันที่ 29 ตุลาคม

วันพุธที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560
เวลา 15.00 น. – พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

แต่งกายเต็มยศ มหาจักรีบรมราชวงศ์ และมงกุฎไทย ไว้ทุกข์

วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 (คณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ)
เวลา 07.00 น. – พระราชพิธีเชิญพระบรมโกศออกพระเมรุมาศ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยริ้วขบวนที่ 1
เวลา 07.30 น. – เชิญพระบรมโกศจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยริ้วขบวนที่ 2
เวลา 08.30 น. – เชิญพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ 3 รอบ แล้วอัญเชิญพระบรมโกศประดิษฐานบนพระเมรุมาศ โดยริ้วขบวนที่ 3
เวลา 16.30 น. – พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (พระราชพิธีทางการ)
แต่งกายเต็มยศ มหาจักรีบรมราชวงศ์ และ ช้างเผือก ไว้ทุกข์
เวลา 22.00 น. – พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (พระราชพิธีจริง)

แต่งกายปกติขาว ไว้ทุกข์

วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560
เวลา 08.00 น. – พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง
เวลา 11.00 น. – เชิญพระบรมอัฐิ ออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยริ้วขบวนที่ 4
เวลา 12.00 น. – เชิญพระบรมอัฐิ เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานบนแว่นฟ้าทองด้านทิศเหนือ และเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารไปยังพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

แต่งกายเต็มยศ ปฐมจุลจอมเกล้า และปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ไว้ทุกข์

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560
เวลา 17.30 น. พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

แต่งกายเต็มยศ มหาจักรีบรมราชวงศ์ และช้างเผือก ไว้ทุกข์

วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560
เวลา 10.30 น. – พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเลี้ยงพระ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
เวลา 12.00 น. – เชิญพระอัฐิออกพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยริ้วขบวนที่ 5
เวลา 12.05 น. – เชิญพระอัฐิเข้าสู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ประดิษฐานบนพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ ด้านทิศตะวันออก
เวลา 17.30 น. พระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยริ้วขบวนที่ 6

แต่งกายเต็มยศ ปฐมจุลจอมเกล้า และปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ไว้ทุกข์

ขอขบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก :
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
http://www.utcc.ac.th/index.php/th/news/Prnews_detail/6955