ลดน้ำหนักแบบ ลองผิดลองถูก แต่เห็นผลจาก 96 เหลือ 64 กิโลกรัม

Home / health&firm / ลดน้ำหนักแบบ ลองผิดลองถูก แต่เห็นผลจาก 96 เหลือ 64 กิโลกรัม

ลดน้ำหนักแบบ ลองผิดลองถูก จาก 96 เหลือ 64 กิโลกรัม
จนได้วิธีมีรูปร่างดีตลอดไป ไม่กลัวอีกแล้วความอ้วน!

page555

การจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันไม่มีอะไรต้องเตรียมมากนอกจากเตรียมใจ ใช่ครับ ใจเท่านั้นคือสิ่งที่จะทำให้เราสามารถต่อสู้กับความต้องการของตัวเองได้ ถ้าอยากหุ่นดี เราก็ต้องมีใจที่สู้ ไม่ใช่รู้สึกเหนื่อยแล้วท้อแล้วก็ก็เลิก โดยวันนี้ Men.MThai เราจะขอนำเสนอเรื่องราวดีๆ ในการกำจัดความอ้วนได้อย่างดี และยังเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนหันมาเริ่มดูแลร่างกายของตัวเองมากขึ้นเหมือนกับที่ คุณ สมาชิกหมายเลข 2848303 สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ได้มาแบ่งปันกับเรานั่นเอง

nzfpk4mjxhzrt5se5c5-o-horz

พื้นเพผมเป็นคนอ้วนตั้งแต่เด็ก ลดความอ้วนครั้งแรกตอน ม.2 ด้วยการลดอาหาร งดน้ำอัดลม (มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าไปงานเลี้ยงหรือสังสรรค์ที่เลี่ยงไม่ได้ก็ดื่มได้ปกติครับ) แต่สิ่งที่ทำให้กลับมาอ้วนอีกคือ ขนม ของทอด ของมันและของหวานที่ไม่เคยคิดจะอดเลย ไม่นานก็กลับมาอ้วนใหม่

ตอนเข้าปี 1 ตอนนั้นน้ำหนัก 80 กิโลกรัม จนเวลาผ่านไป 1 ปี ขึ้นมาเป็น 86 ก็ตัดสินใจลดอีก แต่ครั้งนี้ใช้วิธีอด 2 วัน กิน 1 วัน ครับ เพียงไม่ถึง 2 เดือน น้ำหนักหายไปเกือบ 20 โลครับ แต่สิ่งที่ตามมาคือปวดท้องอย่างแรงจนเพื่อนต้องหามส่ง รพ.

nzhkqlhwlbAscAkjxIq-o

หลังจากนั้นก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แค่เนื่อง จากปี 3-4 เป็นเด็กกิจกรรม จึงใช้พลังงานมหาศาล555 เลยน้ำหนักไม่ค่อยขึ้นก็ประคองๆหลัก 6 ปลายๆ มาตลอด จนจบเริ่มทำงานปีแรกก็ทรงตัว หลังจากนั้นได้ขึ้นเลข 7 เลข 8 และในที่สุดเมื่อสิ้นปี 2557 ก็มาจบที่หลัก 9 ไม่หยุดครับ ต้นปี 2558 ก็ไปต่อ จนช่วงกุมภาพันธ์ 2558 ถือว่าพีคครับ 96 กิโลกรัม เอว 38 นิ้ว

กินดึกกินดื่นกินของมันของทอดขนมของหวานดึกๆทุกวัน จนร่างกายเริ่มต่อต้าน ในคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 ท้องเสียอย่างรุนแรง ชั่วโมงละรอบ ทั้งคืนจนเช้าทำงานไม่ไหว ต้องไป รพ. หมอบอกว่ากระเพาะและลำไส้อักเสบ ต้องงดอาหารหนัก 2 สัปดาห์ กินโจ๊ก ซุป ข้าวต้มแทน

ผ่านไปครบ 2 สัปดาห์ดีใจมาก จะได้กลับมากินปกติแล้ว เอ๊ะ!!! เหมือนตัวเบาๆ ชั่งน้ำหนักนิดดีกว่า โอ้!!!! น้ำหนักลงครับ ลงมา 3 กิโล นี่จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความอ้วนครั้งสุดท้ายของชีวิตผม

nzfpz4wnssVut7ETKrc-o

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2558 ผมก็ลดอย่างจริงจังมากมาย คือ ทานน้อยลงมากๆๆๆ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนอาหารแต่อย่างใดนะครับ และจุดโหดคือ วิ่งๆๆๆๆๆ วิ่งจนปวดเข่าก็วิ่งๆๆๆๆ วันละ 20 กิโลเมตร เช้า 10 เย็น 10 กิโลเมตร ไม่ช่วงเดือนนี้ไม่ได้เข้าฟิตเนสนะครับ วิ่งที่สวนสาธารณะอย่างเดียวครับ “สวนนวมินทร์ภิรมย์”

ที่นี่ดีมากครับบรรยากาศดี อากาศโปร่งโล่งสบาย ปลอดภัย มีป้ายบอกระยะทางทางชัดเจนทุกๆ 200 เมตร ก็ทำแบบนี้ ตลอด 1 เดือน มีแอบกลับไปใช้วิธีเดิมอยู่คืออด (แต่วิธีที่ผมทำในเดือนนี้ ไม่ถูกต้องนะครับ แต่เดี๋ยวเดือนหน้าหนักกว่า) ผลปรากฏว่า สิ้นเดือนมีนาคม 2558 น้ำหนักลดครับ ลดไป 10 โล โอ้โห!!!! 1 เดือนมหัศจรรย์ กำลังใจมาล่ะสิครับทีนี้

ไปกันต่อเลยนะครับสำหรับเดือนเมษายน 2558 เนื่องจากเดือนนี้เป็นเทศกาล มีวันหยุดยาว ผมมีเวลาจริงจังกับมันน้อยลง แต่ไม่ลดระดับความเข้มข้นครับ ช่วงต้นเดือนถึงก่อนหยุดช่วงสงกรานต์ผมก็ทานน้อยลงกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนอาหาร แต่เพิ่มการวิ่ง เช้า-เย็น

nzfpzjmn57lxW8Zq21G-o

ทีนี้เหมือนร่างกายเริ่มปรับตัวได้ เลยเหนื่อยน้อยลงวิ่งทำระยะทางติดต่อกันได้มากขึ้นที่ทำได้ก็ประมาณ 3 รอบ 6 กิโลเมตร แต่วิ่งไม่เร็วนะครับ ผมยังไม่ได้ศึกษาจริงจังว่าการเบิร์นควรทำอย่างไรในช่วง 3-4 เดือนแรกนี่แทบใช้คำว่างมโข่งเลยครับ ไม่ศึกษา ไม่อะไรทั้งสิ้น รู้แต่ว่า กินน้อย วิ่ง แล้วน้ำหนักลด มันจริงๆนะครับ ตั้งแต่ที่ท้องเสีย ยันสงกรานต์ หุ่นลงด้วย (แต่ไม่รู้เลยว่าที่หายไป มันเป็นไขมันน้อยมาก หายไปแต่น้ำกับกล้ามเนื้อ) จากเอว 38 มาเหลือ 35 นิ้วครับ ไงครับเกือบ 2 เดือน น้ำหนักก็ลงมาอยู่ที่ 79 กิโลกรัม

แต่วันที่ 12-22 เมษายน ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเพราะกลับบ้านและลงไปเที่ยวใต้ จนน้ำหนักกระดิกขึ้นกางเกงใหม่เริ่มอึดอัด เลยกลับมาเอาจริงเอาจังอีกครั้งทีนี้ยาวเลยครับ ใช้วิธีเดิมๆจนถึงช่วงสิ้นพฤษภาคม น้ำหนักก็ยังลงนะครับ ตอนนี้มาเหลือ 74 กิโลกรัม ครับ จากนี้แหละครับ เริ่มประสบภาวะน้ำหนักค้างหลายรอบในช่วงเดือน มิถุนายนถึงสิ้นกันยายน แต่อาจเป็นเพราะผมลดการวิ่งลงด้วย เปลี่ยนมาเข้าฟิตเนสบ้างไม่จริงจังเท่าไหร่ อาหารก็กินแบบเหมือนจะลดน้ำหนัก555 ปล่อยผีบ่อยๆ งัดข้อกับร่างกายด้วยวิธีผิดๆ ย้ำครับ ผิดๆ แต่น้ำหนักก็ขยับลงบ้างขึ้นบ้าง ค้างบ้าง จนมาอยู่ที่ 71 กิโลกรัม เอวมาอยู่ที่ 32-33 นิ้วในช่วงสิ้นเดือนกันยายน

nzfqy76az2JUhXlr3Ke-o

จากนี้ล่ะครับ คือ จุดเปลี่ยนชีวิต ที่ผมบอกกับตัวเองและคนอื่นได้เลยว่า “ผมจะไม่มีทางกลับมาอ้วนได้อีก” จากการเริ่มศึกษาอย่างจริงจังจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในการลดความอ้วน จากในอินเตอร์เน็ตนี่ล่ะครับ หาข้อมูลต่างๆทั้งการกินและการออกกำลังกาย ผมเปลี่ยนคำแล้วนะครับ แต่ก่อนผมใช้คำว่าลดน้ำหนัก ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาเป็น “ลดความอ้วน” จนผมได้วิธีที่น่าจะดีที่สุดที่ผมใช้มาจนถึงวันนี้ราวเกือบๆ 3 เดือนครับ แต่ก็ยังศึกษาอยู่นะครับ เพราะเชื่อว่าทางขึ้นเขามีหลายทาง

ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมมา หลังจากมีข้อมูล ประกอบกับหุ่นเหมาะแก่การสร้างกล้าม จึงโฟกัสเพิ่มมาเป็นสร้างกล้ามเนื้อด้วยและเอาน้ำหนักลงด้วย แต่ครั้งนี้น้ำหนักที่ลงผมขอให้เป็น “ไขมัน”ซะส่วนใหญ่ครับ มันยากและหนักนะทำสองอย่างไปพร้อมๆกัน!!! แต่ทุกอย่างอยู่ที่ “ใจ” ครับ เพราะผมเรียนรู้ว่าการลดความอ้วนที่ถูกคือเอา “ไขมันที่ไม่ดี” ออกจากร่างกายให้เหลือใน%ที่พอเหมาะ และเอา “ของใหม่ที่ดี” ใส่เข้าไป ทำได้ 2 วิธีควบคู่กันเท่านั้น คือ “ดูแลโภชนาการอาหาร (ส่วนใหญ่เรียกคุมอาหาร) และ ออกกำลังกาย” ผมได้หลักจากคนดังมาข้อหนึ่งว่า “อย่าใช้การออกกำลังกายมาชดเชยการกินที่แย่ เพราะมันทำไม่ได้”

เรื่องการกินก่อนนะครับ

nzfs7vfrvIj0vs2N79d-o

ผมแบ่งอาหารออกเป็น 5 มื้อครับ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ยิ่งดื่มยิ่งผอม!!! คือเช้ามื้อนี้ผลกินกล้วยหอม 2-3 ลูกทุกวันกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องครับ 08.00-08.30 น. สาย 10.00-10.30 น. กลางวัน 12.30-13.00 น. บ่าย (ก่อนเข้ายิมมื้อนี้จัดหนักครับเน้นคาร์บกับโปรตีน 15.30-16.00 และสุดท้ายดึกหน่อยเพราะกว่าจะออกจากยิมก็มืดแล้วและควรเว้นระยะห่างด้วย 20.30-21.00 น. หรืออาจดึกกว่านั้น แต่ไม่เกิน 22.30 น. เพราะผมนอนเที่ยงคืนนิดๆครับ

คนมักเข้าใจผิดว่า “แป้ง” คือตัวการทำให้อ้วน จริงๆมันก็ไม่ผิดเสียทีเดียว “ถ้ากินมากเกินความจำเป็น” อาหารมีประโยชน์อื่นๆก็เช่นกัน ฉะนั้นให้ลดแป้งตามความต้องการใช้ในช่วงเวลา เช่น เช้า-เที่ยง ร่างกายต้องใช้พลังงานและต้องเผื่อไว้ครึ่งวันบ่ายก็ทานได้ปกติ แต่หลังช่วงบ่ายไปก็ให้ลดไม่ใช่ “งด” สำหรับแป้ง หลักๆผมจะได้จากข้าวและขนมปังครับ ข้าวผมจะเปลี่ยนเป็นข้าวไรซ์เบอรี่ไม่ผสม (หุงเอง) ส่วนใหญ่จะผสมลูกเดือย ถั่วขาว และถั่วแดงลงไปด้วย ส่วนขนมปังเปลี่ยนเป็นโฮลวีตธัญพืช หรือของทั่วไปตามเซเว่น ถ้าวันไหนอยากกินเส้นก็เป็นเส้นหมี่ข้าวกล้องเอามาทำอาหารครับ

ทีนี้มาดูกับข้าวผมบ้างนะครับ

nzft7tfutcTwqZrqvlw-o-horz

สิ่งที่ทำหลักๆเลยคือ งดของทอดและของมัน ทำทานเองครับ “ไม่ใช้น้ำมันทุกชนิด ไม่ใส่น้ำตาลหรือสารให้ความหวานทุกชนิดและไม่ใส่ผงชูรส ควบคุมปริมาณโซเดียม ครบ 5 หมู่” แต่ถ้าจำเป็นต้องกินจากร้านก็เลือกกินได้ครับ เช่น เคเอฟซี ก็เอาหนังกับแป้งออก ร้านอาหารตามสั่งก็เลือกเมนูที่ใช้น้ำมันน้อยกำชับเรื่องรสชาติ หรือเข้าเซเว่นซื้อเอาครับ แค่นี้ก็อยู่ได้อย่างสบายครับ

nzftajfrsSbB0fChY4C-o-horz

ขนมกรุบกรอบก็กินได้ครับเดี๋ยวนี้ขนมเพื่อสุขภาพไม่ทอดไม่ใช้น้ำมันไขมันต่ำขาย เช่น ธัญพืชบาร์ 10 บาท ลูกเดือยอบกรอบ 10 บาท เม็ดฟังทอง เมล็ดทานตะวัน (ก็เลือกสูตรที่โซเดียมต่ำๆไม่มีแป้งหรือมีน้อย น้ำตาลน้อยสุด แคลอรี่น้อยสุดเปรียบเทียบหลายๆยี่ห้อจากข้อมูลโภชนาการหลังซอง) ตัวอย่างอาหารที่ทำเองมีทั้งของคาวและของหวาน แต่ไม่ทิ้ง Concept ครับ

nzft929jnR96W5eg2rx-o-horz

ถ้าจะคุมแคลอรี่ด้วย มื้อหนึ่งก็จัดไปเบาๆสัก 300 พออิ่มครับ อย่าลืมเรากิน 5 มื้อ ไม่ต้องกลัวหิว หิวก็กินมื้อที่ 6 และ 7 ได้ครับ แต่เบาแคลอรี่มานิด เป็นสแน๊คก็ได้สักบาร์สองบาร์ ท่องไว้นะครับ ยิ่งกินบ่อย ยิ่งผอม ถ้ากินแบบถูกวิธีนะ แล้วอย่าลืมเว้นระยะห่างของเวลาให้ดีด้วยครับ ตารางแคลอรี่ศึกษาได้จากอินเตอร์เน็ตครับ ทุกครั้งที่ที่จะกินนอก 5 มื้อหลัก ให้ถามตัวเองให้แน่ใจว่า “หิวจริง หรือ แค่อยาก???”

ต่อมาเป็นเรื่องของการออกกำลังกายครับ

nzftymwb8gH0uepjjyt-o

ผมเน้นเข้ายิมครับ ทำสองอย่างควบคู่กันไปตลอดคือ เวท กับ คาร์ดิโอ เพราะผมต้องการเอาไขมันออก…ไม่รู้สำเร็จไหม 2 เดือนกว่าๆผ่านไป น้ำหนักผมหายไปแค่ 7 กิโลกรัม เหลือ 64 กิโลกรัม (ตอนนี้ไม่ลงแล้วครับ กำลังขุนให้ขึ้นด้วยของดีๆที่กินเข้าไปใหม่เพื่อสร้างกล้าม) เอวเหลือ 30-31 นิ้วครับ ผมเข้าสัปดาห์ละ 6 วันครับ เดือนตุลาคม เข้าวันละ 3-4 ชั่วโมง พอได้รับคำแนะนำจากพี่ๆน้องๆในยิมก็บริหารจัดการเวลาใหม่เป็นครั้งละ 1.5-2 ชั่วโมง

nzfupy1b1iTTMqCPrl4-o

ผมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกส่วนครับยังไม่จำเพาะเจาะจงส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่อาจเป็นเพราะผมดูแลอาหารด้วยจึงเห็นผลลัพธ์ค่อนข้างเร็ว ย้ำนิดนะครับ การกินผมเน้นโปรตีนในมื้อหารหลักนะครับ ตามกฎ “กินถึง” แต่ก็ไม่เคยครบ และ “เล่นถึง” ก็ยังไม่ถึง แต่กำลังจะถึงครับ หลังๆ มามีพี่ๆ แนะนำการเล่นให้โดนครบเกือบทุกจุดล่ะ ไม่นานเกินรอครับ

nzfud3awytoXiLoU767-o

ในที่สุดผมก็ได้วิธีการไม่ทำให้ตัวเองกลับไปอ้วนอีก ลอกเลียนแบบได้ครับ หรือเอาไปปรับใช้ อะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่กำลังตามหาฝันเหมือนผมอยู่ ผมยินดีครับ หรือจะแอดเฟชมาคุยแชร์ ประสบการณ์กันก็ได้ครับ เพราะผมยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ยังอยากได้คำแนะนำดีๆจากคนคอเดียวกันหรือผู้มีประสบการณ์อยู่ สามารถติดต่อที่ Facebook ส่วนตัวผมได้ที่ Mylife MyInspiration

nzfuuqhrgi41YDkpGLr-o

Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก
คุณ สมาชิกหมายเลข 2848303 สมาชิกเว็บไซต์ Pantip
Mylife MyInspiration / Facebook
http://pantip.com/topic/34567594