ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?

Home / health&firm / ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?

ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?

 

ไมเคิล ดักลาส เป็นที่ฮือฮาและแอบฉาวอยู่ไม่น้อยเมื่อซูเปอร์สตาร์รุ่นใหญ่อย่าง ไมเคิล ดักลาส ออกมาเปิดเผยว่าที่ตนเป็น มะเร็งลำคอ นั้นมีสาเหตุมาจากที่ตนชอบทำ “ออรัลเซ็กส์” หรือการทำรักด้วยปาก ซึ่งสร้างความประหลาดใจไม่แก่คนจำนวนมากไม่น้อย ว่าแค่การทำออรัลเซ็กส์เนี่ยน่ะเหรอ ถึงขั้นทำให้เป็นมะเร็งได้!?!?! จนทำให้หนุ่มๆสาวๆชะงักแพลนเติมไฟรักกันเป็นแถว

ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?  รูปที่ 1
ไมเคิล ดักลาส มะเร็งลำคอ

 

 

เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล จึงได้อธิบายบทความเชิงการแพทย์ถึงกรณีดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน ตามนี้

                                                                                                       

ไมเคิล ดักลาส เป็น โรคมะเร็ง ได้อย่างไร?

ดาราฮอลลีวูด วัย 68 ปี เจ้าของผลงานภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Basic Instinct  Fatal Attraction  และ วอลล์ สตรีท เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ หลังจากป่วยเป็นมะเร็งลำคอมานานเป็นเวลา 3 ปี

สาเหตุที่เขาเป็น มะเร็งลำคอ ไม่ได้เกิดจากการติดเหล้า หรือสูบบุหรี่จัด ตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย  แต่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หรือ Human papilloma virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัส ที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์  โดยไมเคิล บอกว่า ในกรณีของเขา เกิดจากการทำรักด้วยปากหรือออรัล เซ็กซ์ ให้กับผู้มีเชื้อโรคไวรัสตัวนี้ ไม่ระบุว่าเป็นใครนะครับ เพราะลุงไมเคิลแกผ่านสนามรักมาเย้อะมาก

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ลุงแกไมเคิลเคยเข้ารับการรักษาอาการเสพติดมาแล้ว โดยบางคนบอกว่า เป็นอาการเสพติดการร่วมเพศ หรือ sex addiction น่านเอง แต่ลุงนักรักแกปฏิเสธว่า จริงๆ แล้วเป็นการบำบัดอาการติดเหล้า แต่เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2553 ท้ายที่สุด ไมเคิล ดักลาส ก้อเคยเปิดใจในรายการทอล์ก โชว์ ของ “เดวิด เลทเทอร์แมน” มาแล้วว่า อาการมะเร็งลำคอของเขาอยู่ในขั้นที่ 4 และหากถึงขั้นที่ 5 หมายถึง เขาอาจต้องเสียชีวิตทันที

ไวรัส HPV เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูด และอาจทำให้ผู้ติดเชื้อเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้

โดยในประเทศอังกฤษ HPV นับเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แพร่หลายมากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากโรคหนองในเทียม HPV สามารถแพร่กระจายได้ ผ่านการสัมผัสร่างกายแบบผิวหนังต่อผิวหนังและเรามีแผลเปิดให้เชื้อไวรัสเข้ามาทางแผลได้ รวมถึงการทำออรัล เซ็กซ์ ซึ่งแน่นอนถ้าเรามีแผลในปากหรือฟันผุก็เป็นโอกาสให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน และระหว่างนั้นหากภูมิต้านทานเราไม่ดี ไม่สามรถต่อต้านเชื้อไวรัสตัวนี้ได้ เราก้อมีโอกาสติดเชื้อสูงมาก

นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ อาจไม่มีอาการอะไรแสดงออกมาเลย หรือใช้เวลานานนับปีกว่าจะแสดงอาการออกมา และมีความเป็นไปได้ ที่จะแพร่กระจายเชื้อนี้ไปสู่ผู้อื่น ทั้งในช่วงก่อนหน้าแสดงอาการ หรือหายขาดจากโรคติดต่อจาก HPV แล้ว เสี่ยงไหมหล่ะครับ โรคนี้

ส่วนวิธีป้องกัน  แนะนำให้ผู้ชายสวมใส่ถุงยางในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โดยวิธีนี้แม้จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผิวหนังบริเวณที่เกิดโรคยังอาจสัมผัสกันได้ แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงได้มาก

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเผยอีกว่า การเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ก็เป็นอีกสาเหตุที่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อไวรัสตัวนี้ แต่ทุกวันนี้ โชคดีที่เรามีขณะที่เรามีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีบางสายพันธุ์ที่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่การฉีดวัคซีนจะได้ผลก็ต่อเมื่อ ผู้มีโอกาสเสี่ยงได้รับวัคซีน ก่อนการสัมผัสกับเชื้อโรคนี้แล้วเท่านั้น ถ้าติดไปแล้ว ก็สายเกินไป

มะเร็งช่องปา คืออะไร สาเหตุที่เป็นมีอะไรบ้างหล่ะ???

วารสารของแพทยสมาคมของสหรัฐฯ ฉบับล่าสุดได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยของศูนย์ศึกษามะเร็งครบวงจร ของมหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐโอไฮโอ ซึ่งระบุว่า ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus หรือ HPV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดมะเร็งในช่องปาก มากกว่าผู้หญิง

 

ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?  รูปที่ 2

 

โดยแพทย์ได้ทำการวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างประมาณ 5,500 คน ตั้งแต่อายุ 14 ปี ถึง 69 ปี พบว่า ผู้ชายในกลุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ 10 ติดเชื้อไวรัส HPV ขณะที่ผู้หญิงติดเชื้อดังกล่าวเพียงร้อยละ 3.6 เท่านั้น  แต่เดิมเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การดื่มสุราและการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นมะเร็งในช่องปาก ศีรษะและลำคอ  แต่ผลงานวิจัยล่าสุดพบว่า เชื้อไวรัสการติดเชื้อ HPV ในช่องปากเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับการที่จะพัฒนาอาการไปเป็นโรคมะเร็ง ได้ถึงร้อยละ 50 เชียวนะครับ

และยืนยันได้จากข้อมูลทางสถิติในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ามียอดผู้ป่วยโรคมะเร็งในช่องปาก ศีรษะและลำคอในเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื้อไวรัส HPV เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็งชนิดดังกล่าว

ในรายงานการวิจัย ทีมวิจัยซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมอร์รา กิลลิสัน (Maura Gillison) ได้ระบุว่า ข้อค้นพบจากงานวิจัยสามารถนำไปต่อยอดในการผลิตวัคซีนต้านไวรัส HPV ซึ่งจะต้องศึกษาถึงประสิทธิภาพของวัคซีนว่าสามารถป้องกันโรคมะเร็งชนิดดังกล่าวได้ดีเพียงใด

 นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังได้คาดการณ์ถึงแนวโน้มผู้ป่วยโรคมะเร็งในลำคอและศีรษะซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส HPV ภายในปี 2563 จะเพิ่มสูงขึ้นจนแซงหน้ายอดผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสหรัฐฯ แต่ถ้าหากมีการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส HPV อย่างจริงจังก็อาจจะช่วยควบคุมจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งจากไวรัส HPV ได้ โดยปกติแล้ว เชื้อไวรัส HPV เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ในระยะหลังแพทย์ตรวจพบโรคมะเร็งที่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV มากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในการมีเพศสัมพันธ์แบบทางปาก หรือโอษฐกาม หรือ oral sex นั่นเอง

รู้อย่างนี้แล้ว หากเรามีความเสี่ยงตามปัจจัยต่างๆที่ว่ามา ไม่อยากเสี่ยงเป็นมะเร็งช่องปากเราต้องทำอย่างไร?

มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

อย่าเพิ่งตื่นตกใจไป หากเรามีความเสี่ยง ดังกล่าวมาทั้งหมด ถึงแม้นว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งช่องปากตั้งแต่ยังไม่มีอาการ แต่หากเราเริ่มสังเกต่ช่องปาก โดยเมื่อถึงเวลาแปรงฟันทุกๆเช้าหรือก่อนนอน ยอมเสียเวลาที่จะสังเกตความผิดปกติของเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆของช่องปาก หากพบความผิดปกติ เช่น มีแผลที่รักษาไม่หายใน 2-3 สัปดาห์ มีฝ้าขาว หรือฝ้าแดง ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ

เป็นการตรวจด้วยตัวเราเองได้ดีที่สุด หากเกิดความผิดปกติใดๆ เราจะได้ไปพบผู้เชี่ยวชาญให้เร็วที่สุด

มะเร็งช่องปาก มีอาการอย่างไรบ้าง?

อาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรค มะเร็งช่องปาก ได้แก่

    สังเกตุในช่องปาก จะพบว่ามีฝ้าสีขาว (Leukoplakia) หรือสีแดง (Erythroplakia) ในเยื่อเมือกบุช่องปาก และ/หรือลิ้น บ่อยๆ ทั้งๆที่เราก้อปกติดี ไม่มีอาการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราในช่องปากแต่ออย่างใด

– มีแผลในช่องปากที่รักษาไม่หายเป็นเวลา นานมากกว่า 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป เอ๊ะ ชักไม่ดีแล้วซิ
– มีตุ่ม หรือก้อนในช่องปากที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมักไม่มีอาการเจ็บปวด
– ฟันโยก หรือหลุด หรือใส่ฟันปลอมไม่ได้ (ที่เคยใส่ได้ตามปกติอยู่แล้ว) เนื่องจากมีก้อนเนื้อเกิดขึ้นมาในบริเวณเหงือก พื้นปาก หรือเพดานปาก
– มีปัญหาในการเคี้ยวอาหาร หรือการกลืนอาหาร จากการอุดกั้นของก้อนเนื้อ หรือจากการเจ็บจากแผลมะเร็งที่ว่ามา
– มีเลือดออกผิดปกติในช่องปากจากแผลที่เกิดขึ้น
– มีก้อนที่ลำคอ ซึ่งคือ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ โต คลำได้จากมีโรคมะเร็งลุกลาม แต่มักไม่มีอาการเจ็บปวด

ป้องกัน มะเร็งช่องปาก ได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งช่องปาก แต่มีข้อแนะนำที่ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนี้ได้บ้าง คือ

 * การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคดังกล่าวแล้วที่หลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะ การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์

* ควรดูแลสุขภาพในช่องปากทุกวัน ที่สำคัญคือ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเมื่อตื่นนอนเช้า และก่อนเข้านอน ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้งก่อนแปรงฟันเข้านอน และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพในช่องปากและฟัน ทุกๆ 6-12 เดือน หรือบ่อยตามทันตแพทย์แนะนำ

* หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า หรือทายากันแดด (ลิปสติกชนิดป้องกัน UV) เพื่อป้องกันมะเร็งริมฝีปาก

* ไม่สำส่อนทางเพศ เนื่องจากไวรัสหูด HPV เพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนาแผลในปาก ให้กลายเป็นโรคมะเร็งในช่องปากนี้ได้ต่อไป

เห็นไหมครับมะเร็งช่องปากนี้ ยังพอมีทางตรวจดูรู้ได้ด้วยตัวคุณเอง แต่ต้องรู้สาเหตุ ไม่ใช่ตกใจอย่างไร้เหตุผล หากมีข้อสงสัย  ทุกท่านสามารถไปที่ร้านยาใกล้บ้าน เภสัชกรใจดีทุกท่าน พร้อมให้คำแนะนำเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยต่อทุกท่านอยุ่แล้วครับ

บทความดังกล่าวเขียนโดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล (สงวนลิขสิทธิ์ 4 มิย. 2556)
จาก www.oknation.net/blog/DIVING

 

 

 

ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?  รูปที่ 3

สุขภาพ ‘กัวซา’ วิธีรักษาโรคโบราณที่ท้าให้คุณลอง

สุขภาพ ‘กัวซา’ ขูด เจ็บ สุขภาพดี   เราต่างใช้ชีวิตกับวิทยาการตะวันตกมาช้านานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมหนึ่งของเราไปแล้ว โ …
ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?  รูปที่ 4

ฮีท สโตรก โรคลมแดด โรคร้ายจากภัยร้อน

ฮีท สโตรก โรคร้ายจากภัยร้อน                                                  ปัจจุบันภ …

ไมเคิล ดักลาส เป็น มะเร็ง เพราะ ออรัลเซ็กส์ จริงหรือ?  รูปที่ 5
ลองดูสิ! วิธียืดเวลานั่งหน้าคอม

ลองดูสิ! วิธียืดเวลานั่งหน้าคอม   นั่งในท่าที่เหมาะสม มีหมอนรองหลัง ไม่ควรนั่งขัดสมาธิเวลาใช้คอมนานๆ เพราะจะทำให้เมื่อยมากกว่าเดิ …