มะเร็งในลำไส้ใหญ่ กินอย่างไรไกลโรคมะเร็ง

Home / health&firm / มะเร็งในลำไส้ใหญ่ กินอย่างไรไกลโรคมะเร็ง

เรื่องของมะเร็ง ที่มากับนิสัยการกิน

 

มะเร็งในลำไส้ใหญ่ กินอย่างไรไกลโรคมะเร็ง รูปที่ 1

 

เรื่องกินไม่เคยเป็นเรื่องเล็กเสมอ ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน เวลาไหน กับใคร ที่ไหน กินยังไง คิดในมุมไหนก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะทุกอย่างที่คุณกินย่อมส่งผลถึงร่างกายของคุณทั้งสิ้น ยิ่งทุกวันนี้คนกว่าร้อยละ 80 อาศัยอยู่ในเขตเมืองซึ่งเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การให้ความสำคัญกับการกินที่ผิดๆ เช่นว่ากินแต่อาหารอุ่นร้อนจากไมโครเวฟที่ปราศจากกากใย กินอาหารฟาสต์ฟู้ดเพราะต้องการเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เรื่องพวกนี้นำพามาซึ่งโรคหนึ่ง ดูเหมือนมีแนวโน้มว่าคนวัยหนุ่มสาวจะเป็นมากขึ้น นั่นคือ มะเร็งในลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer)

มะเร็งในลำไส้ใหญ่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นลำดับต้นๆ ของมะเร็งทั้งหมดที่มี ปัจจุบันชายไทยเป็นมะเร็งชนิดนี้มากเป็นอันดับ 3 และเป็นอันดับ 5 ในผู้หญิง แม้ว่าโดยมากจะพบในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพบว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดในคนที่มีอายุน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อดูประวัติของผู้ป่วยเกือบทั้งหมด พบว่าปัญหามาจากการไม่ให้ความสำคัญกับรูปแบบการใช้ชีวิตและอาหารการกิน

พญ.สุทธิรา เลิศอมรพงษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ ประจำโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน ให้คำแนะนำถึงการสังเกตอาการเริ่มต้นของคนวัยทำงานที่อาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ว่า

“อาการที่น่าสงสัยน่าจะมาจากการถ่ายผิดปกติไปจากเดิม ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระมีเลือดปน อุจจาระมีขนาดเล็กลง อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โลหิตจาง กรณีที่บางคนไม่พบว่ามีอาการผิดปกติเลย แล้วเมื่อไหร่ที่จำเป็นจะต้องได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้เบื้องต้น ปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ก็ได้แก่ มีประวัติมะเร็งในครอบครัวที่ไม่จำกัดแค่มะเร็งลำไส้ การดื่มสุราและ/หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ การกินแต่อาหารไขมันสูง รวมถึงไม่กินผักและผลไม้ นอกจากนี้คนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลย แต่มีอายุมากกว่า 50 ปี ต้องมาตรวจคัดกรองมะเร็ง เพราะอุบัติการณ์ของมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป”

แพทย์จะมีวิธีการตรวจคัดกรองโรค 3 วิธี คือหนึ่ง, การตรวจเลือดในอุจจาระ สอง, การตรวจเอกซเรย์สวนแป้งดูลำไส้ (Barium enema) และสุดท้ายคือการส่องกล้องตรวจลำไส้ (Colonoscopy)

หากคุณยังหนุ่มยังแน่น ยินดีด้วย คุณยังมีโอกาสห่างไกลจากโรคเหล่านี้อยู่มาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณต้องปรับเปลี่ยนวิธีการกิน คุณควรหันมาบริโภคผักผลไม้ให้มากขึ้น และหลากสีอีกด้วย ของพวกนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีเส้นใยสูง ยังมีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า ผักตระกูลกะหล่ำ มีส่วนช่วยลดสารก่อมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งได้แก่ บร็อคโคลี ดอกกะหล่ำ ผักกาด และผักวอเตอร์เครส แขนงผัก และ
หัวไชเท้า เป็นต้น

เปลี่ยนชีวิตต้านมะเร็ง เรามี 5 ข้อง่ายๆ ที่อยากให้คุณใส่ใจเพื่อห่างจากการเป็นมะเร็ง

1. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม น้ำจะช่วยสร้างความสมดุลให้กับเซลล์และฮอร์โมนในร่างกายให้ทำงานได้ปกติ รวมทั้งช่วยขับของเสียในร่างกาย

2. กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่มีใยอาหารสูงเป็นประจำ เช่น ธัญพืชต่างๆ ข้าวกล้อง ของเหล่านี้มีคุณสมบัติดูดซับสารก่อมะเร็งก่อนขับออกสู่ร่างกาย

3. หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน หรือบริโภคแต่น้อย

4. เลือกบริโภคกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น เมนูปลาทะเล น้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว และน้ำมันถั่วเหลือง

5. หากคุณเป็นพวกคอทองแดงที่ดื่มเป็นประจำ ข้อนี้อาจจะยากหน่อยแต่ก็จำเป็นต้องทำ คุณควรลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงๆ ไวน์สักหนึ่งแก้วเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าวิสกี้บ่ม 18 ปี และเลิกสูบบุหรี่อย่างจริงๆ จังๆ ซะทีเพื่อตัวคุณเอง

 

 

 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก

บริหารสมอง ฟิตศักยภาพ 5 ด้าน ให้สมองคุณ รูปที่ 2
www.gmlive.com