นักวิจัยยืนยันอุปกรณ์ทัชสกรีนทำลายสมาธิคนขับ

Home / health&firm / นักวิจัยยืนยันอุปกรณ์ทัชสกรีนทำลายสมาธิคนขับ

นักวิจัยยืนยันอุปกรณ์ทัชสกรีนทำลายสมาธิคนขับ

 

นักวิจัยยืนยันอุปกรณ์ทัชสกรีนทำลายสมาธิคนขับ  รูปที่ 1

 

แม้เครื่องเล่นเพลงแบบพกพาหรือโทรศัพท์มือถือจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนของมุมโลก แต่หากนำไปใช้ในขณะขับรถแล้วก็มีโอกาสมากที่รถจะวิ่งไปชนคันอื่น ทีมนักวิจัยออสเตรเลียได้ทำการศึกษาเรื่องนี้จนได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Applied Ergonomics แล้ว โดยได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบของการใช้อุปกรณ์ทัชสกรีนที่มีต่อทักษะในการขับรถ

“ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งของอุปกรณ์พกพาที่นำมาไว้ในรถก็คือ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนขับรถได้ใช้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” คริสตี้ ยัง นักวิจัยศูนย์วิจัยอุบัติเหตุ มหาวิทยาลัยโมนาช กล่าว “คนขับมักจะต้องเพ่งไปที่ข้อความสั้นๆหรือง่วนอยู่กับเมนูที่ค่อนข้างจะซับซ้อน ดังนั้น คนขับจึงใช้เวลานานพอสมควรในการไปที่ไอเท็มที่ต้องการ”

คริสตี้ ยัง และทีมงานได้ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์แสดงการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ในขณะขับรถ โดยได้ประเมินความสามารถในการขับรถของคน 37 คนที่กำลังขับรถอยู่ในช่องจราจรของตัวเองและอยู่ห่างจากรถคันอื่นในระยะห่างที่ปลอดภัย แต่ให้คนกลุ่มนี้พยายามค้นหาเพลงในเครื่องเล่นเพลงไอพอดแบบจอทัชกรีน

ผู้ใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้จำเป็นต้องใช้ปลายนิ้วสัมผัสเพื่อเลื่อนดูรายการเพลงและเลือกเพลงในหน้าจอ ทำให้คนขับรถจำเป็นต้องมองไปที่อุปกรณ์เหล่านี้ด้วยเพราะดูว่ารายการเพลงเลื่อนมาถึงตรงไหนแล้ว

“เราสนใจจะดูว่า ถ้าคนขับรถใช้เวลาดูที่อื่นที่ไม่ใช่ถนนเยอะเกินไปโดยเฉพาะเวลาใช้อุปกรณ์เหล่านี้ มันจะให้ผลลัพธ์แตกต่างกับการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ใช่ระบบสัมผัสอย่างไรบ้าง”

จากการทดลอง นักวิจัยพบว่า คนขับรถนั้นไม่มองถนนเป็นเวลานานอย่างมีนัยสำคัญ และพวกเขาก็ยังจะขับรถเบี่ยงไปจากช่องจราจรของตัวเองอีกด้วย แถมการกะระยะห่างจากรถคันหน้ายังผิดพลาดอีก

“เมื่อสายตาของคนขับรถไม่ได้มองที่ถนน คนขับก็จะไม่รู้สภาพแวดล้อมของถนน จึงทำให้การหมุนพวงมามัยไม่ถูกต้อง และยังทำให้ระยะห่างจากรถคันหน้าไม่ดีอีกด้วย”

นอกจากนี้ คนขับรถมักจะชดเชยการเสียสมาธิจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ด้วยการขับให้ช้าลง และชำเลืองไปมองอุปกรณ์บ่อยครั้ง แต่ยังกลับยืนยันว่า นี่ไม่ใช่วิธีการขับรถที่ถูกต้องเลย

“แม้ว่าพวกเขาจะมองไปที่อุปกรณ์เป็นระยะเวลาสั้นๆแล้วกลับมามองถนนก่อนจะมองไปที่ไอพอดอีก แต่จำนวนข้อมูลที่พวกเขาได้จากการชำเลืองมองทางเป็นระยะเวลาสั้นๆนั้นไม่เพียงพอหรอก ข้อผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้เสมอและมักจะมากขึ้นด้วยเมื่อเวลาผ่านไป เพราะพวกเขาไม่มีเวลาในการปรับพวงมาลัยให้รถเข้ามาในช่องจราจรที่ถูกต้อง”

คริสตี้ ยัง สรุปว่าการใช้อุปกรณ์พกพาชนิดที่ต้องใช้ปลายนิ้วสัมผัส หรือที่เรียกว่า จอทัชสกรีน ในขณะขับรถนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก และกำลังจะเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน

“การศึกษาคนขับรถของพลเมืองรัฐวิกตอเรียนี้ เราได้ทำการศึกษามากว่าสองปีแล้ว และเราก็ค้นพบว่าคนขับรถ 40 เปอร์เซ็นต์จะมีเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาเป็นของตัวเองและมักจะใช้ในขณะขับรถ และครึ่งหนึ่งของกลุ่มนี้เป็นเด็กหนุ่มเสียด้วย”

อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้ก็ไม่ได้ประเมินว่าความเสี่ยงจะเปลี่ยนไปหรือไม่หากว่าอายุและประสบการณ์ของคนขับมีมากขึ้น แต่ยังก็เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญได้เช่นกัน

“จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่า เด็กหนุ่มมักจะติดกับอุปกรณ์ที่ทำให้เสียสมาธิได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ผลกระทบของกิจกรรมที่ทำให้เสียสมาธิมักจะกระทบต่อความสามารถในการขับรถมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะพวกเขายังขาดประสบการณ์ในการขับรถ และทักษะในการจัดการกับความเสี่ยงเหล่านี้”

การศึกษาครั้งนี้เน้นไปที่เครื่องเล่นไอพอด แต่ยังก็เชื่อว่าน่าจะประยุกต์ใช้ได้กับอุปกรณ์ทัชสกรีนเครื่องอื่นอย่างเครื่องเล่น MP3 สมาร์ตโฟน จีพีเอส หรือพีดีเอได้เช่นกัน

ยัง เชื่อว่าในขณะขับรถ อุปกรณ์เหล่านี้ควรจะมีการลดปริมาณฟังก์ชันการทำงานลงเพื่อลดความเสี่ยง ในขณะเดียวกัน ยังก็ได้เสนอเทคนิคง่ายๆที่จะช่วยลดความเสี่ยงเบื้องต้นได้เช่นกัน

“ก็ให้ใส่ข้อมูลของปลายทางไว้ในจีพีเอสก่อนจะเหยียบคันเร่ง โหลดเพลงไว้ในเพลย์ลิสต์ก่อนจะขับ ถ้าทำได้ตามนี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเลยค่ะ”

 

ที่มา : http://www.vcharkarn.com