เจาะสัก-สำส่อน ระวังไวรัสตับอักเสบซี

Home / health&firm / เจาะสัก-สำส่อน ระวังไวรัสตับอักเสบซี

แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตอันเนื่องจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมากกว่า 350,000 คน ซึ่งประมาณ 4 ล้านคนของผู้ติดเชื้อ HCV อยู่ในทวีปยุโรป และอีก 4 ล้านคนอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ประชากรจำนวน 1 ใน 12 คนทั่วโลกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี แบบเรื้อรัง ในประเทศไทยพบประมาณร้อยละ 1-5 โดยประมาณร้อยละ 5-9 ของผู้ติดเชื้อ HCV อยู่ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ การตรวจพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รศ.นพ.ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ รศ.ประจำคณะแพทยศาสตร์ และรองคณบดี ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และ. ผอ.สถาบันโรคทางเดินอาหารและตับ เผยว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเป็นสายพันธุ์ 3 ประมาณร้อยละ 50-60 การรักษาทางการแพทย์นั้น จำเป็นต้องระบุสายพันธุ์ไวรัสไวรัสตับอักเสบซีที่ผู้ป่วยติดเชื้อให้ได้ เนื่องจากมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกวิธีการรักษาและระยะเวลา

 

เจาะสัก-สำส่อน ระวังไวรัสตับอักเสบซี รูปที่ 1

 

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี คือ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ติดยาเสพติด สาเหตุอื่นๆ ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HCV ได้แก่ การรับโลหิตที่บริจาคหรือผลิตภัณฑ์เลือดที่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองก่อน, การเจาะหรือการสัก, การติดเชื้อจากมารดาพบได้น้อย หรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ได้รับอุบัติเหตุถูกเข็มแทงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซีในผู้บริจาคโลหิตช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HCV จากผลิตภัณฑ์เลือดถึงครึ่งหนึ่ง หรือ 2 ใน 3

 

เจาะสัก-สำส่อน ระวังไวรัสตับอักเสบซี รูปที่ 2

 


ถึงแม้ว่าไวรัสตับอักเสบไม่ได้ติดต่อกันอย่างง่ายดายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แต่พฤติกรรมทางเพศบางอย่าง อาทิ การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคนหรือการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ตะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมากขึ้น

สำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีส่วนมากมักไม่ได้มีอาการใดๆ แต่ในบางคน หลังจากติดเชื้อจะแสดงอาการเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงให้เห็นอย่างรวดเร็ว ได้แก่-มีไข้ (มักเป็นเพียงไข้ต่ำๆ) เมื่อยล้า อ่อนเพลีย, เบื่ออาหาร ปวดท้อง, ปัสสาวะมีสีเข้ม, ในบางกรณี อาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง, คลื่นไส้อาเจียน, ปวดตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ, สมาธิสั้น, วิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า, อาการปวดข้อ

ในผู้ป่วยประมาณร้อยละ 80 เชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้พัฒนากลายเป็นแบบเรื้อรัง การติดเชื้อแบบเรื้อรังโดยปรกติไม่ค่อยแสดงอาการ อย่างไรก็ตาม ประมาณร้อยละ 20-30 ของผู้ที่ติดเชื้อ HCV จะพัฒนาไปสู่ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับหลังจากมีอาการตับแข็ง

 

 

เจาะสัก-สำส่อน ระวังไวรัสตับอักเสบซี รูปที่ 3

 

การตรวจหาและวินิจฉัยเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมีหลายวิธี อย่างไรก็ตาม การตรวจเลือดตามปรกติมักไม่มีการทดสอบเพื่อหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันไวรัสตับอักเสบซี มีเพียงวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี แต่อย่างไรก็ตามการดูแลปฏิบัติตนอย่างถูกต้องก็สามารถที่จะลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้

ในกรณีที่มีอาการติดเช ื้อไวรัสตับอักเสบแบบเฉียบพลันอย่างรุนแรง อาจต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ในเบื้องต้นคนส่วนใหญ่มักไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือควบคุมอาหารเป็นพิเศษ เพียงแต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการพัฒนาของโรคและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ปัจจุบันยาที่ให้ผลการรักษาได้ดี โดยที่สามารถกำจัดไวรัสให้หมดไปและไม่กลับเป็นซ้ำอีกหลังหยุดยา คือ การให้ยา 2 ตัวร่วมกัน ประกอบด้วยยาฉีด Pegylated Interferon โดยฉีดสัปดาห์ละครั้ง และยารับประทาน โดยการให้การรักษาเป็นระยะเวลา 24 สัปดาห์ สำหรับไวรัสตับอักเสบซีสายพันธุ์ที่ 2 และ 3 มีโอกาสหายขาดสูงถึงกว่าร้อยละ 80 ในขณะที่สายพันธุ์ที่ 1 และอื่นๆ อาจใช้เวลาประมาณ 48 สัปดาห์

 

 

ที่มา : TASTE (ผู้จัดการรายสัปดาห์)


 

 

POSTED BY

แฟชั่น 4 พระเอก 4 รุ่น ครบรอบ 4 ปี นิตยสาร CRUSH รูปที่ 10 
 

 

ชาว Men.Mthai ตามติดสาระน่ารู้ เรื่องน่าสนใจ อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ กันตลอดได้ที่

 

www.facebook.com/Men.Mthai

http://twitter.com/X_Samurai_X