วันงดสูบบุหรี่โลก บารากู่ บาระกู่ บุหรี่ผลไม้ ภัยวัยโจ๋ จี้เร่งปราบปราม

Home / health&firm / วันงดสูบบุหรี่โลก บารากู่ บาระกู่ บุหรี่ผลไม้ ภัยวัยโจ๋ จี้เร่งปราบปราม

 Pic_9678

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่แสดงความเป็นห่วงกลุ่มวัยรุ่นไทย ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสูบหรี่เถื่อน ที่ให้ผลร้ายแรงกว่าบุหรี่ธรรมดา แนะรัฐกวดขัน

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยปีนี้ กำหนดคำขวัญว่า Tobacco Health Warnings เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลของทุกประเทศ ให้คำเตือนบนซองบุหรี่ อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อถึงพิษภัย และอันตรายที่แท้จริง จากการใช้ยาสูบ ทั้งต่อผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า อีกปัญหาที่กำลังจับตาอย่างใกล้ชิด คือ การระบาดของบุหรี่เถื่อน เช่น บาระกู่ บุหรี่ชูรส บุหรี่ผลไม้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไม่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง ในกรุงเทพฯ ผู้ค้าสามารถวางขายอุปกรณ์สูบบาระกู่ ได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย ขณะที่ยาเส้นที่ใช้ในการสูบถูกห้ามนำเข้า เกิดความไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากผู้เสพยังสามารถหาซื้ออุปกรณ์สูบได้ และการลักลอบหาซื้อยาเส้น ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

ศ. นพ.ประกิต กล่าวต่อไปว่า ความไม่รู้ของผู้เสพในเรื่องบาระกู่ ยังทำให้เกิดการเสพติดได้ง่าย เนื่องจากผู้เสพคิดว่าไม่มีอันตราย เพราะบาระกู่ผสมกากผลไม้ และมีกลิ่นหอม อีกทั้งกระบวนการสูบต้องผ่านน้ำก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สมุนไพรหรือผลไม้ที่ถูกเผา จะเกิดสารก่อมะเร็งขึ้น รวมทั้งระดับนิโคติน และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ในยาเส้นเหล่านี้ ไม่ได้น้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป และอาจมีมากกว่า  

สำหรับสิ่งที่ร้ายกว่าบาระกู่ คือ พวกบุหรี่ชูรส และบุหรี่สมุนไพรนั้น ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า บุหรี่เหล่านี้คือยาเส้นที่ผสมกลิ่นผลไม้ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าใจผิดว่าไม่มีอันตราย เนื่องจากมีรสชาติหวาน หอม ขณะที่ซองบุหรี่ กลิ่น และสี ถูกปรุงแต่งให้เหมือนผลไม้เมื่อสูบแล้วจึงติดได้ง่าย แต่บุหรี่เหล่านี้คือสิ่งผิดกฎหมาย หาซื้อยาก เมื่อเสพติดแล้ว แต่ไม่สามารถหาซื้อได้ ผู้เสพจึงเปลี่ยนมาสูบบุหรี่ธรรมดา ที่วางขายอย่างถูกกฎหมายแทน ทำให้เกิดการติดบุหรี่อย่างหนักไปโดยปริยาย กลุ่มนักวิจัยและนักวิชาการที่ศึกษาเรื่องนี้ จึงเปรียบบุหรี่ชูรส และบุหรี่สมุนไพร เป็นเสมือน starter ที่นำไปสู่การติดบุหรี่ธรรมดา ในเวลาต่อมา

ปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่มีทางเลือกหลายทาง นอกจากวิธีเดิมๆ ที่เคยใช้กันมา โดย ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) พบว่า มีสารในวิตามินซี ที่ช่วยลดความอยากของนิโคตินได้ และช่วยฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรม ให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า จึงมีการนำมาใช้ช่วยเลิกบุหรี่ โดยเทคนิคการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยว ที่มีวิตามินซีสูง โดยเฉพาะมะนาว เมื่อนำไปใช้แล้ว มีประสิทธิภาพได้ผลดีมาก เนื่องจากมะนาวมีผลต่อการทำงาน ของต่อมรับรสขม ทำให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไป 

 
ส่วน วิธีกินมะนาวช่วยเลิกบุหรี่นั้น ผศ.กรองจิต กล่าวว่า ต้องหั่นมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ ให้มีเปลือกติดมาด้วย ขนาดเท่าหัวแม่มือ เมื่อมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ ให้กินมะนาวแทน โดยอมแล้วค่อยดูดความเปรี้ยว จากนั้นเคี้ยวเปลือกช้าๆ นาน 3-5 นาที จะมีผลทำให้ลิ้นขม เฝื่อน จากนั้นดื่มน้ำ 1 ใน 4 แก้วนอกจากช่วยลดความอยากนิโคตินแล้ว เมื่อสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยนไป มีรสขมจนไม่อยากสูบ นอกจากนี้ ยังสามารถกินมะนาว หรือผลไม้ชนิดอื่น ที่มีความเปรี้ยวมากๆ ได้ทุกครั้ง ที่เกิดความอยากบุหรี่ แต่เมื่อเทียบกันแล้ว มะนาวจะได้ผลดีที่สุด

ผศ. กรองจิต กล่าวต่อว่า การเลิกบุหรี่ ด้วยการกินมะนาว ส่วนใหญ่จะสามารถเลิกบุหรี่ได้ ภายใน 2 สัปดาห์ และไม่อยากสูบอีก ถือว่าชนะนิโคตินได้ มีการนำไปทดลองกับนักเรียนหลายคน จะรู้สึกว่าสูบบุหรี่แล้วไม่อร่อย รสชาติไม่เหมือนเดิม ทำให้ไม่อยากสูบบุหรี่อีก อย่างไรก็ตาม แม้อาการทางกาย คือ ความอยากจะหมดไป แต่อาการทางใจบางครั้งจะยังมีอยู่ เช่น เศร้า หงุดหงิดเหมือนคนอกหัก คนรอบข้างต้องให้กำลังใจ และตั้งใจเลิกอย่างเด็ดขาด จะสามารถเลิกได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก