จริงหรือไม่??? สูบบุหรี่น้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

Home / health&firm / จริงหรือไม่??? สูบบุหรี่น้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

จริงหรือไม่??? สูบบุหรี่น้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รูปที่ 1  

นี่คือ ความจริง สำหรับ “สิงห์อมควัน” ที่รักทุกท่าน เพราะล่าสุด เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยว่า การสูบบุหรี่เพียงวันละหนึ่งถึงสี่มวนเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะเสียชีวิตขึ้น 1.5 เท่าของคนที่ไม่สูบบุหรี่  ผู้สูบบุหรี่ที่ไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่เพราะคิดว่าสูบน้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผย ผลการวิจัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต ในเพศชาย 8,309 คนและเพศหญิง 11,077 คน ที่ไม่สูบบุหรี่และชาย 627 หญิง 796 ที่สูบบุหรี่วันละ 1 ถึง 4 มวน โดยติดตามเป็นเวลา 30 ปี จากสถาบันสุขภาพกรุงออสโล นอร์เวย์ พบว่า  แม้การสูบบุหรี่เพียงวันละหนึ่งถึงสี่มวน อัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุในเพศชายเพิ่มขึ้น 1.56 เท่าของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่  และในเพศหญิงเพิ่มขึ้น 1.44 เท่า โดยสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2.65 เท่าในเพศชาย และ 2.81 เท่าในเพศหญิง มะเร็งปอดเพิ่มขึ้น 2.84 เท่าในเพศชายและ 5.02 เท่าในเพศหญิง  งานวิจัยเดียวกันยังพบว่าอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน เช่น สูบวันละ 5 – 9 มวน ตายเพิ่มขึ้น 2 เท่า 15 – 19 มวนเพิ่มขึ้น 2.78 เท่า และ 20 – 24 มวน เพิ่มขึ้น 3.35 เท่าและผลการวิจัยสรุปว่าการสูบบุหรี่เพียงวันละหนึ่งถึงสี่มวนเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะเสียชีวิตขึ้น 1.5 เท่าของคนที่ไม่สูบบุหรี่  ผู้สูบบุหรี่ที่ไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่เพราะคิดว่าสูบน้อยๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง


โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ยังกล่าวอีกว่า งานวิจัยนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าคำพูดของบริษัทบุหรี่ที่ประชาสัมพันธ์ว่า
“ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ว่าการสูบบุหรี่เพียงวันละไม่กี่มวนเป็นอันตรายต่อสุขภาพในคนปกติที่ร่างกายแข็งแรง” นั้นเป็นเรื่องไม่จริงที่บริษัทบุหรี่ต้องการให้ผู้สูบบุหรี่ที่สูบไม่มากมวนต่อวันไม่เลิกสูบ ผู้ที่สูบบุหรี่น้อยๆ จึงควรเลิกสูบบุหรี่ทันที ซึ่งการเลิกจะไม่ยาก เพราะการติดนิโคตินอยู่ในระดับต่ำ การเลิกจะไม่ลำบากหรือทุรนทุราย สามารถเลิกด้วยตนเองได้ หรืออาจจะโทรศัพท์ขอคำปรึกษาจากหมายเลข 1600 ก็จะเลิกสูบบุหรี่ได้

อ้าว รู้แบบนี้แล้ว บรรดา “สิงห์อมควัน” ลองเปลี่ยนพฤติกรรมของท่าน เพื่อสุขภาพที่ดีกว่านะครับ

ที่มาจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. / ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต