All You Can Drink ดื่มให้ตายก็ไม่อ้วน…คอนเฟิร์ม

Home / health&firm / All You Can Drink ดื่มให้ตายก็ไม่อ้วน…คอนเฟิร์ม

All You Can Drink ดื่มให้ตายก็ไม่อ้วน...คอนเฟิร์ม รูปที่ 1  

อ้าว เลิกงานแล้ว ไปตึ๊งตึงที่ไหนกันดี หรือ เลิกงานแล้ว ไปชิลที่ไหนดี หลายคนเริ่มคิด แหม นี่ก็ยังไม่ถึงปลายเดือนเลยนะครับ (แค่เกือบๆ) แต่เอาน่า ดื่มบ้างอะไรบ้าง ขำขำ แต่รู้มั๊ย รู้มั๊ย ปัญหาของบรรดานักดื่มทั้งหลาย มักจะไม่รู้เลยว่าดื่มยังไง และดื่มเท่าไหร่จึงจะไม่ไปเพิ่มแคลอรี่ที่เพิ่งเผาผลาญไปเมื่อเช้าด้วยการวิ่งแทบตาย แล้วจะดื่มอะไร เท่าไหร่ และ อย่างไรให้พอเหมาะพอดี ไปอ่านเจอมาใน GM Style ครับ เลยหยิบมาฝากกัน เผื่อเย็นนี้หลายๆท่าน อาจจะเตรียมแพลนไป Drink Drank Drunk

 

 All You Can Drink ดื่มให้ตายก็ไม่อ้วน...คอนเฟิร์ม รูปที่ 2

Beer — เขาหาว่าผมเป็นตัวเมคแคลอรี่ ที่ทำให้มีพุงอย่างรวดเร็ว (ซึ่งมันก็จริง…ครึ่งนึง…มั๊ง)
ผลสำรวจของ The American Journal Of Clinical Nutrition ในสหรัฐอเมริกา พบว่า การดื่มเบียร์ประเภทแคลอรี่ต่ำ หรือ Light Beer ไม่ได้ทำให้คุณดื่มน้อยลง พอๆกับการสูบบุหรี่แบบไลท์ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณสูบบุหรี่น้อยลง โดยเฉลี่ยเบียร์ 1 ไพน์ (12 ออนซ์โดยประมาณ) จะให้พลังงานราว 200 – 300 แคลอรี่ โดยเฉพาะเบียร์จาก สกอตแลนด์จะให้พลังงานสูงกว่าพวกเบียร์ที่มาจากฝั่งยุโรป,อเมริกา และญี่ปุ่น ส่วนพวกเบียร์แคลอรี่ต่ำ จะให้พลังงานราว 67-95 แคลอรี่ ต่อ 1 ไพน์ ก็สำหรับนักดื่มที่รักทุกท่าน หากคิดจะดื่ม พึงสังวรสักนิดว่า  แค่เพียงแก้วที่ 2 เท่านั้น ตัวเลขแคลอรี่ก็จะพุ่งทะยานไปเกือบ 500 แคลอรี่แล้วนะ อยากดริ๊งค์เบียร์แบบไม่อ้วน ก็ลองเลือกเอาก็แล้วกันนะครับ เพราะเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่ให้แคลอรี่สูงสุดในหมู่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีปริมาณต่ำกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่น

 

 All You Can Drink ดื่มให้ตายก็ไม่อ้วน...คอนเฟิร์ม รูปที่ 3

Wine — คุณค่าที่คุณ (ลอง) คู่ควร
น่าเสียดายที่ บรรดา สถาบันโภชนาการต่างๆนานา ไม่ได้บ่งชี้เรื่องของประโชยน์ หรือ โทษของไวน์ แต่อย่างไรก็ตามการดื่มไวน์ นั้นก็มีประโยชน์มากมาย หากไม่ดื่มมันเหมือนอาบ และด้วยเป็นเครื่องดื่มที่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์นี่เอง การดื่มไวน์ อาจจะเป็นคำตอบสุดท้าย ที่ยังไม่ท้ายสุด ส่วนมากการดื่ม ไวน์ มักจะไม่ได้ให้พลังงานแต่ก็มีบางประเภทเช่น Port Wine (ไวน์จากโปรตุเกส ที่มีรสหวาน) ซึ่งให้แคลอรี่ประมาณ 185แคลอรี่ต่อ 1 แก้ว (ราว 4 ออนซ์) แต่ถ้าอยากได้ไวน์ที่ให้พลังงานต่ำจริงๆล่ะก็ ขอแนะนำ ไวน์ขาว Chabis หรือไวน์องุ่นพันธุ์ชาร์ดอนเนย์ซึ่งให้พลังงานเพียง 80 แคลอรี่ต่อแก้วเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน หากต้องการดื่มในปริมาณมากกว่าปกติ (และไม่แคร์หากรสชาติไวน์เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง) แนะนำว่าให้ผสมกับ Spritizers สักเล็กน้อย เพื่อให้ดื่มได้มากขึ้น

 

 All You Can Drink ดื่มให้ตายก็ไม่อ้วน...คอนเฟิร์ม รูปที่ 4

Liquor  — เลือกดื่มแบบที่ใช่ ในแบบที่คุณชอบ (จะดีเหรอ…ไม่ดีมั๊ง)
เครื่องดื่มพวก Liquor (ลิเกอร์) ส่วนใหญ่จะไม่ได้ระบุข้อมูลทางสุขภาพ เช่นเดียวกับไวน์ เราเลยไม่รู้ว่า ดื่มอะไรจะไม่เกิดภาวะเสี่ยงมีพุง โดยรวม เครื่องดื่มประเภทนี้ให้พลังงานระดับ 80-100 แคลอรี่ แต่ 1 แก้วมาตรฐาน วิสกี้ เบอร์เบิน บรั่นดี ที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์นั้น จะมีแคลอรี่ราว 82-95 แคลอรี่ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ สำหรับนักดื่มที่รักทั้งหลาย โดยส่วนมาก จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างนักท่องราตรีจากสวนกล้วยไม้โพล (โพลชื่อนี้ก็มีด้วยเหรอ) พบว่าเรามักจะผสมเครื่องดื่มเหล่านี้กับ น้ำดำซาบซ่า โคล่าเป๊บซี่ ที่มีน้ำตาล จะทำให้แคลอรี่พุ่งขึ้นไปถึง 300 แคลอรี่แบบไม่ทันตั้งตัว และถ้าหากผสมเครื่องดื่มไปกับ Schnapps (เครื่องดื่มที่มีดีกรีของแอลกอฮอล์สูงกว่า 50 เปอร์เซนต์ เช่น จิน) เครื่องดื่มประเภทนี้จะให้พลังงานสูงถึง 95 แคลอรี่ สิ่งที่ดีที่สุด ที่เราอยากจะบอก นั่นก็คือเลือกสั่งแบบที่ชอบ ที่ชอบ ที่เหมาะกับคุณก็แล้วกันครับ จะได้ไม่อ้วน ส่วนเรื่องเมาหรือไม่เมา อันนี้คงต้องช่วยเหลือตัวเองนะครับ

 

รู้ไว้ซะด้วย
หากคุณหนุ่มๆที่อยากจะสั่ง Cocktail ให้สาวๆ แบบดื่มแล้วไม่อ้วน ขอแนะนำ Bloody Mary,Highball หรือจะเป็น Manhatton ก็ได้ เพราะทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมา ต่อหนึ่งแก้ว ไม่ถึง 100 แคลอรี่เอง โอ้ว ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล เมาแล้วไม่ขับ กลับด้วย Taxi เซฟตัวเองไว้ ถ้าไม่อยากออกสื่อ (หน้าหนึ่งเชียวนะ สนป่าว)

 

ที่มาจาก : GM Style ภาพประกอบทางอินเตอร์เน็ต
เรื่องโดย : SuperRyu