โตเกียว สาวน้อยอกโต สุดเซ็กซี่

Home / Girl Interest / โตเกียว สาวน้อยอกโต สุดเซ็กซี่

ทำไมถึงชื่อ "โตเกียว"?
ไม่รู้สิ พ่อตั้งให้ แล้วก็ไม่เคยถามนะ เพราะรู้สึกว่าถ้าถามคงต้องถามต่อไปอีกว่าแล้วทำไมน้องถึงชื่อตองอูล่ะ ทำไมพี่ชื่อปูเค็มล่ะ ที่บ้านจะมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน พ่อเขาจะตั้งเป็นคู่ๆ น้ำเกลือ ปูเค็ม ลูกเกด คม โตเกียว ตองอู

คุณผ่านงานถ่ายแบบมาเยอะ และส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวเซ็กซี่ทั้งนั้น มันเป็นเพราะอะไร?
คือ เหมือนกับพอได้ถ่ายเซ็กซี่ครั้งหนึ่ง เขาเห็นว่าเราถ่ายเซ็กซี่ได้ งานต่อมาก็จะเป็นเซ็กซี่หมดเลย แต่ในความเซ็กซี่ของเราก็จะติดใสๆ จริงๆ แล้ว FHM เกียวไม่คิดว่าจะเหมาะกับลุคเกียวเลยนะ รู้สึกว่านางแบบที่มาถ่านจะเป็นลุคแบบสวยเอ็กซ์ ซึ่งเราไม่ใช่ ในความรู้สึกเราจะออกน่ารักเซ็กซี่ พอไปถ่ายแล้วก็โอเคนะ แต่บางทีพี่ๆ เขาก็จะบอกว่า ท่านี้ไม่ใช่ล่ะ นี่มันคาวาอิแล้ว (หัวเราะ) ตั้งแต่บิกินีที่เตรียมไปแล้วล่ะ คือโตเกียวจะเจอปัญหาเรื่องใส่บิกินีไม่ได้ เล็กไปบ้างใหญ่ไปบ้าง ก็เลยเตรียมไปเอง เพราะกลัวว่าจะใส่ไม่ได้ พอดึงบิกินีขึ้นมา พี่เขาบอกเก็บลงไปเดี๋ยวนี้ (หัวเหราะ) ไม่ใช่แล้วโตเกียว นั่นมันคาวาอิ ไม่ใช่ FHM ผิดเล่มๆ โอเค เราก็เก็บ

นอกจากงานถ่ายแบบแล้วล่ะ คุณผ่านงานอะไรมาอีกบ้าง?
ก็เป็นพริตตี้ เอ็มซี แล้วก็กำลังเรียนเป็นดีเจของไพโอเนียร์ด้วย ก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย มีออกงานอีเวนต์บ้างนิดหน่อย แล้วก็เป็นมาร์เก็ตติ้งอยู่ที่ Inch Club นะคะ

คุณเข้าไปเป็นทีมมาร์เก็ตติ้งได้ไง?
พี่ชายของโตเกียวเขาเป็นหุ้นส่วนที่ นั่น ก็อยู่ในทีมมาร์เก็ตติ้งเหมือนกัน แล้วเขาก็อยากได้มาร์เก็ตติ้งที่เป็นผู้หญิง เพื่อมุมมองความคิดจะได้หลากหลายขึ้น ก็เลยเลือกเราเข้ามา คือจริงๆ แล้วเขาอยากได้ผู้หญิงที่ไม่ใช่ว่าเจอผู้ชายแล้วหายออกไปจากร้าน เพราะทำงานกลางคืน แล้วก็เป็นงานแบบนี้ก็ต้องเจอคนเยอะ  นึกออกไหม เขากลัวว่าเขามาทำการตลาด รู้ความลับโน่นนี่ทำงานได้สักพัก มีหนุ่มหล่อมาจีบ แล้วก็หายไป เขาไม่อยากได้แบบนั้น แล้วพวกพี่ๆ ก็รู้ว่าโตเกียวนิสัยเป็นยังไงด้วย

คุณรู้ตัวไหมว่ามีลุคที่หนุ่มๆ ปรารถนา?
ไม่ ตัวเองจะรู้สึกว่า ผู้หญิงที่โดดเด่นของเราคือ สูงเด่น สวยมาเลย ไม่ใช่ลุคแบบเรา

ขาว, สวย, หมวย, เซ็กซี่ มีใครเคยชมคุณแบบนี้บ้างไหม?
ก็มีนะ มีบ่อย แต่รู้สึกว่าใช่เหรอ? แต่ถ้าใครรู้จักโตเกียวจริงๆ จะรู้ว่าโตเกียวเป็นคนโก๊ะ

งั้นเล่าเรื่องที่ยืนยันว่าคุณเป็นสาวโก๊ะให้ฟังสักเรื่องสิ?
อืม… (คิดอยู่นาน) เรื่องโก๊ะเรื่องก๊งมีทุกวันเลย เอาเรื่องนี้แล้วกันเป็นเรื่องที่นึกออกนะ แต่จริงๆ แล้วมีหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ร้าน Inch หน้าร้านจะมีเคาน์เตอร์ฝากของ ฝากกระเป๋าแล้ววั้นนั้นซื้อร้องเท้ามา กล่องรองเท้าก็อยู่ในถุง เราก็ฝากไว้ข้างหน้า แล้วก็เข้าไปในร้าน พอออกมาหน้าร้านยืนคุยเล่นกับเพื่อน สักพักหนึ่งก็มีลูกค้าเดินถือถุงที่ข้างในมีกล่องรองเท้าเดินออกไป นั่นร้องเท้าฉัน บอกพี่การ์ด ขโมยๆ วิ่งตามพาพี่การ์ดวิ่งไปด้วยอีก 2 คน พอไปถึงตัวลูกค้า ได้ยินเสียงพี่การ์ดอีกคนดังตามหลังมา "ของเอ็งน่ะอยู่นี่" อายมากเลย ลูกค้าก็ทำหน้างง แล้วการ์ดที่ไปกับเรายิ่งอายเข้าไปใหญ่เลย ประจำ ของๆ ตัวเองน่ะลืม ของๆ ของคนอื่นเอากลับบ้าน ลืม สลับ หยิบผิด ตลอด

พอ FHM วางแผงไปแล้ว คิดว่าจะมีใครจำคุณได้ไหม?

มี ยังไงก็จำได้ มีงานหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ว่าโตเกียวจะแต่งแบบไหนก็มีคนจำได้ คืองานนั้นเป็นงานวันเกิดของไฮโซ ปิดผับจัดงาน อยากได้นางแบบ 2 คน ถือเค้กวันเกิดมาให้เจ้าภาพ เป็นงานแฟนซี ทุกคนจะแต่งตัวแรงมาก นางแบบสองคนจะทาตัวสีทองตั้งแต่หัวจรดเท้า ใส่วิคผมยาวสีทอง บิกินีสีทอง แล้วก็เสื้อคลุมลายเสือ แล้วผับที่เขาไปปิดดันเป็นผับพี่โตเกียว ที่อาร์.ซี.เอ แล้วพวกพี่ของโตเกียวก็นั่งกันอยู่หน้าร้าน พอก้าวลงจากรถ ก็ถูกทักเลย เฮ้ย! จำได้ด้วย ก็เลยทำให้เรารู้ว่าไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหนก็จำเราได้ วันนั้นเพื่อนนางแบบอีกคนยังบอกว่า เกียวฉันเองยังจำตัวเองไม่ค่อยจะได้ แต่ฉันจำแกได้นะ

คุณเลือกเรียนศิลปกรรม เอกโฆษณาเพราะอะไร?
เป็นคนชอบศิลปะ ชอบวาดรูป ชอบออกแบบ คิดโน่นคิดนี่ แล้วก็ได้โควต้ามาเรียน ก็โอเคไหนๆ ก็ได้โควต้าแล้ว ส่วนใหญ่เข้าเรียนที่ไหนมาก็ไม่เคยสอบเข้าที่ไหนเลย ได้จากโควต้าทั้งนั้น แล้วก็เป็นคนขี้เกียจสอบ ก็ไม่ไปสอบที่ไหน ได้เรียนในสิ่งที่ชอบเหมือนกัน ก็เรียนไป

คุณได้เอาวิชาที่เรียนไปใช้ประโยชน์บ้างไหม?
ใช้ เราเรียนโฆษณาใช่ไหม ก็ครอบคลุมทั้งหมด ทั้งเรื่องการตลาด เรียนออกแบบ เราก็ออกแบบแฟชั่น โน่นนี่นั่น อย่างเป็นพริตตี้ เอ็มซี เราก็เอามาใช้เรื่องการแต่งตัว จะแมทช์เสื้อผ้ายังไง เพราะพริตตี้เป็นอะไรที่ใช้ชุดเปลือง จะให้ซื้อแต่แบนด์เนม แพงๆ ก็ไม่ไหวใช่ไหมคะ เราก็ไม่ต้องซื้อของแพง แต่ดูใส่แล้วขึ้น เสื้อผ้าทั่วไปมาก แต่มาแมทช์กัน

คณะนี้น่าสนใจตรงไหน?
มันหลากหลายค่ะ เรียนแล้วไม่ปวดหัว ไม่ต้องอยู่กับตัวเลข ไม่ต้องอยู่กับกรอบ กับกฎเกณฑ์ การตลาดมันเป็นอะไรที่ต้องอัพเดทตลอดเวลา เราต้องตามสถานการณ์บ้านเมืองมากๆ เพราะการตลาดไม่มีอะไรที่ตายตัว วันนี้การตลาดเป็นแบบนี้ๆ ต่อไปวันหน้าทั้งเศรษฐกิจ ทั้งสภาวะแวดล้อม มันเปลี่ยนไปแล้ว การตลาดก็เปลี่ยนไป การโฆษณา สิ่งที่คนสนใจอะไรที่คนสนใจช่วงนี้ ผ่านไปสัก 3-4 เดือน มันอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้สนใจเทรนด์นี้แล้ว เกียวว่าการตลาดการออกแบบอะไรพวกนี้มันต้องเร็วนนะ อยู่กับที่ไม่ได้

รวมถึงหนุ่มๆ ด้วยหรือเปล่า?
หนุ่มๆ ในคณะเหรอ โตเกียวจะบอกว่าโตเกียวเป็นคนที่ ถ้าใครบอกว่าเป็นเพื่อนเกียวที่มหาลัย ใช่เหรอ.. ไปสาย กลับก่อน (หัวเราะ) บางวิชาไม่เคยเจอหน้าอาจารย์นะ เจอหน้าอีกทีตอนสอบ จะเป็นคนที่ไม่ค่อยไปมหา’ลัย งานเยอะด้วย แล้วเพื่อนกลุ่มเดียวที่สนิทกับเรา เรียนกับ เราไม่เรียนกันแล้ว ไม่เรียนบ้าง ออกไปเปิดร้านบ้าง มีครอบครัว มีลูกบ้าง เหลือเราอยู่คนเดียวก็ไม่อยากไปแล้ว ไม่มีแกงค์ การไปมหา’ลัยคนเดียวเป็นอะไรที่น่าหดหู่ใจมาก ก็เลยเป็นคนที่ไม่ชอบไปมหา’ลัย ก็ไม่ได้สนใจหนุ่มๆ ที่มหา’ลัย แล้วหนุ่มที่มหา’ลัยก็จะเป็นแนวเซอร์ ติส เซอร์มาก ติดดิน ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเซอร์หรือว่าสกปรกดี หรือซกม๊ก (หัวเราะ) เหมือนมีเส้นบางๆ แบ่งกั้นไว้ ก็เข้าใจว่าอาร์ตแหละ แต่เสื้อผ้าซักบ้างไหม ผมถ้าไม่ตัดก็รวบบ้าง หนวดโกนบ้างก็ดีนะให้มันเห็นหน้าตาแท้ๆ บ้าง

หนุ่มๆ ที่มหา’ลัยรู้จักคุณกันทั้งนั้นเลยไหม?
รู้จัก แต่รู้จักเนี่ยไม่ใช่รู้จักกันนะ ก็แค่อ๋อ นี่โตเกียว รู้ว่าคนนี้โตเกียว แต่จะให้รู้จักแบบสนิทๆ จริงๆ น้อยค่ะ

เมื่อกี้คุณบอกว่าไม่สนใจหนุ่มที่มหา’ลัย แล้วคุณสนใจหนุ่มที่ไหนเหรอ?
เพราะชีวิตเราไม่ค่อยได้อยู่มหา’ลัยไง จะให้ไปสนใจหนุ่มในมหา’ลัยก็กระไรอยู่ ไม่ค่อยได้เจอใคร ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับการทำงาน อยู่กับสังคมของเกียว ดีเจ มาร์เก็ตติ้งที่ร้าน ถ่ายแบบ

แฟนคุณเป็น 1 ในทีมดีเจ หรือทีมมาร์เก็ตติ้งล่ะ?
ไม่ใช่ (ยิ้ม)