นาฬิกา Mille Miglia Race Edition สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Chopard แห่งสวิส

Home / Alure, fashion&style / นาฬิกา Mille Miglia Race Edition สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Chopard แห่งสวิส

นาฬิกา Mille Miglia Race Edition สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Chopard แห่งสวิส

ด้วยแรงบันดาลใจจากยนตรกรรมแห่งความเร็วที่เข้าร่วมชิงชัยในสนามแข่งรถที่ได้รับการขนานนามว่า “สนามแข่งรถที่สวยที่สุดในโลก” ในช่วงระหว่างปี 1940 และ 1957 ทำให้นาฬิการุ่น Mille Miglia Race Edition 2015 มีช่องแสดงระดับพลังงานสำรองที่ดูละม้ายคล้ายคลึงเกจวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งหน้าปัดสีแดง “Rossa Corsa” และตัวเลขบอกเวลาขนาดใหญ่โอเวอร์ไซส์ที่ปลุกความทรงจำถึงกระดานบอกคะแนนในสไตล์ยุค 1950s ของดีก็ย่อมมีจำกัด เรือนเวลาเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์เก่าแก่สุดหรูแห่งสวิสเซอร์แลนด์ Chopard รุ่นนี้จึงผลิตออกมาในจำนวนเพียง 1000 เรือนสำหรับเวอร์ชั่นสแตนเลสสตีลและ 100 เรือนในเวอร์ชั่นโรสโกลด์

นาฬิกา Mille Miglia Race Edition สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Chopard แห่งสวิส

Chopard Mille 2

ในทุกๆ ปี แฟนๆ ของการแข่งรถรายการ Mille Miglia จะเฝ้ารออย่างตื่นเต้นว่ารถประวัติศาสตร์คันไหนจะร่วมลงแข่งขันในรายการ และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือโฉมหน้าของนาฬิการุ่นพิเศษที่ Chopard รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับทัวร์นาเม้นท์  Mille Miglia ประจำปีในชื่อ Chopard Mille Miglia Race Edition  แต่เดิมนั้น Chopard ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนด้านการจับเวลาอย่างเป็นทางการของรายการนี้มาตั้งแต่ปี 1988 ได้ผลิตนาฬิกา Mille Miglia เพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ที่เข้าแข่งขันเท่านั้น จนกระทั้งเมื่อปี 1997 จึงเปลี่ยนมาผลิตเพื่อจำหน่ายในวงกว้าง

Chopard Mille 1

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของเรือนเวลา Mille Miglia อยู่ที่สไตล์การออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของมันตั้งแต่ตัวเรือนไปจนถึงหน้าปัด อีกทั้งยังรวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างตัวหนังสือ 1000 Miglia ที่อยู่ติดกับช่องบอกวันที่ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดมีรูปลักษณ์อันทรงพลังและมีชีวิตชีวาด้วยสีแดง Rosso Corsa  ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ที่รถแข่งจำนวนมากใช้บนตัวถังเพื่อระบุสัญชาติของผู้เข้าแข่ง และสีแดงเดียวกันนี้ยังเป็นไอค่อนที่อิตาลีเลือกให้เป็นสีประจำชาติตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการจัดการแข่งรายการนี้อีกด้วย ความโดดเด่นของหน้าปัดถูกเน้นด้วยลูกเล่นสีขาวของตัวเลขขนาดโอเวอร์ไซส์และขีดบอกเวลาชั่วโมงที่ตัดขอบด้วยโรสโกลด์หรือสแตนเลสสตีล ให้เห็นความแตกต่างของสีได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังช่วยขับให้องค์ประกอบอื่นๆ บนหน้าปัดดูเด่นขึ้นมาด้วยเอฟเฟกต์แบบสามมิติ

บนหน้าปัดมีขอบสีดำอยู่ด้านในทำหน้าที่บอกเวลาเป็นวินาทีและช่องแสดงระดับพลังงานสำรองที่ออกแบบในธีมเกจวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา มาตบท้ายด้วยความเท่แบบยนตรกรรมให้สมบูรณ์แบบ สิ่งหนึ่งที่โมเดลนี้ต่างจากรุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัดก็คือ โลโก้ 1000 Miglia แบบใหม่ที่อยู่ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา สำหรับรุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้นั้นโลโก้จะวางอยู่ติดกับช่องบอกวันที่ แต่ในรุ่นล่าสุดโลโก้ถูกออกแบบใหม่ให้ล้อมช่องบอกวันที่เอาไว้เหมือนกับว่ารวมกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ละเอียดอ่อนแต่ดูเหมือนจะได้ผลดีทีเดียวในการทำให้หน้าปัดดูโล่งโปร่งตาขึ้นเ พราะองค์ประกอบที่แตกต่างกันสองอย่างนี้อยู่รวมเป็นชิ้นเดียวประจัญหน้ากับช่องวัดระดับพลังงานสำรอง

Chopard Mille 3

เมื่อดีไซน์หน้าปัดได้อย่างสุดคูลแล้ว จักรกลที่จะมาขับเคลื่อนนาฬิการุ่นนี้ก็ต้องไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เครื่องที่ใช้เป็นเครื่องคาลิเบอร์ 01.08-C กลไกแบบหมุนลานอัตโนมัติด้วยตัวเอง ซึ่งจักรกลรุ่นนี้เป็นผลงานการพัฒนาของแบรนด์ Chopard เอง การันตีความเป็นเลิศด้วยมาตรฐานการรับรอง COSC และสามารถสะสมพลังงานสำรองได้สูงสุดถึง 60 ชั่วโมงโดยประมาณ

สายเป็นสายหนังเบเรเนียสีดำรับกับตะเข็บสีดำที่เย็บด้วยมือ และตัวล็อกสายแบบพับทำด้วยสตีลหรือโรสโกลด์น้ำหนัก 18 กะรัต ราคาอยู่ที่ประมาณ 6,980 ดอลลาร์สำหรับเวอร์ชั่นสแตนเลสสตีล

 

ข้อมูลจาก

www.chopard.com

www.wristreview.com