นาฬกาBall Engineer Master II Slide Chronograph

Home / Alure, Alure Style, fashion&style / นาฬกาBall Engineer Master II Slide Chronograph

นาฬิกา Ball Engineer Master II Slide Chronograph 

ปฏิวัติวงการโครโนกราฟด้วยกลไกแบบเลื่อน


Ball_Engineer_Master_II_Slide_Chronograph_1

Ball Engineer Master II Slide Chronograph 

ปฏิวัติวงการโครโนกราฟด้วยกลไกแบบเลื่อน
       เมื่อพูดถึง นาฬิกาโครโนกราฟ สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงในทันทีก็คือฟังก์ชั่นการจับเวลาที่แม่นยำเที่ยงตรง แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลกเกือบทุกแบรนด์ผลิตนาฬิกาโครโนกราฟมาล่อใจคนรักนาฬิกาและลูกค้าทั่วๆ ไป ซึ่งสำหรับคนกลุ่มหลังฟังก์ชั่นโครโนกราฟอาจไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากนักนอกจากมีแล้วดูเท่ดี แต่ถ้าลองได้ศึกษาความเป็นมาของกลไกการจับเวลาตัวนี้ อาจทำให้ความคิดของคุณเปลี่ยนไป

โครโนกราฟ 101 

ความเป็นมาของโครโนกราฟฉบับย่อ (มากๆ) ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ เกือบ 200 ปีก่อน นับจากประดิษฐกรรมล้ำยุคชิ้นแรกของโลกที่ นิโคลัส-แมทธิว รีอูซเซค นักประดิษฐ์นาฬิกาแห่งราชสำนักฝรั่งเศสคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการจับเวลาการแข่งม้า Champ de Mars ในกรุงปารีสเมื่อปี ค.ศ.1821 โดยมงซิเออร์รีอูซเซคได้ประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาที่สามารถจับเวลาด้วยความละเอียดได้ถึง 1/5 วินาที ทั้งเรือนบรรจุในกล่องไม้มะฮอกกานี มีหน้าปัดกระเบื้องสีขาวหมุนรอบตัวเอง 1 รอบต่อนาทีพร้อมขีดแบ่งระยะทุกนาที และมีขีดย่อยอีก 4 ขีดแบ่งระยะวินทีออกเป็น 5 ส่วน และมีเข็มเจาะรูใส่น้ำหมึกให้หยดลงบนหน้าปัดสีขาวเพื่อเป็นเครื่องหมายบนพื้นหน้าปัดสำหรับการเริ่มและการสิ้นสุดการจับเวลา และนี่เองคือต้นกำเนิดของนาฬิกาโครโนกราฟที่ได้รับการค้นคว้าพัฒนาเรื่อยมา จากนาฬิกาจับเวลาแบบพกพามาจนเป็นนาฬิกาข้อมือแบบที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน พร้อมกับการทำงานของกลไกจับเวลาแบบแยกส่วน หรือที่เรียกว่า Split seconds ที่สามารถจับเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันมากกว่าหนึ่งเหตุการณ์แต่สิ้นสุดไม่พร้อมกัน โดยที่แต่ละเข็มทำงานแบบเป็นอิสระต่อกัน

ที่นิยมใช้ฟังก์ชั่นโครโนกราฟกันมากส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงในการคำนวณเส้นทาง ระยะทางและความเร็วอย่างในการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ การขับเครื่องบิน หรือแล่นเรือเป็นต้น แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ก็ลองใช้ฟังก์ชั่นนี้จับเวลาการทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ เช่นอาบน้ำ ขับรถ หรือจะจับเวลาการประชุมช่วงบ่ายเล่นๆ ดูก็น่าสนุกดีนะครับ

CM3888C-S1J-BK-2

Ball Engineer Master II Slide Chronograph

มาถึงพระเอกของเราในเล่มนี้ Ball Engineer Master II Slide Chronograph นาฬิกาฟังก์ชั่นโครโนกราฟรุ่นใหม่จาก Ball Watch แบรนด์นาฬิกาสัญชาติอเมริกันที่มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมไม่เป็นรองจากแบรนด์ยุโรปชื่อดังแบรนด์อื่นๆ และในเรือนเวลารุ่นนี้ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา Ball Watch ได้พลิกโฉมหน้าของดีไซน์นาฬิกาโครโนกราฟแบบเดิมๆ ด้วยประดิษฐกรรมล่าสุดที่เป็นสิทธิบัตรของแบรนด์ในรูปแบบของแถบสไลด์กลไกแบบเลื่อนขึ้น-ลงเพื่อควบคุมการจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้น สิ้นสุด ไปจนถึงรีเซ็ตตั้งต้นใหม่

ควบคุมการจับเวลาได้ด้วยนิ้วมือเดียวกับแถบเลื่อน Slide Chronograph 

ถือเป็นการปฏิวัติโฉมหน้าของรูปแบบสถาปัตยกรรมการออกแบบนาฬิกาโครโนกราฟแบบดั้งเดิมในท้องตลาดปัจจุบันที่ดีไซน์ให้มีปุ่มจับเวลาแบบปุ่มเดี่ยว (monopusher) และปุ่มคู่ (two-pusher) ก็ว่าได้ เพราะนาฬิกา Engineer Master II Slide Chronograph ตัวนี้ใช้กลไกที่รวมระบบใช้งานการจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้น หยุดและรีเซ็ตตั้งค่ากลับไปเป็นศูนย์เอาไว้ด้วยกันหมดอยู่ในแถบเลื่อนหนึ่งเดียวบนตัวเรือนที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาตรงข้ามกับตำแหน่งของเม็ดมะยม  โดย Ball Watch ตั้งชื่อเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์ พัฒนาขึ้นมาเองและนำไปจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยนี้แล้วว่ากลไก “Slide chronograph”  ด้วยการเลื่อนแถบในทิศตามเข็มนาฬิกา หรือพูดง่ายๆว่าเลื่อนแถบขึ้นด้านบน ฟังก์ชั่นโครโนกราฟจะเริ่มต้นการจับเวลาและหยุดการจับเวลา ในขณะที่หากเลื่อนแถบในทิศทวนเข็มนาฬิกาหรือเลื่อนลงด้านล่างจะเป็นการีเซ็ตตั้งค่าเข็มจับเวลาเป็นศูนย์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งหลังจากการเลื่อนไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ตัวแถบเลื่อนจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมตรงกึ่งกลางตัวเรือนเองโดยอัตโนมัติ ซึ่ง Ball Watch เองนั้นมองว่ากลไก Slide chronograph เป็นความก้าวหน้าของนาฬิกาโครโนกราฟในเรื่องของพัฒนาการด้านสรีระศาสตร์ เนื่องจากคนใส่สามารถใช้เพียงนิ้วมือเดียวในการควบคุมการทำงานทั้งหมดของฟังก์ชั่นโครโนกราฟในขณะที่ใส่นาฬิกาอยู่ได้เลย ข้อดีอีกอย่างที่เห็นก็คือดีไซน์ของแถบเลื่อนบนด้านข้างของตัวเรือนช่วยทำให้รูปลักษณ์นาฬิกาดูเพรียวขึ้น และลดปัญหาปุ่มจับเวลาไปเกี่ยวเข้ากับกระดุมข้อมือเสื้อที่บางคนอาจเคยประสบอยู่

Ball_Engineer_Master_II_Slide_Chrono_front_560
Ball Engineer Master II Slide Chronograph

หน้าปัดใหญ่ดูสบายตา
      พูดถึงดีไซน์ของเจ้า Engineer Master II Slide Chronograph ก็ต้องบอกว่ารุ่นนี้เขาไม่เบาเลยทีเดียว ตัวเรือนทำด้วยสแตนเลสสตีลขนาดความกว้าง 47.6 มิลลิเมตร ที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ใช้งานค่อนข้างกว้างขวางบนหน้าปัดสีดำซึ่งมีวงหน้าปัดย่อย สำหรับฟังก์ชั่นโครโนกราฟที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา รวมถึงวงหน้าปัดย่อยขนาดเล็กบอกเวลาเป็นวินาทีตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา ช่องแสดงวันและวันที่วางอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา นอกจากนี้ยังมีวงแทคคีมิเตอร์ที่ใช้ในการวัดระยะความเร็วพิมพ์ด้วยเทคนิคซิลค์สกรีนรอบๆ ขอบยกระดับที่ด้านในของหน้าปัดอีกด้วย

เรืองแสงด้วยตัวเอง
       ความล้ำหน้าด้านนวัตกรรมของ Ball Watch ยังปรากฏให้เห็นแม้ยามปิดไฟ หรืออยู่ในที่มืด เข็มนาฬิกาของนาฬิการุ่นนี้จะเรืองแสงสีเหลือง ในขณะที่ปุ่มบอกชั่วโมงเป็นแสงสีเขียวและปุ่มบอกเวลาเที่ยงวัน/เที่ยงคืนเปล่งแสงสีแดง ทั้งหมดนี้เกิดจากสารเคมีที่เรียกว่าไทรเธียม (Tritium) ซึ่งมีคุณสมบัติเหนือกว่าสารซูเปอร์โลมิโนวา โดยไทรเธียมที่อยู่ในรูปก๊าซถูกบรรจุอยู่ภายในหลอดแก้วขนาดจิ๋วจะทำปฏิกิริยากับสารเรืองแสงที่เคลือบอยู่บนหลอดแก้วและปล่อยแสงออกมาช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องพึ่งแสงจากแหล่งอื่นๆ อีก ทั้งนี้ Ball Watch ยังบอกอีกด้วยว่าไทรเธียมหรือก๊าซ H3 มีประสิทธิภาพที่ทรงพลงมากกว่าสีเรืองแสงที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปถึง 100 เท่า และยังมีอายุการใช้งานนานถึง 25 ปี

Ball-Slide-1
Ball Engineer Master II Slide Chronograph เรืองแสงด้วยตัวเอง

ห้องเครื่องอันแข็งแกร่ง
       กลไกที่ใช้ในการขับเคลื่อน Ball Engineer Master II Slide Chronograph เป็นเครื่องสวิสเมด BALL RR1402 ระบบออโตเมติก ที่เป็นรุ่นอัพเกรดของเครื่อง ETA 7750 ด้วยการใส่กลไกฟังก์ชั่นโครโนกราฟแบบเลื่อนขึ้นลงที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ Ball Watch ลงไป ตัวเครื่องสามารถรองรับแรงกระแทกได้ถึง 5,000 Gs และต้านทานอิทธิพลจากสนามแม่เหล็กได้ 4,800 A/m ทั้งยังกันน้ำได้สูงสุด 100 เมตร และมีกระจกแซฟไฟร์คริสตัลตัดแสงทะท้อน


Ball Watch
ชื่อนี้มีที่มาไม่ธรรมดา
Ball Watch เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดีในโลกแห่งนวัตกรรมที่เน้นด้านการใช้งาน ชื่อของนาฬิการุ่นนี้มีที่มาจากรากเหง้าของบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาและสร้างนาฬิกาแบบพกที่แม่นยำเที่ยงตรงให้กับอุตสาหกรรมรถไฟของสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20

บริษัทนาฬิกา Ball หรือ Ball Watch Company มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1891 เมื่อช่างทำนาฬิกาจากเมืองคลีฟแลนด์รัฐโอไฮโอเว็บบ์ซี.บอลล์ (Webb C.Ball) ซึ่งในขณะนั้นรับตำแหน่ง Chief Inspector แห่งรถไฟสาย Lake Shore Lines ทำหน้าที่ตรวจตราความเที่ยงตรงของระบบเวลาตารางการเดินรถไฟทั้งสายได้รับการมอบหมายให้ทำการตรวจสอบสืบสวนสภาพของการบอกเวลาและนาฬิกาของขบวนรถไฟทุกขบวนในสายหลังจากโศกนาฏกรรมร้ายแรงในเหตุการณ์รถไฟชนกันอันเนื่องมาจากความผิดพลาดในการคำนวณเวลาที่เมืองคิปตันรัฐโอไฮโอที่ส่งผลให้มีคนตายเป็นจำนวนมากเว็บบ์ซี. บอลล์ได้คิดค้นระบบการตรวจสอบอันเข้มงวดที่นำมาใช้กับนาฬิกาทุกเรือนที่เจ้าหน้าที่รถไฟทุกคนสวมใส่และเขาก็ยังได้ตั้งมาตรฐานเคร่งครัดที่ห้ามนาฬิกาแต่ละเรือนเดินต่างกันเกิน 30 วินาทีซึ่งมาตรฐานนี้ต่อมาถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมการเดินรถไฟทั่วประเทศช่วยสร้างระบบตารางการเดินรถไฟที่เที่ยงตรงและได้มาตรฐานในเรื่องเวลาปัจจุบัน Ball Watch เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับการยกย่องและมีรากฐานที่มั่นคงที่สุดในสหรัฐอเมริกา

company_menu2

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก

www.ballwatch.com

www.watchtime.com

www.hodinkee.com

A’luer Magazine Vol.59