เสน่ห์ของยีนส์ แฟชั่นคลาสสิกที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ยุคสมัยยังไงก็ไม่เอ้าท์

Home / fashion&style / เสน่ห์ของยีนส์ แฟชั่นคลาสสิกที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ยุคสมัยยังไงก็ไม่เอ้าท์

เสน่ห์ของยีนส์ แฟชั่นคลาสสิกที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ยุคสมัยยังไงก็ไม่เอ้าท์

“ยีนส์เป็นสัญลักษณ์ของความอิสระ และสิ่งที่สำคัญคือยีนส์ไม่เคยตายไปจากวงการแฟชั่น หรือเรียกง่ายๆ ว่า Jeans Never Die”

เสน่ห์ของยีนส์
เสน่ห์ของยีนส์

จุดเริ่มต้น
หลังจากออกจากวงโปเตโต้มา ก็อยากทำธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น แต่คิดว่าจะเลี้ยงตัวเองได้รึเปล่า เลยยังไม่ได้ทำ เดินทางไปศึกษาหาลู่ทางที่ต่างประเทศก่อน เริ่มจากฝั่งอเมริกา ต่อที่ยุโรป แต่ผมไม่ค่อยมีความสนใจทางยุโรปเท่าไหร่ แค่ไปดูวัฒนธรรมเขาเฉยๆ อย่างเช่นอิตาลี แล้วก็มาเอเชีย สุดท้ายไปจบที่ญี่ปุ่น ใช้เวลาร่วม 2 ปี ระหว่างนี้ได้ไปเจอยีนส์แบรนด์ต่างๆ ที่ Reproduction มา จากนั้นเลยนำแบรนด์พวกเนี่ยเข้ามาขายในลักษณะแฟรนด์ไชน์ชื่อร้าน Take Five ขายเป็นมัลติแบรนด์ ที่สยาม

ยีนส์ของญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นชาติที่ทำอะไรแล้วทำจริง ทุ่มเท อย่างแบรนด์ที่มา Reproduction ใหม่ ถึงขนาดไปเอากระดุมที่เลิกใช้หรือตกยุคไปแล้วมาใช้ อย่าง The Real McCoy’s เป็นแบรนด์ของอเมริกาที่ญี่ปุ่นเอามาReproduction ใหม่ คนที่เป็นเจ้าของแบรนด์แบบนี้จะเริ่มจากการเป็น collector มาก่อน แล้วก็ศึกษาอย่างจริงจัง อย่างคนที่ชอบลีวายส์ เขาจะศึกษาตั้งแต่เริ่มแรกมาจนถึงวันหนึ่งที่ความเป็น Original มันหายไป ญี่ปุ่นเลยสร้างแบรนด์ใหม่เพื่อจะฟื้นคืนชีพยีนส์แบบลีวายส์มา แต่แค่ได้ Inspiration มาจากลีวายส์ การเลือกเส้นใยผ้า เครื่องทอทุกอย่างเดินตามรอยเดิมหมด ซึ่งผมไม่เรียกของพวกนี้ว่า Reproduction ผมเรียกว่า Reborn เพราะว่ามันถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยวิธีการดั้งเดิมแท้ๆ เพียงแต่ว่านำ Inspiration มาปรับเปลี่ยน Cutting เอา เพราะว่าไซส์คนญี่ปุ่นกับอเมริกามันต่างกัน แล้วใส่ความเป็นญี่ปุ่นเพิ่มลงไป อย่างเช่นกระดุมเป็นรูปดอกซากุระ หรืออย่างแบรนด์ Momotaro ก็เอานิทานพื้นบ้านของเขาคือเด็กถือลูกท้อ มาใช้บนป้ายยี่ห้อ ครีเอทในความเป็นค่านิยมของเขาด้วย

เสน่ห์ของยีนส์
ผมมองว่ายีนส์มันเป็นสัญลักษณ์ของความอิสระ และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างเลยคือยีนส์ไม่เคยตายไปจากวงการแฟชั่น ขึ้นอยู่ที่ว่าคนให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน ตอนแรกเราคิดแค่ซื้อกางเกงยีนส์มาใส่ พอเวลาเปลี่ยนไปเกิดการฮิตปั้นเฟด ซึ่งเกิดขึ้นจากที่ยีนส์มันทน แล้วก็เกิดการเฟดได้ พออีกระยะก็ฮิตการปะ การทำขาด มันคือความครีเอท ถ้าเป็นเสื้อผ้าอย่างอื่นมันจะมีข้อจำกัดกว่า และยีนส์ก็สามารถไปได้ทุกชนชั้น ใส่ได้ตั้งแต่ชนชั้นกรรมกรไปจนถึงชนชั้นนักธุรกิจ เข้าได้กับทุกคน นี่แหละคือความ never die ของยีนส์ รวมถึงการกำเนิดของยีนส์หนึ่งตัว ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้จักรในการทอเอย การย้อมเอย ชนิดของ Indigo เส้นใย Cotton ถิ่นกำเนิดของ Cotton การทอหน้าผ้า ยีนส์แต่ละตัวแต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกัน นี่คือเสน่ห์ของยีนส์ แต่ถ้าคนที่ไม่สนใจยีนส์ เขาจะมองแค่ว่ายีนส์คือกางเกงสีน้ำเงินเข้มๆ แค่นั้นเอง

แบรนด์ Levi’s
ยุคแรกๆ เลยคือ1890 ลีวายส์ทำแต่ทรงใหญ่ๆ เลยคือ Workwear เพราะว่ามี Inspiration มาจากสมัยก่อน ที่คนงานใส่กัน แล้วก็พัฒนาปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์มาเรื่อยๆ จนมายุค 1947 ทรงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นเล็กลง แต่ว่าในไลน์หลักๆ ของเขาคือรุ่น 501จะมีในปี 1890 ที่ยังคงเป็นทรงกระบอก แต่ว่าก็จะมี suspender มี belt หลัง มีกระดุม ซึ่งทุกอย่างก็ถูกตัดทอนตามกาลเวลาbelt ที่ดึงให้กางเกงคับก็หายไป พอมาถึงปลายๆ 50 เข้ายุค 60 Levi’s เริ่มมีเดนิม แล้วมีไลน์พัฒนาออกมาเป็นกางเกงทรงเวสเทิร์น ทรงขาม้า จนมายุค60 ปลายๆ มีทรง skinny เข้ามา คือเขาจะปรับเปลี่ยนตามแฟชั่นในยุคนั้นๆ แต่ถ้าความคลาสิคของ Levi’s คนก็จะกล่าวถึงแค่ 501 และในยุคนั้นก็จะมี 501 กับ 505 แต่ก็ไม่ได้เล็กแบบskinny เป็นแบบ slim มากกว่า แต่มันก็จะมีไม่เยอะหรอกครับ จะมีแค่slim, boot cut แล้วก็ straight

เสน่ห์ของยีนส์
เสน่ห์ของยีนส์

Road to Catwalk
แฟชั่นยีนส์ได้ Inspiration มาจากชุดทำงานของวิศวกรรถไฟ คือชุดเสื้อ coverall ใส่กับรองเท้าหนัง ต่อมาแฟชั่นก็เข้ามาเรื่อยๆ จนดีไซน์เนอร์ของแบรนด์ดังนำเอายีนส์มาเป็นคอลเลคชั่นหลัก อย่างเช่น Prada เขารีแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ทำรองเท้าเป็นรูปไฟท้าย เอาเสื้อพิมพ์ลายรถอเมริกันมาใส่ หรือ Chanel ที่ล่าสุดทำแนวเวสเทิร์น มันไม่มีเส้นแบ่ง จะมาบอกว่าเวสเทิร์นคือคาวบอย ฟาร์มโชคชัยไม่ได้แล้ว โลโก้รูปดาวของ sheriff ก็มาอยู่บนกระเป๋าชาแนลได้
หรืออย่าง saint Laurent ครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นเป็นพวกแหวน แต่เดี๋ยวนี้เขาทำเสื้อแจ็คเก็ตไบเกอร์ มีซิปเฉียง แต่เสื้อผ้าพวกนี้ค่อนข้างเลือกคนใส่ เราซื้อได้ ถ้าเรามีเงิน แต่ว่าใส่แล้วมันจะดูดีหรือเปล่าก็อีกเรื่อง ผมชอบดูแฟชั่นแบบนี้มากแต่ก็แค่ชอบดู เพราะคงใส่ไม่เหมาะ แต่อาจจะมามิกซ์เอา ต้องรู้จักการมิกซ์ครับ แต่ว่าคนไทยไม่ชอบหลุดกรอบ ชอบเข้าไปดูในเว็บปุ๊บเจอคนนี้แต่งแบบนี้ ก็แต่งตาม อย่างวันนี้ผมใส่เสื้อแชมเบ้กับกางเกงสแลค ซึ่งเมื่อก่อนคนจะใส่เสื้อแชมเบ้กับเกงเกงยีนส์ ผมว่าอย่าพยายามหา reference ในเมืองไทย ให้ดูเมืองนอก อ่านไม่ออกก็ดูรูปเอา

การดูแลรักษา
บางคนบอกไม่อยากซักบ่อยกลัวสีไม่สวย ผมว่าถ้ามันร้อนมันคันก็ซักเถอะ ซักเครื่องเนี่ยแหละ กางเกงยีนส์มันเป็นกางเกงกรรมกรทนจะตายซักไปเถอะ ความหมายคือไม่ใช่ซักปีละครั้ง 2-3 ครั้งนั่นก็เกินไป หรือซักทุกวันมันก็ไม่ใช่เอาแค่พอดี เพราะทุกคนกลัวว่าการซักบ่อยๆ เฟดจะไม่สวย แต่จริงๆ แล้วเฟดจะสวยหรือไม่สวยอยู่ที่การใส่ คือมันต้องใส่ สมมุติว่าคุณจะใส่กางเกงยีนส์ตัวนั้นทุกวัน สองอาทิตย์ซักทีมันก็ได้แล้ว ส่วนวิธีการซักบางคนก็ถามว่าต้องใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไรไม่ต้องถึงขนาดนั้น ซักปกติ เวลาตากแดดก็กลับด้านหน่อย

คำแนะนำสำหรับคนชอบยีนส์
โชคดีมากที่สมัยนี้โซเชียลมันเร็ว โลกมันแคบ โลกมันเล็ก ถ้าจะศึกษาทิศทางเพราะจะใส่เป็นแฟชั่นเราก็ต้องดูว่าแฟชั่นนั้นมันใส่แบบไหน อย่างเช่น workwear จะใส่ทรงเล็กหรือใหญ่มันมีข้อจำกัดของมัน แต่ถ้าเราอยากจะปั้นยีนส์ใส่ให้เก่าไปกับตัวเอง อันนั้นก็ต้องใส่พอดีตัว มันต้องใส่แล้วสวย ไม่ใช่ตัวใหญ่แต่ใส่ไซส์เล็กมันก็ไม่ไหว แต่ถ้าสนใจจริงๆ ผมแนะนำว่าให้ศึกษาเพราะว่ามันจะสนุกครับ สนุกกว่าการซื้อกางเกงยีนส์มาใส่ตัวหนึ่งแต่ไม่รู้เลยว่าที่มามันคืออะไร

Note’s Favorite jeans brands

  • อันดับ1 คือ Levi’s เพราะนี่คือ Inspiration ของทุกแบรนด์
  • อันดับที่ 2 คือ Heller’s Café ไม่ใช่ยีนส์ในลักษณะของแฟชั่น เป็นยีนส์สายคลาสสิค โบราณเป็นแบบไหนปัจจุบันก็เป็นแบบนั้น ไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามแฟชั่น
  • อันดับ 3 คือ Warehouse ไม่มีทรงที่มันเป็นแฟชั่นมาก ไม่ได้บิดพลิ้วไปจากต้นตำรับเดิม
  • อันดับที่ 4 คือ Samurai เป็นแบรนด์แรกๆที่ทำผ้าหนาออกมา สมัยก่อนกางเกงยีนส์15 ออนส์ก็หนาแล้ว แต่ว่าซามูไรมี 17 19 21 24 แล้วที่สำคัญ Samurai ค่อนข้างชาตินิยม จะใส่ลักษณะเฉพาะของเขาไปด้วย
  • อันอับที่ 5 ก็คือ Denim เป็นแบรนด์แรกที่ทำให้หลงรักกางเกงยีนส์ญี่ปุ่น เป็นยีนส์ที่ทำให้รู้จักเฟดที่สวย การย้อมที่สวย ตอนนี้ Denim กลายเป็นของสะสมหายากในท้องตลาด

Men.MThai ขอขอขคุณเนื้อหาจาก Snap Signature

ปุ๊ เจ้าจันทร์ “ตัวจริง” บนเส้นทางเดนิมของวงการยีนส์ไทย