เนกไท รูปกระจู๋ (Dicktie) แฟชั่นเสริมหล่อแนวใหม่ที่ดูแปลกตา

Home / fashion&style / เนกไท รูปกระจู๋ (Dicktie) แฟชั่นเสริมหล่อแนวใหม่ที่ดูแปลกตา

เนกไท รูปกระจู๋ (Dicktie) แฟชั่นเสริมหล่อแนวใหม่ที่ดูแปลกตา

ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋

บางทีโลกก็หมุนเร็วเกินไปจนเราตามเทรนด์ไม่ทันเลยจริงๆ สำหรับแฟชั่นผู้ชายเรา เพราะล่าสุด อุปกรณ์เสริมหล่อแนวใหม่ของหนุ่มเรา ที่ใช้ไอเดียนำ เนกไท แนวเดิมๆ ที่ดูน่าเบื่อมาปรับเปลี่ยนพันธุกรรมสะใหม่จนกลายเป็น ดิคไท (Dicktie) หรือแปลตรงตัวก็ เนกไท รูปกระจู๋ นั่นเอง มันจะเป็นอย่างไรทาง Men.MThai เราก็ไม่พลาดที่จะนำมาเสนอเพื่อนๆ เช่นเคยครับ

ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋
ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋

ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋ มีความหมายความถึงพลังแห่งการเสริมหล่อและเป็นแรงดึงดูดทางเพศชั้นดีให้กับผู้ที่สวมใส่โดยได้ไอเดียมาจากเอาของทั้งสองสิ่งนี้มารวมกัน นั่นก็คือ

  • เนกไท ที่เป็นสิ่งที่ส่งเสริมความหล่อให้กับผู้ชาย โดยเป็นการผูกไว้ที่คอของผู้ชายเพื่อแสดงถึงความสำเร็จ มั่งคั่ง และเป็นที่ยอมรับของสังคม
  • อวัยวะเพศชาย เป็นอวัยวะที่สำคัญของผู้ชาย ที่ไว้ใช้แสดงออกทางเพศ และสืบพันธุ์นั่นเอง
ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋
ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋

ประวัติของ เนกไท

ช่วงศตวรรษแรกก่อนคริสตกาล เมื่ออากาศร้อนทหารโรมันจะใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆพันคอ เพื่อบรรเทาความร้อน แต่ก่อให้เกิดความไม่สวยงามจึงไม่ได้เป็นที่นิยมและแล้วเรื่องราวแหล่งกำเนิดของ เนกไท ก็ไม่พ้นวงการทหาร เมื่อในปี ค.ศ. 1668 ชาวโครแอทซึ่งรับจ้างเป็นทหารให้ออสเตรียโดยประจำการที่ประเทศฝรั่งเศส ทหารรับจ้างกลุ่มนี้มีเครื่องแบบเป็นผ้าพันคอทำด้วยผ้ามัสลินและผ้าลินินโดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้เพื่อประโยชน์ใช้สอยและยังเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เหล่าหรือเครื่องแบบนั่นเอง จนเมื่อชาวฝรั่งเศสได้นำไอเดียนี้มาใช้ โดยนิยมใช้ผ้าลินินและผ้าลูกไม้พันรอบคอ แล้วผูกไว้ตรงกลางด้านหน้าของคอโดยปล่อยชายยาว แฟชั่นนี้เผยแพร่ไปถึงอังกฤษอย่างรวดเร็วชาวอังกฤษนิยมกันจนถึงขั้นคลั่งไคล้ โดยเฉพาะเมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษทรงแต่งนำและพสกนิกรพากันทำตามนอกจากนี้ขณะนั้นเป็นข่วงที่วงการแฟชั่นเฟื่องฟูอย่างยิ่ง

ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋
ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋

เนกไท วิวัฒนาการมาจาก คราแวท โดยช่างตัดเสื้อชาวอเมริกันชื่อว่า JesseLangsdorf ได้ออกแบบโดยการตัดผ้าเฉียงๆและจดสิทธิบัตรไว้ในปี ค.ศ. 1924 จนยุค 50s เนกไท ได้รับความนิยมสูงสุดจนเป็นที่มาของประโยค “a man was’t fully dressed until he had put onhis tie.” เนกไท เริ่มกลายเป็นแฟชั่นในยุค 70s โดย Ralph Lauren ห้องเสื้อชื่อดังแห่งอเมริกาได้ออกแบบ เนกไท ที่มีความกว้าง10เซนติเมตร ยุค 80s มีการวาดและพิมพ์งานศิลปะของศิลปินลงบน เนกไท

ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋
ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋

ศตวรรษต่อมา แฟชั่นดังกล่าวได้แรงหนุนอย่างดีจาก โบบรูมเมลผู้โด่งดัง เพราะมีเนคไทในครอบครองจำนวนมาก และมีวิธีการผูก เนกไท แบบต่างๆมากมายจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงโต้แย้งอภิปรายกันทั้งในสภากาแฟและสื่อมวลชนว่าควรจะผูกแบบใดจึงจะถูกแต่น่าสังเกตว่ามาถึงช่วงนี้เรื่องดังกล่าวเป็นหัวข้อสนทนาในหมู่ผู้ชายเท่านั้นสื่อมวลชนในยุคนั้นทำรายการวิธีผูกเนกไท ออกมาได้ถึง ๓๒ แบบถ้าได้พบปะบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือพาตัวไปอยู่ในที่ชุมนุมของแฟชั่นหลากแบบเช่นสนามแข่งม้า จะเห็นผ้าผูกคอจนลานตา

ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋
ดิคไท (Dicktie) เนกไท รูปกระจู๋