TUDOR กับนาฬิการุ่นใหม่ Heritage Black Bay Bronze ไฮไลท์ของปีนี้

Home / fashion&style / TUDOR กับนาฬิการุ่นใหม่ Heritage Black Bay Bronze ไฮไลท์ของปีนี้

ใครที่กำลังมองหานาฬิกาคู่ใจไว้ครอบครองแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำนาฬิการุ่นใหม่จาก TUDOR ในชื่อรุ่น Heritage Black Bay Bronze ที่สามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร กับขนาดตัวเรือน 43 มม. นอกจากนี้ยังแถมสายนาฬิกามาให้ถึง 2 เส้น คือ สายหนังสีน้ำตาล และ สายผ้าสีเบจ โดยรุ่นนี้ได้รับการพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมซึ่งแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ แน่นอน

untitled-1

Heritage Black Bay เวอร์ชั่น Bronze นี้ใช้รหัส Reference ว่า 79250BM โดยมากับตัวเรือนวัสดุบรอนซ์ ที่มีขนาด 43 มม. ซึ่งใหญ่ขึ้นกว่าขนาด 41 มม. ของตัวเรือนสตีลในเวอร์ชั่นอื่นๆ อีกทั้งตัวเรือนบรอนซ์นี้ยังถูกขัดลายแทบจะทั้งเรือน และที่ขาสายยังมีรูให้จิ้มเพื่อให้เปลี่ยนสายได้สะดวกด้วย ขณะที่ฝาหลังนั้นจะใช้เป็นวัสดุสเตนเลสสตีลเคลือบพีวีดีเพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองกับข้อมือยามสวมใส่ ส่วนขอบตัวเรือนนั้นถูกติดตั้งด้วยแผ่นวงแหวนอลูมิเนียมอโนไดซ์สีน้ำตาลด้าน ที่มากับสเกลนาทีสำหรับดำน้ำสีทอง และตัวเม็ดมะยมก็ใช้เป็นวัสดุบรอนซ์ด้วย

tudor-heritage-1

tudor-heritage-5

สำหรับหน้าปัดที่ในคราวนี้มากับสีน้ำตาลด้าน พร้อมปรับใช้ตัวเลขอารบิกในตำแหน่ง 3, 6, 9 นาฬิกา ร่วมกับหลักชั่วโมงแบบจุดกลมในตำแหน่งอื่นๆ และแบบสามเหลี่ยมในตำแหน่ง 12 นาฬิกา โดยเป็นวัสดุสีพิ้งค์โกลด์เคลือบด้วยสารเรืองแสงเช่นเดียวกับเข็มทั้งสาม โดยเข็มจะยังคงใช้เป็นทรงสโนว์เฟลคแต่มีความยาวมากกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆ เล็กน้อย ส่วนสายนาฬิกาที่ให้มาจะมี 2 เส้น คือ สายหนังสีน้ำตาลที่ฟอกและสายผ้าสีเบจที่มีเส้นแถบสีเหลืองอ่อนพาดกลาง

tudor-heritage-4

กลไกของเวอร์ชั่นนี้ TUDOR ใช้กลไกอินเฮ้าส์ตระกูลแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวไปเมื่อ ปี 2015 มาใช้งาน โดยเป็นเวอร์ชั่นที่ไม่มีฟังก์ชั่นวันที่หรือฟังก์ชั่นกำลังสำรอง แน่นอนว่าเป็นพื้นฐานตระกูล MT56xx ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง บาลานซ์สปริงวัสดุซิลิคอน ที่มีกำลังสำรองยาวนานถึง 70 ชั่วโมง เช่นเดียวกัน โดย MT นั้นย่อมาจาก Manufacture Tudor นั่นเอง และด้วยความที่กลไกนี้เป็นกลไกที่ได้รับการรับรองความแม่นยำในการทำงานตามมาตรฐาน COSC บนหน้าปัดของนาฬิกาจึงมีข้อความ Chronometer Officially Certified ด้วย

tudor-heritage-2

เรียกว่านาฬิกา Heritage Black Bay Bronze รุ่นนี้ เป็น Heritage Black Bay ที่ได้รับการอัพเกรดคุณสมบัติให้ดีเด่นกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆ ร่วมตระกูล อย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ราคานั้น แน่นอนว่าจะต้องสูงกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่ใช้ตัวเรือนสตีลร่วมกับกลไก ETA แต่ก็ถือว่าไม่ได้แพงจนเกินไป เพราะถูกตั้งเอาไว้ที่ 3,800 สวิสฟรังก์ เท่านั้น

ที่มา : http://iamwatch.net/