ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย นิสัยใหม่ที่ฝึกได้

Home / tip ความรู้เรื่องรถยนต์ / ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย นิสัยใหม่ที่ฝึกได้

หลายคนขับรถ "เป็น" แต่น้อยคนนักจะขับรถได้ "ถูกต้อง" อุบัติเหตุจึงยังคงเกิดขึ้นเสมอ

 หลังจาก ฟอร์ด ประเทศไทย จัดโครงการ “Driving Skills for Life – ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” โดยในปีที่ผ่านมามีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าอบรมอย่างล้นหลาม ซึ่งร้อยละ 60 เป็นผู้หญิง สะท้อนให้เห็นว่าในสังคมไทยการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากภาครัฐอย่างเดียวไม่ เพียงพอ

 โครงการนี้จึงจัดต่อเนื่องเป็นปี 2 เพื่อแนะวิธีการขับรถให้ถูกวิธีและปลอดภัย พร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติเพื่อการใช้รถอย่างถูกต้อง และเทคนิคขับรถอย่างไรให้ประหยัด ไว้อย่างน่าสนใจ โดยครั้งนี้ได้นำ คณะสื่อมวลชน เดินทางไปทดสอบที่สนามบริดสโตน ยัง
มี วิทยากรรับเชิญ ผู้เป็นกูรูด้านยานยนต์อย่าง ยุทธพงษ์ ภาษี ที่ตอนนี้ไปไหนมาไหน ก็ถูกร้องเรียกว่า "ครูกุ้ง" ได้ให้ความรู้ถึงการขับรถไว้อย่างน่าสนใจ

 ครูกุ้งบอกว่า สิ่งที่นักขับที่ดีควรทำเสมอ นอกจากร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์พร้อมแล้ว คือการปรับทัศนคติในเรื่องของการขับขี่ใหม่ เช่น ไม่ควรขับรถระยะกระชั้นชิด แต่ควรรักษาระยะห่างจากคันหน้าในระยะปลอดภัย หมายถึงใน 3 วินาที จึงจะทำให้สามารถเบรกหรือหยุดรถทัน มองกระจกบ่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่บอดของรถ ซึ่งกระจกและระดับสายตาของผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้

 นอกจากนี้ ควรมองหาทางออกเสมอ พยายามอยู่ในพื้นที่ว่าง อย่าใกล้หรือชิดรถคันอื่นมากเกินไปจนไม่มีทางออก รู้จักถนน และสังเกตป้ายจราจรต่างๆ และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 "นักขับที่ดีควรรู้จักการใช้อุปกรณ์ในรถเพื่อ ความปลอดภัยให้เป็น และเรียนรู้ว่าทำงานอย่างไร พร้อมเตรียมวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ระบบเบรก ABS เมื่อใช้ควรเหยียบเบรกแรงๆ ทีเดียวแล้วค้างไว้ เพื่อให้ระบบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ  สำหรับในกรณีฉุกเฉินอย่างมีรถตัดหน้าจะได้ไม่ตกใจและควบคุมรถได้ปกติไม่ลื่นไถล"

 นอกจากระบบเบรก ABS หรือ Antilock Braking System แล้ว ครูกุ้งยังอธิบายถึงระบบ ESP (Electronic Stability Program) จะช่วยชดเชยและปรับสภาพให้รถทรงตัวอยู่ในสภาวะปกติทันที ในกรณีรถเกิดสไลด์ออกซ้ายหรือขวาเมื่อขับรถบนถนนเปียกลื่น

 "การจับพวงมาลัยให้ถูกต้องในกรณีฉุกเฉินเกิดอันเดอร์สเตียร์ (Understeer) หรืออาการหน้าดื้อโค้ง ท้ายจะสะบัดออกไปทางด้านข้าง ในขณะที่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง วิธีแก้ไขคือผ่อนคันเร่งคืนพวงมาลัยและค่อยๆ หมุนกลับไปใหม่"

 ครูกุ้งย้ำว่า การเปลี่ยนช่องทางเดินรถฉุกเฉิน กรณีเมื่อมีอะไรตัดหน้าจะทำให้ไม่มีโอกาสเบรกทันที ดังนั้น ไม่ควรตกใจ ควรหักหลบและควบคุมรถให้อยู่ในเลนก่อนที่จะเบรกรถเพื่อหยุด

 หลังจากเลกเชอร์ภาคทฤษฎีกันแล้ว ครูกุ้งและทีมผู้สอนระดับเกจิ พาคณะลูกศิษย์ (เฉพาะกิจ) ไปทดสอบการขับ โดย "ฟอร์ด" ยกรถให้ทดลองขับไปถึงเขาใหญ่ แต่ก่อนปล่อยรถ ยังได้ยินครูย้ำเตือนผ่านโทรโข่งอีกครั้งว่า

 "สิ่งที่ผู้อบรมต้องทำเป็นอันดับแรก คือ จะต้องเปิดใจเชื่อและยอมรับ ก่อนจะนำไปทดลองและปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่ และหมั่นปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยแล้วใช้เวลาขับประมาณ 16,000 กิโลเมตร จะเกิดเป็นนิสัยใหม่ในการขับรถที่ดีติดตัวไปตลอด นั่นหมายความว่าคุณจะมีความปลอดภัยมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง"

 สำหรับโครงการ “Driving Skills for Life – ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” จะจัดครั้งต่อไปในกรุงเทพฯ วันที่ 18-19 กรกฎาคม และ 8-9 สิงหาคม รวมทั้งจะโรดโชว์ต่อไปที่ จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ และปิดท้ายที่ จ.กำแพงเพชร ในเดือนตุลาคมนี้ สนใจร่วมเข้ารับการอบรมได้ที่ฟอร์ดคอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2686-5899 หรือติดตามความเคลื่อนไหวผ่านเว็บไซต์ www.drivingskillsforlife.com

 ดวงกมล อิศรพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย บอกว่า “อุบัติเหตุบนท้องถนนมีสาเหตุหลักจากผู้ขับขี่มากกว่าปัญหาจากตัวรถถึง 90% ในประเทศไทยอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 แท้จริงแล้วอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นเราสามารถป้องกันและลดจำนวนได้ ดังนั้น ฟอร์ด จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น เพื่ออบรมส่งเสริมการขับรถให้ถูกวิธีและปลอดภัย พร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติเพื่อการใช้รถอย่างถูกต้อง และแนะเทคนิคขับรถอย่างไรให้ประหยัด ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ"

 ด้าน ภณ สงวนศิริ วิทยากรร่วมบรรยาย แนะนำว่า อันดับแรกเมื่อขึ้นรถนอก จากร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์พร้อมแล้ว คือ การปรับเบาะที่นั่งให้เหมาะสมสะโพกชิดที่นั่งหลังตรง และคาดเข็มขัดนิรภัยให้พาดช่วงไหปลาร้าและกระดูกเชิงกราน พร้อมสำรวจความพร้อมเรื่องของกระจกเพื่อทัศนวิสัยที่ดี สัญญาณไฟบนแผงหน้าปัดรถ ระบบเบรกทำงานปกติ จับพวงมาลัยในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา เวลาขับรถควรสังเกตสภาพการจราจรเสมอ

 "การขับขี่ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำไม่เกิน 2,000 รอบต่อนาทีด้วยเกียร์ที่เหมาะสม และไม่ควรบรรทุกของหนัก เพราะการบรรทุกน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุก 20 กิโลเมตร รถจะกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 1%”

 ด้านนักข่าวที่ร่วมโครงการ อย่าง "เต้" สารัตน์ น้อยคล้าย บอกความรู้สึกว่า “ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้รถทุก วัน และมีหลายอย่างที่เมื่ออบรมถึงรู้ว่าเป็นสิ่งที่ผิด เช่นเรื่องง่ายๆ อย่างการจับพวงมาลัย หรือท่านั่ง  นอกจากนั้น ก็ระวังในเรื่องการขับรถไม่ ชิดคันหน้าเกินไป ซึ่งใครมาชิดเรา มาจี้เรา เราเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน มีหลายเรื่องที่ผมเพิ่งได้รู้ เช่น การทำงานของระบบ ABS เทคนิคการเข้าโค้ง หรือวิธีการแก้ปัญหาเมื่อฉุกเฉิน ส่วนตัวผมในฐานะวัยรุ่นคนหนึ่งมองว่า จะดีมากเลยถ้ามีการเผยแพร่ความรู้ในการขับรถที่ถูกต้องและปลอดภัยอย่างนี้ให้กว้างขวาง"

 ส่วน "เหมียว" วรจรรย์ แสงเงิน บอกคล้ายกันว่าได้ความรู้จากโครงการนี้อย่างมากมาย

 "จริงๆ เคยเรียนขับรถมา ก่อน แต่ที่นั่นเขาจะสอนให้เราขับเป็นเพื่อสอบผ่าน ไม่ได้สอนว่าขับยังไงให้ออกถนนได้ พอได้มาฝึกรู้เลยว่ามีหลายเรื่องที่เรามองข้าม เช่น นั่งเบาะหลังก็ควรต้องคาดเข็มขัดนิรภัย นอกจากนั้นยังมีเรื่องของเทคนิคการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนตัวมองว่าแม้เราจะเป็นผู้หญิง ถ้ามีโอกาสอยากให้ศึกษาหาความรู้เรื่องการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องปลอดภัย เพราะผู้ชายไม่ได้อยู่ช่วยเราตลอด และถ้าทุกคนขับรถดี ถนนบ้านเราก็จะน่าใช้มากขึ้น"

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก