ทดลองขับ ALL New Mazda CX-5 พิสูจน์เทคโนโลยี Skyactiv

Home / รีวิวรถยนต์ / ทดลองขับ ALL New Mazda CX-5 พิสูจน์เทคโนโลยี Skyactiv

มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ คันนี้จัดอยู่ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ ครอสโอเวอร์ SUV ซึ่งกว่าจะเข้ามาขายในบ้านเราก็ต้องปล่อยให้รอกันเป็นปี สำหรับคนที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด คงทราบถึงเทคโนโลยีที่ทำให้ ALL New Mazda CX-5 ดูน่าสนใจมากขึ้นนั้นคือ Skyactiv ที่ปรับปรุงใหม่แบบหมดจด ตั้งแต่เครื่อง ชุดเกียร์ ช่วงล่าง ทุกอย่างถูกปรับปรุงใหม่ ก้าวข้ามเทคโนโลยีแบบเดิมๆ

CX-5-22

การทดลองขับในครั้งนี้ทางมาสด้าจัดทั้งหมด 2 รอบ โดยรอบแรกเป็นการทดสอบ Mazda CX-5 รุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล 2200 ซีซี SKYACTIV-D ขึ้นเหนือกันไปทดสอบเส้นทางจากเชียงราย มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ซึ่งเส้นทางจะเป็นแบบขึ้นเขา ลงเขา มีเข้าไปลุยเส้นทางธรรมชาติบ้าง เพื่อทดสอบช่วงล่าง ส่วนรอบที่ 2 Mazda CX-5 รุ่น 2.5 S เครื่องยนต์เบนซิน 2500 ซีซี และ 2000 ซีซี SKYACTIV-G เป็นเส้นทางจาก กรุงเทพฯ มุ่งหน้า กุยบุรี ซึ่งเส้นทางจะเลี่ยงเข้าไปวิ่งทางแก่งกระจาน ลัดๆ ลุยๆ เส้นทางจะได้สัมผัสหลุมบ่อที่เยอะกว่า

CX-5-18

จากระยะเวลาที่ผมในสัมผัสถึง มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ คันนี้ สิ่งที่ผมอยากบอกเป็นอันดับแรกเลยว่า มาสด้า เปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่ใช่มากธรรมดา มว๊ากกกกกกมาย

CX-5-13

จริงๆ ด้วยเทคโนโลยีของ SKYACTIV ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ยิ่งในตัว SKYACTIV-G แบบไดเรค อินเจ็คชั่นที่มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดถึง 14:1 สูงที่สุดในตลาด ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากขึ้น หรือในตัวของ SKYACTIV-D อัตราส่วนการอัดอากาศที่ต่ำเพียง 14:1 จึงส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประหยัดขึ้นถึง 20% ผสมผสานกับระบบเกียร์ใหม่ SKYACTIV-Drive ผสมผสานข้อดีของระบบเกียร์อัตโนมัติทั้ง 3 แบบเข้าด้วยกัน ทั้งแบบดั้งเดิม (Conventional AT Transmission) แบบแปรผันที่ต่อเนื่อง (CVT) และแบบคลัชท์คู่ (Dual Clutch) ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ราบเรียบขึ้นมาก ซึ่งของนี้ผมเคยติเรื่องเกียร์ของมาสด้ามาแล้ว และแก้ได้โดนใจมาก

CX-5-61

ส่วนช่วงล่าง SKYACTIV-Chassis ที่ต้องบอกว่า เรื่องช่วงล่างของมาสด้านั้นทำได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งพัฒนาใหม่ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เส้นทางที่ทดสอบนั้นลุยหลุม ลุยทางขรุขระ เรียกว่าไม่มีเบรกกันเลยครับ ใส่กันเต็มที่ ซึ่งบอกตรงๆ ว่า ถ้าเป็นรถผมหัวโขกกระจกไปหลายรอบแล้ว เข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือจังหวะเลี้ยวกระทันหัน รถไม่มีหลุด ถึงเกิดอาการลื่นเพราะพื้นผิวถนน ก็ยังสามารถดึงพวงมาลัยกลับมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ต้องยอมรับในเรื่องช่วงล่างจริงๆ ครับ ว่ามาสด้าก็คือมาสด้า ช่วงล่างแบบนี้ผมให้ใจไปเต็มๆ ครับ

CX-5-62

มาถึงบทสรุปจากที่ได้ทดลองขับ Mazda CX-5 เครื่องยนต์ดีเซล ผมบอกได้เลยว่า “เสถียร” ในที่นี้หมายถึงการที่ขบแล้วสนุกมาก เครื่องเดินเป็นจังหวะเดียวกันกับคนขับ อยากเร่ง อยากแซง ได้ดั่งใจ ด้วยการที่เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับเทอร์โบอีก 2 ลูก ทำให้การขับตอบสนองได้ทันที ความเร็ว 120 กม./ชม. รอบเครื่องอยู่ราวๆ 2000  รอบ/นาที ขับไปขับมาเผลอตัวเหยีบไปถึง 160 กม./ชม. ในแบบที่ตัวรถยังคงนิ่ง ราบลื่น ช่วงล่างเข้าโค้งระดับความเร็ว 100-120 ดีเยี่ยม เกาะถนนประทับใจมากที่สุดแล้วสำหรับใน ALL New Mazda CX-5

CX-5-05

Mazda CX-5 เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ผมให้คำว่า “นักซิ่ง” ด้วยความที่เครื่อง 2.5 ทำให้ความรู้สึกของการเร่ง การเหยียบได้อารมณ์ตอบสนองที่ดีมาก ในแบบที่สั่งได้ อยากเร่ง อยากแรง อยากแข่ง ตอบโจทย์ได้ทันที ซึ่งจังหวะที่ได้ใช้ในถนนจริง ที่ต้องการแซงรถบรรทุก อันนี้สบายหายห่วงครับ เหยียบแล้วมา สมดังใจ ในส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ผมให้คำว่า “เพียงพอ” จะว่าไปถ้าเทียบรุ่น 2.0 ในตลาด ผมว่าโดดเด่นที่สุดแล้ว ด้วยช่วงล่าง ด้วยอัตราการเร่ง ที่ไม่ได้โหลดน้ำหนักจนมีคำว่าอืดเข้ามา มันเพียงพอจริงๆ สำหรับคนที่ใช้รถในชีวตประจำวัน อ่อ ต้องบอกด้วยว่า ช่วงล่างของ 2.0 กับ 2.5 มีความแตกต่างกัน เพราะด้วยขนาดยางของ 18″ กับ 19″ การปรับเซ็ตช่วงล่างจึงต่างกันนิดๆ 2.0 จะมีความนุ่มนวลกว่า แต่ทำไมผมกลับไปประทับใจช่วงล่างของ 2.5 ยังไงไม่รู้ ผมว่ามันแน่นนึบดีนะ

CX-5-60

สุดท้ายรถมาสด้า ยังคงเป็นอะไรที่ต้องลองขับก่อน ถึงจะรู้ เพราะการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในครั้งนี้ ทำให้รถจากค่ายมาสด้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ใครที่ยังมีติดภาพลักษณ์เดิมๆ ผมอยากให้คุณไปขอทดลองขับที่ศูนย์บริการดูครับ แล้วค่อยตัดสินใจ แล้วจะรู้ว่ามาสด้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ขับสนุกมันคืออะไร!!