HONDA INSIGHT HYBRID ยนตรกรรมเพื่อสิ่งเวดล้อม GREEN MACHINE

Home / รีวิวรถยนต์ / HONDA INSIGHT HYBRID ยนตรกรรมเพื่อสิ่งเวดล้อม GREEN MACHINE

HONDA INSIGHT HYBRID
ยนตรกรรมเพื่อสิ่งเวดล้อม GREEN MACHINE

สภาวะอากาศที่แปรปรวน อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน สร้างความตื่นตัวให้กับผู้คนบนโลกใบนี้ ให้หันมาสนใจสิ่งแวดล้อม โดย เฉพาะการปล่อยก๊าซที่ทำลายชั้นบรรยากาศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากไอเสียของรถยนต์ ประกอบกับวิกฤติด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานหลัก ที่ใช้ในรถยนต์ นั่นก็คือน้ำมันที่นับวันยิ่งมีราคาสูงขึ้น

บริษัทรถยนต์ทุกค่าย ต่างคิดค้นเทคโนโลยีที่จะลดมลภาวะ พยายามคิดค้นเครื่องยนต์ที่ปล่อยก๊าซพิษออกมาให้น้อยที่สุด และใช้พลัง งานน้อยที่สุดด้วยเช่นกัน การใช้พลังงานทางเลือกอื่น ๆ นอกจากน้ำมัน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะมาช่วยเรื่องวิกฤติด้านพลังงาน แต่ในด้านมล พิษก็ยังคงมีอยู่ ทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลทั้งเรื่องลดมลพิษและลดการใช้พลังงาน คือการรวมแหล่งพลังงาน 2 ระบบเข้าด้วยกัน ซึ่งในรถยนต์ มีการรวมเครื่องยนต์เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่าระบบ Hybrid

หลาย ๆ ค่ายมีรถยนต์ Hybrid ออกจำหน่าย ฮอนด้าก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ไม่ยอมน้อยหน้าใคร เริ่มต้นคิดค้นเครื่องยนต์ลูกผสมใส่ใน รถยนต์ Hybrid มาตั้งแต่ปี 1997 และเปิดตัวในปี 2000 กับรุ่น Insight และนี่เป็นเจเนอเรชั่นล่าสุดของ Insight ภายใต้คอนเซ็ปต์ Green Machine

ปรับโฉมใหม่ มาในมาด แฮตช์แบ็กคอมแพ็กต์ 5 ประตู


Insight ใหม่ มาพร้อมกับลุคใหม่หมดจด ตั้งแต่หัวจดท้าย จากเดิมที่เป็นแบบ 3 ประตู นั่งได้แค่ 2 คน ขยับมาเป็นแบบ 5 ประตู 5 ที่นั่ง ซึ่งสามารถใช้งานได้จริง มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างขวาง ไม่ต่างอะไรกับรถประเภทคอมแพ็กต์คาร์ ซึ่งดู ๆ ไปแล้วก็มีกลิ่น อายของฮอนด้า ซิตี้ อยู่ไม่น้อย หรือจะเรียกว่า ซิตี้ 5 ประตู ก็ไม่น่าเกลียด แต่เหนือกว่าด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลด ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศให้ต่ำที่สุด โดยตัวเลขที่ได้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลกคือ 0.28


เปิดประตูเข้ามาดูในรถ สัมผัสแรกชวนให้นึกถึงฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ คงเป็นเพราะพวงมาลัยที่ถอดแบบกันมาเป๊ะ ๆ คอนโซลหน้าก็รูป ทรงใกล้เคียง ต่างกันที่ Insight มีจอมอนิเตอร์มาให้ด้วย หน้าปัดเป็นแบบ 2 ชั้น เหมือนในรุ่น Civic ด้านล่างเป็นมาตรวัดแบบเข็มแสดง รอบเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และแสดงการใช้ไฟหรือชาร์จไฟของมอเตอร์


ด้านบนเป็นจอแบบดิจิตอล บอกความเร็ว โดยมีลูกเล่นอยู่ที่สีของจอจะเปลี่ยนไปตามอัตราการกินน้ำมัน สีเขียว หมายถึง ประหยัดน้ำมัน และมลพิษต่ำสุด สีเขียวอมน้ำเงิน อยู่ในระดับกลาง ๆ และสีน้ำเงิน ก็หมายถึงเครื่องกำลังบริโภคน้ำมันอย่างอร็ดอร่อย

ขนาดห้องโดยสาร เบาะนั่ง วัสดุที่ใช้ในห้องโดยสาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ได้แตกต่างไปจากรถระดับคอมแพ็กต์คาร์ ทั่วไป เรียกง่าย ๆ ว่าไม่ต่างกับ แจ๊ซ หรือซิตี้ ที่นั่งด้านหลังมีพื้นที่วางขาพอสมควร แต่การออกแบบให้ลู่ลม หลังคาด้านท้ายลาดลงมา อาจเป็นปัญหาสำหรับคนตัวสูงที่ต้องไปนั่งอยู่ข้างหลัง เพราะศีรษะอาจติดหลังคาได้

เครื่องยนต์ IMA GEN5 กินทั้งน้ำมันและไฟฟ้า

เครื่องยนต์ Hybrid ตัวนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งถ้าใครอ่านนิตยสารกรังด์ปรีซ์ ฉบับเดือนพฤษภาคม ในคอลัมน์ Technology Analyze ที่เขียนโดยคุณพิทักษ์ บุญท้วม คงจะพอทราบถึงจุดเด่นของเครื่องยนต์ IMA กันไปแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้อ่าน ผมจะเล่าให้ฟัง แบบย่อ ๆ ละกันนะครับ


เครื่องยนต์ Hybrid ของฮอนด้า ถูกออกแบบมาจากแนวคิด Mild-Hybrid หมายถึง รถยนต์ยังไงก็ยังต้องมีเครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง หลัก ถ้าจะให้สมรรถนะยังคงเหมือนเดิม ตั้งแต่ออกตัวจนถึงความเร็วสูงสุด มอเตอร์จึงเป็นเพียงตัวช่วยเสริมกำลังให้กับเครื่องยนต์ เหมือนกับทำเครื่องยนต์ให้เล็กลง กินน้ำมันน้อยลง ปล่อยมลพิษน้อยลง ในส่วนกำลังที่ลดลงไปก็เอามอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริม

อย่างเครื่องยนต์ของ Insight ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4 สูบ 1,300 ซี.ซี. SOHC i-VTEC 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมแรง บิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่พัฒนาจนบางเฉียบ มีกำลัง 13 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที กับแรงบิด 78.63 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,000 รอบ/นาที

เมื่อรวมต้นกำลังทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกัน จะให้กำลังออกมาที่ 98 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิด 166 นิวตัน-เมตร ที่ 1,000-1,500 รอบ/นาที เทคโนโลยีไฮบริดทุกระบบ ได้รับการถ่ายทอดมายัง Insight ทั้งหมด โดยมอเตอร์จะไม่ได้ทำงานเต็มที่ทุกครั้งที่หมุน แต่จะมี PCU (Power Control Unit) มาทำหน้าที่คอนโทรลการทำงานของมอเตอร์ โดยอ้างอิงจากระดับและระยะเวลาในการเหยียบ แป้นคันเร่ง


อย่างการออกตัวหรือเร่งแซง คันเร่งถูกเหยียบจม มอเตอร์จะทำงานเต็มที่ สังเกตได้จากมาตรวัดการทำงานของมอเตอร์ที่หน้าปัด เข็ม จะชี้ไปทางแถบสีน้ำเงิน ASST จนสุด เมื่อเราคลายคันเร่งออกมานิดหน่อย เพื่อลดอัตราเร่ง แต่ยังเพิ่มความเร็วอยู่ เข็มจะตกลงมา แต่ก็ ยังอยู่ในเขตสีน้ำเงิน

จนเราถอนคันเร่งมาเพื่อรักษาความเร็ว เข็มจะชี้มาที่ตรงกลาง เป็นการตัดการทำงานของมอเตอร์ เหลือเพียงเครื่องยนต์อย่างเดียว และ เมื่อเราถอนคันเร่งจนหมด เพื่อชะลอความเร็ว ทีนี้มอเตอร์จะกลายร่างเป็นเจนเนอเรเตอร์ เอาพลังงานกลมาแปลงเป็นไฟฟ้า ชาร์จกลับเข้า ไปในแบตเตอรี่ เพื่อใช้งานในครั้งต่อไป

ระบบส่งกำลังเป็นแบบ CVT (Continuous Variable Transmission) เป็นระบบเกียร์ที่มีการเปลี่ยนอัตราทดอย่างต่อเนื่อง ไม่เป็นลำดับเกียร์เหมือนเกียร์ทั่วไป ทำให้รถวิ่งได้อย่างราบเรียบ ไม่มีการกระตุกเวลาเปลี่ยนเกียร์ รักษารอบเครื่องยนต์ไว้ที่รอบแรงม้า สูงสุด ให้เครื่องยนต์ปลดปล่อยกำลังสูงสุดได้ตลอดช่วงที่ต้องการกำลัง

ระบบช่วงล่างและระบบเบรก ตามมาตรฐานรถคอมแพ็กต์

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า Insight ไม่ได้แตกต่างไปจากรถคอมแพ็กต์ในค่าย อย่างแจ๊ซ หรือซิตี้เลย ซ้ำยังอยู่ในคอนเซ็ปต์รักษาสิ่ง แวลล้อม ไม่ได้เน้นสมรรถนะเท่าไหร่ ระบบช่วงล่างและระบบเบรก จึงไม่ได้แตกต่างไปจากแจ๊ซและซิตี้ ด้านหน้าใช้แม็คเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังใช้ทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกใช้หน้าดิสก์ หลังดรัม แต่ก็ให้ตัวช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่าง ABS, EBD และ TCS (Traction Control System) สำหรับช่วยลดการลื่นไถลของล้อขับเคลื่อนมาด้วย

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาเหยียบ 2 ล้าน


สำหรับ Insight Hybrid คันนี้ ถ้าหลับตาขับได้ จะรู้สึกได้ถึงฟิวรถซิตี้รุ่นเก่า ที่เป็นเครื่อง i-DSI อัตราเร่งเมื่อไฟชาร์จเต็ม กดคันเร่ง จมจากหยุดนิ่ง รอบเครื่องค้างอยู่ที่รอบแรงม้าสูงสุด คือ 5,800 รอบต่อนาที ทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 15.2 วินาที ไฟเริ่มอ่อนก็ใช้เวลา 16.3 วินาที แต่ถ้าไฟหมดก็เหลือแค่พลังจากเครื่องยนต์อย่างเดียว แรงม้าหายไปเป็นสิบตัว จะใช้เวลา 19 วินาที ซึ่ง ในการใช้งานทั่ว ๆ ไป คงจะไม่เกิดการไฟหมด แต่ถ้ากดอย่างเดียวเหมือนในตอนทดสอบ ไฟจะหมดในเวลาอันสั้น


ระบบ Automatic Idle Stop ที่จะตัดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อรถหยุด ถ้าขับ ๆ มาติดไฟแดง แล้วเครื่องยนต์เกิดดับไปเฉย ๆ ไม่ต้องตกใจ เป็นการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปล่อยแก๊สพิษออกสู่บรรยากาศ ซึ่งแก๊สพิษจะมีมากในขณะที่เราจอดรถติดเครื่อง อยู่เฉย ๆ เมื่อปล่อยเบรกเหยียบคันเร่งใหม่ เครื่องยนต์จะติดอย่างรวดเร็ว ขับต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด


แต่การดับเครื่องยนต์ก็มีปัญหาตามมา เพราะระบบปรับอากาศจะไม่ทำงาน เพราะเอาคอมเพรสเซอร์แอร์ไปพ่วงไว้กับเครื่องยนต์ เมื่อ เครื่องยนต์ดับ คอมฯ แอร์ก็ไม่หมุน ระบบปรับอากาศจะเหลือแค่พัดลมที่ยังทำงานอยู่ เมื่อเจอกับอากาศในประเทศไทยแล้ว บอกได้คำเดียว ว่า แย่ เมื่อจอดรถติดไฟแดงหรือรถติดที่คิดว่าจะต้องหยุดเป็นเวลานาน ต้องเปลี่ยนเกียร์มาเป็นเกียร์ P หรือเกียร์ว่าง แล้วปล่อยเบรก เครื่องยนต์ถึงจะติด ระบบแอร์กลับมาทำงานเหมือนเดิม


อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันก็ถือว่าบริโภคลดลงกว่ารถขนาดใกล้เคียงกันที่ไม่ใช่ Hybrid แต่ก็ยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ โดยใช้ในเมืองจะ อยู่ที่ 15.9 กม./ลิตร ส่วนนอกเมืองจะอยู่ที่ 19.8 กม./ลิตร ซึ่งรถคอมแพ็กต์ในค่ายอย่างแจ๊ซ ทำได้ 11 กม./ลิตร ในเมือง และ 14 กม./ลิตร ที่นอกเมือง ถือได้ว่าเป็นรถที่ประหยัดพลังงานได้ดี


แต่เมื่อคิดเทียบกับค่าตัวเหยียบ 2 ล้าน คนซื้อคงต้องกระเป๋าหนักสักหน่อย เพราะคิดในแง่ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเทียบกับรถ ขนาดเดียวกัน แต่ราคาต่างกันถึงเกือบ 4 เท่า ไม่รู้เมื่อไหร่จะคุ้มเงินลงทุน ซึ่งตรงนี้คงต้องโทษกฎหมายเกี่ยวกับภาษีรถนำเข้า ที่เหมา รวมรถทุกประเภท ซึ่งไม่จูงใจให้คนใช้รถหันมาซื้อรถจำพวกนี้ ทั้ง ๆ ที่ป่าวประกาศอยู่ปาว ๆ ให้ช่วยกันประหยัด ให้ช่วยกันรักษาสิ่ง แวดล้อม ให้ช่วยกันลดมลพิษ


แต่ก็ไม่ยอมลดภาษีกันสักที ถึงแม้ว่าภาษีสรรพสามิตของรถนำเข้าที่เป็นเครื่องยนต์ Hybrid จะถูกลงกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ธรรมดา แต่รวมภาษีนำเข้าและอื่น ๆ มันก็ยังทำให้ราคาของรถ Hybrid สูงมากทีเดียว ก็คงเหลือแค่เศรษฐีนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ยอมควักกระเป๋า ซื้อรถ Hybrid มาใช้ อย่างเรา ๆ ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน คงได้แต่ชื่นชมความมีจิตใจดีของผู้ใช้รถ Hybrid ที่จะรักษาโลกให้น่าอยู่ต่อไป

HONDA Insight 2009
โครงสร้าง ตัวถัง
วัสดุ
เหล็ก
ระยะห่างฐานล้อ
มม.
2,550
ความยาว
มม.
4,375
ความกว้าง
มม.
1,695
ความสูง
มม.
1,425
น้ำหนัก
กก.
1,240
วงเลี้ยว
เมตร
10.83
สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd.)
0.28
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง
ลิตร
40
เครื่องยนต์
แบบ
4 สูบแถวเรียง SOHC i-VTEC
จำนวนวาล์ว
วาล์ว/สูบ
4 วาล์ว
BORE x STROKE
มม.
73.0 x 80.0
ความจุกระบอกสูบ
ซี.ซี.
1,339
อัตราส่วนการอัด
10.8 :1
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
PGM-FI
กำลังสูงสุด
hp/rpm
88/5,800
แรงบิดสูงสุด
Nm/rpm
119/4,500
ระบบไฮบริด
ประเภท
Series/parallel, Mild hybrid
กำลังสูงสุด
SAE net /rpm
98/5,800
แรงบิดสูงสุด
Nm/rpm
166/1,000-1,500
มอเตอร์ไฟฟ้า
ประเภท
Ultra-thin DC brushless electric motor
กำลังสูงสุด
hp (kW) /rpm
13(10)/1,500
แรงบิดสูงสุด
Nm/rpm
78.63/1,000
แบตเตอรี่ไฮบริด
ประเภท
Nickel Metal Hydride (Ni-MH)
แรงดันไฟฟ้า (Voltage)
Volt
100.8
ระบบส่งกำลัง
แบบ
Front wheel drive
ระบบเกียร์
CVT
ระบบกันสะเทือน
หน้า
MacPherson strut
หลัง
H-shaped torsion beam
อุปกรณ์ช่วยการทรงตัว
VSA, TCS, ABS, EBD
ล้อ/ยาง
175/65 R15
เบรก หน้า
Disc brakes
หลัง
Drum brakes
สมรรถนะ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.
วินาที
15.2
อัตราสิ้นเปลือง
ในเมือง
กม./ลิตร
15.9
นอกเมือง
กม./ลิตร
19.8
เฉลี่ย
กม./ลิตร
17.8
ราคา
บาท
1,990,000