LEXUS LS460L จากการเป็นผู้ตาม สู่การเป็นคู่แข่ง

Home / รีวิวรถยนต์ / LEXUS LS460L จากการเป็นผู้ตาม สู่การเป็นคู่แข่ง

LEXUS LS460L
จากการเป็นผู้ตาม สู่การเป็นคู่แข่ง

ยุคสมัยที่รถจากแดนเอเชียที่เคยตกเป็นรองพวกรถที่มาจากฝั่งยุโรป แต่มาในตอนนี้ด้วยการพัฒนาของวิศวกรรมทางเทคโนโลยี การพิถี พิถันใส่ใจในรายละเอียด ทำให้คุณภาพและสมรรถนะของรถยนต์จากแดนปลาดิบนั้น ไม่ได้เป็นรองเหล่าบรรดากลุ่ม รถยนต์จาก ฝั่งยุโรปอีกแล้ว และต่อไปภายหน้า รถจากแดนเอเชียนั้นก็อาจจะก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นผู้นำของตลาดโลกรถยนต์ในเวลาไม่ช้านี้ก็ได้

สวย หรู ดูล้ำสมัย

ภายนอก LEXUS LS460L คันนี้ ออกแบบได้ดูหรูหราและล้ำสมัย ขนาดของตัวถังที่ทั้งใหญ่และยาว แต่ดูภูมิฐานและน่าเกรงขาม ด้าน หน้าหล่อๆ แบบมีสง่า ส่วนด้านหลังก็ออกแบบมาให้รับกันดี อีกทั้งปลายท่อไอเสียแบบท่อคู่ที่ออกแบบมาให้ออกทั้งด้านซ้ายและขวา ของตัวรถ ก็ออกแบบมาได้อย่างลงตัว ซึ่งตอนนี้รถยนต์หรูจากฝั่งค่ายยุโรปก็หันมาออกแบบตามแนวนี้กันเยอะแล้ว

ภายใน เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็รู้สึกได้ถึงความหรูหรา อลังการ วัสดุที่เอามาบรรจงใช้ในรถคันนี้ก็ดูดีมีราคาแบบไม่ให้เสียเกรดรถราคา ระดับ นี้ การดีไซน์นั้นออกแบบมาอย่างลงตัว มีการพิถีพิถันใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นรถที่ดูแล้วมีความหรูหราน่านั่ง (หลัง)มาก รายละ เอียดต่างๆ ทำมาเพื่อเอาใจท่านผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่ทางด้านหลังอย่างเต็มที่ เบาะนั่งพร้อมที่รองรับขาแบบที่นั่ง ชั้นหนึ่งบนเครื่องบินโดย สาร ปุ่มสวิตช์ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ มีค่อนข้างเยอะ แต่ใช้ง่ายและสะดวก ไม่ต้องอาศัยเวลาศึกษาหรือทำความ คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ ถือว่าเป็น ข้อดีที่ไม่ทำความปวดหัวแก่คนที่ไม่ชอบความวุ่นวายในการใช้งานเทคโนโลยี

แรง นุ่ม เงียบ !!!

เครื่องยนต์ของรถรุ่นนี้ในตลาดโลก นอกจากจะมีเครื่องยนต์เบนซินแบบธรรมดาแล้ว ยังมีเครื่องยนต์เบนซินที่เป็นแบบ Hybrid อีกด้วย แต่ ในประเทศไทยนั้น จะมีจำหน่ายแค่เครื่องยนต์เบนซินแบบธรรมดาเท่านั้น โดยเครื่องยนต์ตัวนี้จะมีรหัสว่า 1UR-FSE โดย จะเป็นเครื่องยนต์ ที่มีลูกสูบอยู่แปดลูก (V8) โดยลูกสูบจะมีขนาด 94 มม. ช่วงชักจะยืดสุดอยู่ที่ 83 มม. ซึ่งรวมแล้วจะมีความจุสุทธิรวม อยู่ที่ 4,604 ซี.ซี. ฝาสูบ แบบ DOHC มีวาล์วมากมายให้นับเล่นถึง 32 ตัว บวกแคมอีกสี่อัน พร้อมระบบแปรผันวาล์วที่เปลี่ยนมาใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวหลักในการ ทำงาน และมีการปรับตำแหน่งองศาเพลาราวลิ้นเหนือฝาสูบสำหรับเปิด-ปิด วาล์วไอดี ด้วยอิเล็กทรอ นิกส์ โดยระบบที่เรียกว่า VVT-iE (Variable Valve Timing with Intelligence and Electronically Controlled Intake) ซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลก ที่ติดตั้งระบบนี้ โดยในส่วนของเพลาราวลิ้นเหนือฝาสูบสำหรับเปิด-ปิด วาล์วไอเสีย จะยังถูกควบคุมด้วยระบบไฮดรอลิก โดยวัสดุที่ทำเสื้อสูบ และฝาสูบนั้นทำจากอะลูมิเนียมเพื่อความเบา ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้สามารถสร้าง กำลังสูงถึง 380 แรงม้า (PS) ที่ 6,400 รอบ/นาที และให้แรง บิดสูงสุด 493 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที ส่วนภาระในการถ่าย ทอดกำลังนั้นจะเป็นหน้าที่ของเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 จังหวะ ซึ่งถือเป็น เกียร์อัตโนมัติแบบ 8 จังหวะ ที่พัฒนาออกมาเพื่อความนิ่มนวล และลดอาการกระตุกจากการเปลี่ยนจังหวะเกียร์ ส่วนอัตราทดของเกียร์ 7 และ 8 นั้นจะเป็นแบบโอเวอร์ไดร์ฟ เพื่อลดรอบการทำงานของ เครื่องยนต์ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อความประหยัดและลดการสึกหรอจากรอบการ หมุนของเครื่องยนต์ที่ต่ำลง

จากการที่ได้ลองสัมผัสแบบนั่งอยู่ในรถแล้วติดเครื่องยนต์ ก็ปรากฏว่า เงียบ ที่ว่าเงียบนี้ ไม่ใช่ว่ารถมีปัญหาหรือสตาร์ทไม่ติดอะไร นะครับ แต่เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาเมื่ออยู่ในห้องโดยสารแล้วมันเงียบ เงียบจนบางทีไม่แน่ใจว่าเครื่องยนต์ติดอยู่ หรือเปล่า จนบางทีต้องเช็กความชัวร์ด้วยการต้องเหลือบสายตาไปมองที่เข็มวัดรอบบนแผงหน้าปัด เพื่อสร้างความมั่นใจ และเมื่อได้ลอง แตะคันเร่ง ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบาๆ ก็จะรู้สึกได้เลยว่า ขนาดรถยนต์ที่ใหญ่พอๆ กับรถปิกอัพและมีน้ำหนักกว่าสองตันของเจ้ารถคันนี้ ไม่ได้ เป็นภาระแก่ เครื่องยนต์ขนาด 4.6 ลิตร ที่มีแรงม้าแตะๆ อยู่แถว 400 ตัวเลย อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้อยู่แถวๆ 6.5 วินาที ส่วนถ้าลอง กดคันเร่งแบบมิดๆ จากจุดหยุดนิ่งจนเข็มความเร็วไปชี้อยู่แถวๆ 180 ก็ทำได้แบบในชั่วอึดใจ แต่อารมณ์ในการขับขี่จะ ออกในแนวนิ่มนวลแต่ รวดเร็ว ไม่ใช่แนวดึงแบบรุนแรง หลังกระแทกเบาะ เรียกได้ว่าเป็นรถที่อัตราเร่งดี ขึ้นไว แต่นิ่มนวลแบบไม่รบกวน ความสบายของท่านเจ้านาย ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ทางเบาะด้านหลัง ส่วนความเร็วรอบในการเดินทางนั้น ถึงจะเป็นเครื่องใหญ่ แต่ก็มีเกียร์ อัตโนมัติมาให้ใช้ถึง 8 จังหวะ ดังนั้น รอบเครื่องยนต์ในการใช้ความเร็วในการเดินทางนั้นคงจะไม่ใช่ปัญหา และคงจะเป็นรอบที่ไม่สูง อย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามที่คาดไว้ โดยความเร็วในการเดินทางที่ 80 กม./ชม. จะใช้รอบเครื่องยนต์ในการเดินทางเพียง 1,200 รอบ/นาที เท่านั้น ส่วนความเร็วในการเดินทาง ตามแบบปกติใช้กันแบบไม่เร่งรีบ หรือร้อนรนในการเดินทางที่ 100 และ 120 กม./ชม. จะใช้รอบเครื่องต่ำๆ อยู่ที่ 1,500 และ 1,800 รอบ/นาที ตามลำดับ

นุ่มนวลชวนสบาย แต่ไว้ใจได้ในประสิทธิภาพ

ช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความนุ่มนวล แต่ไม่ได้ลืมประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนนที่ดีนั้น เป็นหน้าที่ของช่วงล่างแบบมัลติลิงค์ พร้อม Air Suspension System มี Air Springs หรือถุงลมมาช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือน ถุงลมจะเป็นชุดใหม่ที่ใช้แรงดัน อากาศเพิ่ม ขึ้น 20% เพียงแค่นั้นก็ส่งผลให้ตัวถังหนักกว่า 2 ตัน สามารถรับมือได้ในทุกสภาพถนน และวัสดุส่วนใหญ่ของช่วงล่าง เช่น บรรดาพวกปีกนก ก็ใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียมเพื่อความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา การออกแบบและประสิทธิภาพของช่วงล่างของรถจาก ประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้ถือได้ว่า แทบจะไม่เป็นรองรถยนต์จากฝั่งยุโรปเลยทีเดียว ซึ่ง LEXUS LS460L คันนี้ก็เช่นกัน การขับขี่ในช่วง ความเร็วต่ำจนถึงปานกลาง ผู้ขับขี่จะ รู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลที่ให้ความมั่นใจ ส่วนคนนั่งหลัง แน่นอนว่าจะรับรู้ถึงสภาพพื้นผิวของถนน ได้น้อยกว่าความเป็นจริง เพราะช่วงล่าง ที่ทางวิศวกรออกแบบมาเพื่อซึมซับแรงสั่นสะเทือนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะ ไปถึงพื้นที่ส่วนของห้องโดยสาร ส่วนในความ เร็วสูงหรือการลองวิ่งในสนามแข่งรถอย่างสนามพีระฯ เซอร์กิต ช่วงล่างที่นุ่มนวลสามารถ ให้ความมั่นใจในการขับขี่ทุกรูปแบบตามลักษณะ ของรถที่ถูกออกแบบมา แต่ถ้ามีการเดินทางที่ต้องใช้ความเร็วสูงอยู่บ่อยๆ ก็ควรจะขยับ ขยายขนาดของหน้ายางให้มันมีความกว้างที่มากขึ้น เพราะหน้ายางขนาด 235 กับรถไซส์ขนาดนี้ น้ำหนักขนาดนี้ มันจะดูเล็กไปหน่อย ถ้าต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงๆ กันแบบบ่อยๆ

ส่วนระบบเบรกนั้น แน่นอนต้องเป็นดิสก์เบรกแบบขนาดใหญ่ทั้งสี่ล้อ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่พ่วงมากับระบบเสริมความปลอดภัย แบบ ชุดใหญ่ที่อัดกันมาให้อย่างเต็มเหนี่ยวแบบไม่ขี้เหนียวของให้ต้องมาเสียชื่อรถระดับหัวแถวของค่าย ทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ที่ในยุค นี้ถือว่าเป็น ของที่ต้องมีในรถยนต์ทั่วไปอยู่แล้ว และระบบเบรกก็จะทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ นั่นก็คือระบบ VDIM (Vehicle Dynamic Integrated Management) อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC ระบบควบคุมการ จ่ายแรงดันน้ำมัน เบรก ECB (Electronic Control Brake System) และได้รวมระบบควบคุมไม่ให้ล้อหมุนฟรี TRC แทร็กชั่น คอนโทรล เข้าไว้ด้วยกัน โดยระบบ VDIM ในLEXUS LS460L นี้ จะปรับมุมองศาของล้อหน้าเล็กน้อย เพื่อเพิ่มการควบคุมขณะขับขี่ บนสภาพถนนที่แตกต่างกัน แต่ถ้าอยากลองอะไรดิบๆ แบบไม่ต้องการความช่วยเหลือจากอุปกรณ์ไฮเทคเช่นนี้ ก็สามารถที่จะปลดระบบ ของ VSC ได้ ด้วยการกดปุ่ม TRACTION CONTROL – OFF ที่บริเวณคอนโซลกลาง ประสิทธิภาพการทำงานของระบบเบรก ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและเทคโนโล ยีขนาดนี้ มันจึงไม่แปลกที่ผู้ขับขี่จะสามารถให้ความมั่นใจและวางใจได้ในทุกช่วงความเร็ว ในยาม ที่ต้องควบคุมมัน

คนขับไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้ขับ

คงไม่ต้องกล่าวอะไรกันมากสำหรับ LEXUS LS460L คันนี้ เพราะมันเพียบพร้อมและอุดมไปด้วยเทคโนโลยี ถือว่าเป็นรถยนต์รุ่น ใหญ่ จากแดนเอเชีย ที่อาจหาญท้าชิงความยิ่งใหญ่จากบรรดารถหรูรุ่นใหญ่จากแถบฝั่งยุโรปได้อย่างไม่ต้องกลัวศักดิ์ศรีใครในตลาดโลก (แต่ในเมือง ไทยยังต้องใช้เวลาให้การลบเรื่องของค่านิยมก่อน) เป็นรถยนต์ที่ผู้ใช้ต้องเป็นนักธุรกิจระดับสูงเพียงเท่านั้น เพราะมันดูจะ ออกแบบมาให้เอาใจ คนทำงานในระดับท่านประธานที่ต้องการความสะดวก สบาย และสามารถทำงานไปพร้อมกับเลขาคู่ใจได้บนรถใน ขณะเดินทาง และที่สำคัญ ราคาค่าตัวของรถคันนี้ ถ้าเป็นคนทั่วไปคงก็ไม่สามารถจะหาเงินมาจ่ายค่าตัวของมันเพื่อความสบายในแบบ ง่ายๆ แน่ๆ เพราะราคาค่าตัวของ LEXUS LS 460L คันนี้ มันไปไกลเฉียดๆ 11 ล้านบาทไทยเลยทีเดียว

ข้อมูลทางเทคนิค
ยี่ห้อ LEXUS LS460L
ระหัสเครื่องยนต์ 1UR-FSE
แบบเครื่องยนต์ 8 สูบ บล็อกวี DOHC 32 วาล์ว
ปริมาตรความจุ (ซี.ซี.) 4,604
ขนาดลูกสูบ x ระยะชัก (มม.) 94 x 83
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบ/นาที) 380/6,400
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร/รอบ/นาที) 493/4,000
อัตราส่วนกำลังอัด 11.8:1
ระบบขับเคลื่อน RWD/AWD
ระบบเกียร์ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
ระบบกันสะเทือนหน้า Multi-link; upper arms, knuckle, lower arm 2 in aluminium
ระบบกันสะเทือนหลัง Multi-link; all arms and carrier in aluminium
ระบบเบรก หน้า Ventilated discs, 4-piston calipers, 357 x 34 mm.
หลัง Ventilated discs, 4-piston calipers, 335 x 22 mm.
มิติ กว้าง x ยาว x สูง (มม.) 1,875×5,030×1,475
ฐานล้อยาว (มม.) 2,970
น้ำหนัก (กิโลกรัม) 1,945
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 84
ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd.) 0.26
ล้อ อัลลอยขนาด 7.5 x 18
ยาง ขนาด 235/50R18
อัตราเร่ง 0-400 เมตร (สเป็กโรงงาน) 13.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด (สเป็กโรงงาน) 250 กม./ชม.
อัตราความสิ้นเปลือง (สเป็กโรงงาน)
ในเมือง (กม./ลิตร) 6.768
นอกเมือง (กม./ลิตร) 10.152
ความเร็วเดินทางที่เกียร์สูงสุด
ความเร็ว (กม./ชม.) รอบ (รอบ/นาที)
80 1,200
100 1,500
120 1,800
140 2,100

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com