เปิดตัว The new C-Class BlueTEC HYBRID 2 รุ่นใหม่

Home / ข่าวสาร / เปิดตัว The new C-Class BlueTEC HYBRID 2 รุ่นใหม่

บริษัท เมอร์เซเดส- เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกระดับมาตรฐานของยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวรถยนต์ในรุ่น The new C-Class เครื่องยนต์ใหม่ C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic และ C 300 BlueTEC HYBRID Estate AMG Dynamic ที่มาช่วยเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอของรถยนต์ดีเซลไฮบริดในกลุ่ม Contemporary Luxury ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมขนทัพขบวนรถยนต์หรูกว่า 24 รุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ มาจัดแสดงในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป หรือมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2557 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

a9ecd7hh

The new C-Class BlueTEC HYBRID: ผู้นำยนตรกรรมกลุ่มพรีเมี่ยม ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ดีเซลไฮบริด
The new C-Class BlueTEC HYBRID ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดในตระกูล C-Class ที่เข้ามาเติมเต็ม พอร์ทโฟลิโอของรถยนต์ดีเซลไฮบริดในกลุ่ม Contemporary Luxury ให้ครบครันมากยิ่งขึ้น ด้วยรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic และ C 300 BlueTEC HYBRID Estate AMG Dynamic โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับ เทคโนโลยี HYBRID การทำงานอย่างยอดเยี่ยมของระบบควบคุมพลังงาน

Archivnummer: SSPIP32296

ซึ่งทำหน้าที่ในการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรกระบอกสูบ 2,143 ซีซี แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า / 3,800 รอบนาที กับมอเตอร์ไฟฟ้า 27 แรงม้า และระบบเกียร์ให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษทุกครั้งที่ชะลอความเร็วหรือเบรก มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์แปลงพลังงานจลน์ที่เหลืออยู่ในระบบขับเคลื่อนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าสะสมไว้ในแบตเตอรี่ลิเธี่ยม-ไอออน เพื่อเก็บสำรองไว้และนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ยังได้ผ่านมาตรฐานความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณไอเสีย (Euro 6) ที่เข้มงวดอีกด้วย

Mercedes-Benz C-Klasse (S 205) 2014

นอกจากนี้ รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นยังได้เพิ่มความสปอร์ตเร้าใจให้มากยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่ง AMG Sports Package ที่ประกอบด้วยล้ออัลลอย AMG แบบ 5 ก้านขนาด 18 นิ้ว ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้นตั้งแต่ภายนอกด้วย AMG Bodystyling ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ลดระดับให้ต่ำลง พร้อมกระจังหน้าแบบสปอร์ต มีสัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลางบนลาย 2 แถบ ตลอดจนการตกแต่งภายในที่คงไว้ซึ่งความหรูหราแต่ดุดัน ด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด

C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic ล้ำสมัยด้วย ดีไซน์ภายใน ที่ได้รับการออกแบบโดยเน้นความหรูหรา แต่ยังคงความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม พร้อมโดดเด่นด้วยแผงคอนโซลกลางที่สร้างเป็นชิ้นเดียวกับพนักวางแขน รวมถึง touchpad ที่ติดตั้งบริเวณที่พักแขน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องเสียง อาทิ วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 ที่บริเวณคอนโซลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

Mercedes-Benz C 300 BlueTEC HYBRID, T-Modell (S 205) 2014

ในขณะที่ C 300 BlueTEC HYBRID Estate AMG Dynamic ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวเป็น ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยความโดดเด่นในการผสมผสานความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสง่างามของรถยนต์แบบซาลูน เข้ากับประสิทธิภาพของการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถยนต์แบบเอสเตทได้อย่างลงตัว สำหรับ ห้องโดยสารภายใน ได้ถูกออกแบบให้พร้อม ตอบรับความท้าทายใหม่ๆ ด้วยการดีไซน์พื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวางทั้งยังประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย จึงตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างเหนือชั้น

โดย The new C-Class Estate มาพร้อมกับอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐานชุด EASY-PACK tailgate ระบบเปิด-ปิดฝาท้ายอัตโนมัติ ซึ่งทำงานในระบบกลไกกึ่งไฟฟ้า สามารถเปิดได้จากปุ่มควบคุมเบาะนั่งผู้ขับขี่, ฝากระโปรงท้าย หรือจากกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ และยังสามารถปิดลงอีกครั้งด้วยปุ่มควบคุมที่ฝากระโปรงท้าย รวมถึงแผ่นปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย แบบดึงกลับ-เลื่อนเปิดขึ้นอัตโนมัติ และระบบ quickfold ซึ่งปรับที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังออกเป็น 1/3 : 2/3 ตอนได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เบาะกลางสามารถพับแยกหรือพับพร้อมกับเบาะตัวอื่นไปด้านหน้า ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีพื้นที่เก็บบรรทุกสัมภาระด้านหลังที่มีความจุถึง 450-1,470 ลิตร สามารถรองรับทุกอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์ทำงานคู่ใจ ซึ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับได้เป็นอย่างดี

– C 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic     ราคา 3,190,000 บาท
– C 300 BlueTEC HYBRID Estate AMG Dynamic ราคา 3,390,000 บาท

a9ecd3hh

The GLA-Class: ท้าทายทุกการเดินทาง ด้วยคอมแพ็ค SUV พรีเมี่ยม ที่มาพร้อม Off-road suspension package GLA 200 Urban ใหม่ ที่สะท้อนภาพรถยนต์สไตล์ SUV ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วย Off-road suspension package ที่ได้รับการพัฒนาช่วงล่างใหม่แบบออฟโรด ซึ่งทำให้ตัวถังรถยนต์ มีความสูงเพิ่มมากขึ้นถึง 30 มิลลิเมตร พร้อมการปรับเปลี่ยนขนาดล้อมาตรฐานเดิมจาก 18 นิ้ว เป็น 19 นิ้ว เพื่อเพิ่มความสปอร์ต หรูหรา ทว่าดุดันมากขึ้น สำหรับดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบด้วยทรวดทรงสไตล์ออฟโรดที่สื่อถึงพลัง และความสุขุมได้อย่างชัดเจน

a9ecd2hh

ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าครีบระบายอากาศคู่สีเงินแบบโครเมียมลาย 2 แถบ พร้อมตราสัญลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลางที่เพิ่มเสน่ห์และความกำยำให้แก่ผู้พบเห็น กันชนด้านหน้าพร้อม ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยโครเมียม ขอบหน้าต่างแบบโครเมียม และ ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม เป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าที่ให้ความคล่องแคล่วปราดเปรียวขณะขับขี่

มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,595 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 156 แรงม้า ที่ 5,300 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,250-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 8.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 215 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 17 กม./ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-DCT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย นอกจากนั้นพื้นที่บรรทุกสัมภาระยังกว้างถึง 421-1,235 ลิตร ด้วยฝากระโปรงหลังมีขนาดกว้างใหญ่จึงเปิดได้กว้างทำให้สะดวกในการเคลื่อนย้าย

– GLA 200 Urban (Off-road Suspension) ราคา 2,470,000 บาท   

a9ecd4hh

The new generation CLS: ล้ำด้วยดีไซน์ เจิดจรัสอย่างมีชีวิตชีวา
The new generation CLS ยนตรกรรมหรูในกลุ่ม Dream Car ซึ่งประกอบด้วย CLS Coupé รถยนต์สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู และ CLS Shooting Brake รถยนต์สปอร์ตแบบ 5 ที่นั่ง อันเกิดจากการผสมผสานระหว่างรถยนต์ Coupé และ Estate อย่างลงตัว เครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรกระบอกสูบ 2,143 ซีซี แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า / 3,800 รอบนาที โดยทั้งสองรุ่น โดดเด่นด้วยการดีไซน์ภายนอกให้มีความสปอร์ต เร้าใจ และล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายลวดลายงดงามสไตล์คูเป้อันเป็นเอกลักษณ์, ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่ทำหน้าที่ควบคุมหลอดไฟแบบ LED จำนวน 24 หลอดต่อไฟ 1 ข้าง ให้ปรับระดับความสว่างอย่างเป็นอิสระจากกัน

a9ecd5hh

โดยใช้กล้องอินฟาเรดตรวจจับความเคลื่อนไหวและคำนวณระดับความสว่างอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการจราจร, กระจังหน้าแบบ Diamond grille รวมถึงกันชนหน้าพร้อม ช่องดักลมขนาดใหญ่ และไฟท้ายรมดำเล็กน้อยที่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานหลายระดับ ตลอดจนกระโปรงหน้าที่ยาว บานหน้าต่างแคบเรียว กระจกหน้าต่างข้างแบบไร้กรอบและหลังคาที่ลาดต่ำลงซึ่งให้บุคลิกที่ปราดเปรียว โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม สำหรับดีไซน์ภายในได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมาพร้อมกับความพิเศษเฉพาะตัว และพื้นที่ภายในรถยนต์ที่กว้างขวาง รวมถึงประโยชน์การใช้สอยที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น จอแสดงผลใหม่ในชุดควบคุมระบบมัลติมีเดียขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง, พวงมาลัยแบบสามก้านที่ได้รับการออกแบบใหม่, แผงควบคุมหลักที่คอนโซลกลางที่มีปุ่มควบคุมถึง 4 ปุ่ม เป็นต้น

– CLS 250 CDI Exclusive ราคา 4,490,000 บาท
– CLS 250 CDI AMG Premium    ราคา 4,990,000 บาท
– CLS 250 CDI Shooting Brake AMG Premium ราคา 5,090,000 บาท