IMPRESSION WITH 330 SERIES

Home / ข่าวสาร / IMPRESSION WITH 330 SERIES

IMPRESSION WITH 330 SERIES

เมื่อ แจ็ค บีเอ็มโซไซตี้ ควงคู่ รถนอก โชว์ออฟในเดือนแห่งความรักถึง 2 คัน เปิดประเด็นรักแรก ด้วยดีกรีเทพระดับ Pilot จาก Smooth as Silk ส่วนรักแท้อีกคัน สวมบทบาทมาดเฉียบเนี้ยบ เน้นใช้ งานประจำ ปลดปล่อยพลังสตาร์ทเรี่ยวแรงเท่าเวอร์ชั่นต่างประเทศ…

Smooth as Silk E46 Style

330 Series รหัสรถนอกของ BMW ที่ต้องยอมรับว่า นี่คือ Top Of The Line ของ E46 Sedan ลำพังออกห้างเดิมๆ ก็หล่อแล้ว แต่ถ้าจะหล่อมาก!! มันต้องมีการเปลี่ยนแปลง ย้ำชัดๆ อีกครั้งว่า เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่!! ดัดแปลง ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของรถคันนี้ ผมขอเริ่มต้นเลยแล้วกันภายนอก ไม่อิงกระแสทรงไหน Pilot ถูกใจต้องโดน!! กันชนหน้าเปลี่ยนเป็น M3 เพิ่มรายละเอียดให้โหดขึ้นด้วย ลิ้นต่อคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนกันชนหลังและฝากระโปรงท้ายต้องเปลี่ยนคู่กันให้เข้าเซ็ตตามแบบของ M3 CSL Version (CSL = Coupe Sport Lightweight) รถเวอร์ชั่นนอกตีตรา Limitedที่ผลิตออกแค่ พันกว่าคันทั่วโลก นอกจากเปลี่ยนชุดท้ายเป็นแบบ M3 CSL แล้ว ได้เพิ่มรายละเอียดงานคาร์บอน ไฟเบอร์ที่ Diffuser และ Duck Tail ส่วน Side Step ข้างออกแบบเอง พร้อมเบิกห้างกระจกมองข้าง M3 มาประดับอีกหนึ่งคู่


ไฟหน้า เปลี่ยนค่าความเข้มของแสงเป็น 10000 K และเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน Fog Lamp ของเดิมจากโรงงานจึงต้องเปลี่ยนเป็น XENON เพื่อให้แสงสีขาวออกมาเหมือนกับไฟหน้า ขยับมาดูที่ช่วงล่างกันบ้างครับ โช้คและสปริงเดิมเปลี่ยนใหม่เป็นของ Bilstein รุ่น PSS9 ชุดเบรกเดิม ของ 330 Series ที่ใหญ่กว่ารุ่น 318 และ 323 ยังใหญ่ไม่สมใจ จึงเปลี่ยนชุดคาลิเปอร์พร้อมจานเบรก ของ Brembo ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์ชนิด 6 pot คู่กับจานเบรก 355 มม. ส่วน ด้านหลังชุดคาลิเปอร์เบรกขนาด 4 pot คู่กับจานเบรก 345 มม.


นอกเหนือจากช่วงล่างและเบรก บู๊ชปีกนก เปลี่ยนเป็นของ M3 ซึ่งจะให้ถึงความแตกต่างของ องศามุมล้อ เสริมให้แฮนเดอลิ่งการตอบสนองของพวงมาลัยไวขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าจะให้สมบูรณ์ แบบ เต็มระบบ ควรยกแพหน้าของ M3 มาใส่ทั้งระบบน่าจะสมบูรณ์แบบมากกว่า ส่วนล้อแม็กเลือก AC Schnitzer Type V ลาย 5 ก้าน ขนาด 19 นิ้ว มาควบคู่กับยาง DUNLOP DZ101 ขนาด 235-35R19 และ 245-35R19 มาเสริมสมรรถนะการยึดเกาะถนน ภายในเดิมๆ เพียงแต่ตอนสั่งรถเข้ามา เลือกกาบภายใน (Trims) เป็นสี Titanium จากโรงงาน มีทั้งหมด 8 ชิ้น ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ พวง มาลัย, หัวเกียร์ และกระจกมองหลัง ยกมาจาก M3 ล้วนๆ ครับ…


330 SERIES SMART SEDAN

นี่ก็ รถนอก ที่เจ้าของหลงใหลเสน่ห์อีกคัน เนื่องด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่าทุกๆ ด้านของ 3 Series ในบอดี้ E46 Sedan มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะตัดสินใจหารถสมรรถนะเยี่ยมหนึ่งคัน ไว้ใช้งานในชีวิต ประจำวัน ชนิดไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรมากนัก เปลี่ยนแปลง แต่ในสิ่งชอบ ก็ออกมาโลดแล่นได้สบายใจ …330 Series จึงเป็นคำตอบเดียวของชายผู้นี้!!


ตัวรถ 330 Series ออกห้าง จับมาเปลี่ยนกันชนหน้าเป็น M3 พร้อมต่อลิ้นหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ของ AC Schnitzer และถ้าสังเกตช่อง Fog Lamp จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแตกต่างจากคันแรก ซึ่งคันนี้ ได้เพิ่มออปชั่นกรอบครอบ Fog Lamp เข้าไปเป็นของ Hamann ส่วนกันชนหลังเปลี่ยนเป็น M3 เช่น กัน พร้อมเสริมงานคาร์บอนไฟเบอร์ช่อง Diffuser ให้กันชนหลังดูพรีเมียมมากขึ้น สเกิร์ตข้างเป็นของ M ออกมาจากโรงงานแม่นั้น สวยและลงตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน และไม่ลืมที่จะเพิ่ม Rear Spoiler และ Roof Spoiler ของ AC Schnitzer เข้าไป เพื่อให้ดูสปอร์ตมากขึ้น


ย้อนกลับมาดูรายละเอียดบริเวณหน้ารถอีกนิด ถ้าสังเกตให้ดี กรอบโคมไฟหน้าเฉพาะรุ่น 330 Series จะเป็นไทเทเนียมเท่านั้น หลอดไฟหน้าเปลี่ยนเป็น XENON ให้ค่าความเข้มของแสงที่ 8000 K ซึ่งจะต่างกับของโรงงานอยู่เท่าตัวคือ 4000 K เสริม Angle Eye และ Strobe Light เข้าไปอีกชุด พร้อมกับเสริมภาพลักษณ์ให้โหดอีกสเต็ป ด้วยคิ้วไฟหน้าและฟันหนูสีดำ รวมถึงเบิกกระจกมองข้าง M3 มาใส่แทนของเดิม


มาดูเรื่องเครื่องยนต์กันบ้าง ที่ไม่ได้กล่าวถึงเครื่องยนต์ในคันแรก ผมไม่ได้ลืมนะ แต่ว่าคันแรก ไม่ได้แตะต้องอะไร? ผมก็เลยยกยอดมาคุยทีเดียว เนื่องจากเครื่องยนต์ทั้ง 2 คันนี้เหมือนกัน เป็น เครื่องยนต์ 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว แบบ Double Vanos ขนาด 2,979 ซี.ซี. มีแรงม้าให้ใช้สูงสุดที่ 219 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 30.6 กก.-ม. ที่รอบเพียง 3,500 รอบ/นาที ทำงานควบคู่กับชุดเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่มาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบ Steptronic


ซึ่งถ้าเราเช็กสเป็ก 330 Series ในรถนอก แรงม้าจะมีมากถึง 231 แรงม้า ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่า แตกต่างจากสเป็กที่นำเข้ามาถึง 12 แรงม้า ที่เป็นอย่างนี้ก็เป็นเพราะ ภาษี เพียงเหตุผลเดียว ดังนั้น การที่จะนำรถกลับไป Full Power เหมือนเดิมตามสเป็กเพียงเซ็ตโปรแกรมชิปในกล่องควบคุมใหม่ เพื่อเรียกแรงม้าที่ถูกตอนไว้กลับมาใช้เหมือนเดิม

สำหรับช่วงล่าง เปลี่ยนสปริงโหลดเป็นของ HR ทำให้ตัวถังเตี้ยลงจากเดิมนิดหน่อย เพื่อลดระยะ ช่องว่างระหว่างซุ้มล้อโดยเปลี่ยนล้อเดิม M ลาย Double Spoke 68 ขนาด 7.5 x 17 นิ้ว และ 8.5 x 17 นิ้ว ออก เพื่อยัดขนาดใหม่ให้งามตา เป็นของ HARTGE รุ่น CLASS I ขนาด 8 x 19 นิ้ว และ 9 x 19 นิ้ว ตามลำดับ ควบคู่กับยาง TOYO TIRE ขนาด 235-35 R19 และ 265-30 R19 ระบบเบรก ทำงานชั้นเยี่ยม เนื่องจากขนาดเบรกของ 330 Series มีขนาดใหญ่กว่าทุกรุ่นใน E46 Sedan แถม ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถแบบไดนามิกส์ (DSC) มาเป็นตัวช่วยอีกแรง จึงทำให้มั่นใจในระบบ เบรกของรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

ภายในไม่ได้เพิ่มเติมอะไร เพราะของเดิมที่ออกมาจากโรงงานแม่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนออกรถ เลือกออปชั่นกาบภายใน (TRIMS) เป็นสีไทเทเนียมเหมือนคันแรกที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งนอกจากกาบ ภายในสีนี้ ทางบริษัทแม่ยังมีออปชั่นให้เลือกอีก อาทิ ลายไม้ เป็นต้น


จริงๆ แล้ว ถ้าเจาะรายละเอียด รถนอก ในรหัส 330 มันยังมีข้อแตกต่างอีกมายภายในเจนฯ เดียวกัน แต่เนื่องจากเนื้อที่มันค่อนข้างจำกัด ผมจึงหยิบแต่ของที่ เปลี่ยนแปลง จากโรงงานแม่มาเล่า สู่กันฟัง ในฉบับหน้าจะมีทีเด็ดอะไรมาโชว์รับซัมเมอร์ คงต้องคอยติดตามกันต่อไปครับ…

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com