IMPORT DRAGSTER 06 SPEC BIG BLOCK SUPERCHARGE

Home / ข่าวสาร / IMPORT DRAGSTER 06 SPEC BIG BLOCK SUPERCHARGE

IMPORT DRAGSTER 06 SPEC BIG BLOCK SUPERCHARGE


Souped up ฉบับเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา เป็นไอ้หน้ายาว OTOP จาก รามฯ เจ็ด-เจ็ด เซอร์วิส นี่เป็นอีกหนึ่งคันจากสำนัก เดียวกัน แต่คันนี้พิเศษกว่าตรงที่ Import เข้ามาทั้งคัน สถิติที่คันนี้เคยทำได้ดีที่สุดอยู่ที่ 6.7 วินาที ซึ่งงานนี้ทางอู่รามฯ เจ็ด-เจ็ด เซอร์วิส ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ใจดี SUNOCO ทุ่มทุนสร้าง ผนึกพลังกับ เฮียเก๊า NITTO สมทบมาช่วยอีกพอประมาณ เพื่อเป็นหนึ่งในวงการควอเตอร์ไมล์

Body : NHRA 2006 Spec

สำหรับ เฟรม ของรามฯ เจ็ด-เจ็ด เซอร์วิส คันนี้ก็เป็นเฟรมสเป็กปี 2006 มีขนาดความยาวของระยะฐานล้ออยู่ที่ 265 นิ้ว ตามสเป็ก ของทาง NHRA ซึ่งสามารถรองรับค่าแรงม้า-แรงบิดได้มากถึง 2-3 พันแรงม้า เคยสร้างสถิติดีที่สุดไว้ที่ 6.7 วินาที กับการแข่งขันของ NHRA และในปัจจุบันปี 2009 ทาง NHRA อนุญาตให้ทีมแข่งต่างๆ สามารถเปลี่ยนเฟรม และเปลี่ยนความแรงของเครื่องยนต์ได้ ทางทีมแข่งจึงขายต่อมาให้กับทางรามฯ เจ็ด-เจ็ด เซอร์วิส

เฟรม ของรถแดร็กสเตอร์ (หน้ายาว) นั้น ระยะความยาวของฐานล้อ (Wheelbase) มีผลกับเรื่องของแรงม้าและแรงบิดของ เครื่องยนต์ที่จะใช้กับตัวเฟรมนั้นๆ ซึ่งในอเมริกา, ออสเตรเลีย หรือประเทศในโซนยุโรป ที่เรียกได้ว่าการแข่งขันรถยนต์ประเภทนี้ได้รับ ความนิยม จะมีองค์กรซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการแข่งขัน นั่นก็คือ NHRA การควบคุมนั้นก็ครอบคลุมไปถึงการออกแบบตัวเฟรม ซึ่งในแต่ ละปีที่มีการพัฒนาในเรื่องระดับความแรงของเครื่องยนต์ ทาง NHRA ก็จะทำการคำนวณตามหลักความปลอดภัยและกำหนดระยะฐาน ล้อออกมาให้ พร้อมกับระดับความแรงของเครื่องยนต์ที่จะใช้กับตัวเฟรมในแต่ละปี

หลังจากที่ NHRA ได้กำหนดค่าของระยะ Wheelbase ในแต่ละปีออกมาแล้ว ทางทีมแข่งต้องการร่วมแข่งขันในปีนั้นๆ หรือปี ต่อๆ ไปก็จะต้องทำการส่งแบบที่เป็นพิมพ์เขียวให้กับทาง NHRA ตรวจสอบตามกฎความปลอดภัย โดยในแบบที่ส่งไปนั้นจะต้องมีราย ละเอียดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการสร้างเฟรม หรือว่าเครื่องยนต์ที่จะใช้กับเฟรมนั้นๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานข้อ กำหนดของทาง NHRA และเมื่อสร้างทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องผ่านการตรวจจากทาง NHRA อีกหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะเข้าร่วมทำ การแข่งขันได้ และรถ Dragster คันนี้ก็ผ่านการตรวจสภาพจากทาง NHRA ให้เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่น SPORTMAN ซึ่งเป็น รุ่นที่จะทำเวลาอยู่ในพิกัด 6.00 SLOWER (6.00 วินาที หรือช้ากว่านั้น)

Power : 496 Big Block Chevy

รามฯ เจ็ด-เจ็ด เซอร์วิส หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับรถเฟรมครอบกระดองในบอดี้ของ JZA80 และเฟรม OTOP หน้ายาวยัด เครื่อง JZ พันม้ามาแล้ว ครั้งนี้ลอง Dragster เลือดแท้ ก่อนที่จะ Import รถเข้ามานั้นก็ได้สั่งประกอบเครื่องยนต์ใหม่ภายใต้โปรเจ็กต์ 496 Big Block Chevy เป็นเครื่องยนต์ V8 ของ Chevrolet ที่ทำการโมฯ ไส้ในมาใหม่ ประกบกับเสื้อสูบเหล็กหล่อเดิมของ Chevrolet ขั้นตอนของการโมฯ ก็คือ เปลี่ยนเพลาข้อเหวี่ยงใหม่เป็นแบบชุดคิต 496 Big Block ซึ่งเป็นเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Forging ของ Eagle 4340 บาลานซ์น้ำหนักในตัวเสื้อสูบเหล็กหล่อตัวนี้โดยเฉพาะ ด้วยวิธีการ Internal balanced พร้อมกับมี Center counter weight และขยายรูน้ำมันหล่อลื่นให้โตเป็นพิเศษ ซึ่งข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์ตัวนี้มีระยะชักอยู่ที่ 4.250 นิ้ว (107.95 มิลลิเมตร) สำหรับก้านสูบที่ใช้ก็เป็นของ Eagle แบบ H-Beam ความยาว 6.385 (+.250) นิ้ว (6.635 นิ้ว = 168.529 มิลลิเมตร) ลูกสูบเป็นแบบหัวนูนของ JE มีส่วนสูงตั้งแต่เส้นผ่าศูนย์กลางของสลักลูกสูบไปจนถึงส่วนบนของตัวลูกสูบอยู่ที่ 1.270 นิ้ว (32.258 มิลลิเมตร) และมีปริมาตรส่วนนูนซึ่งเป็นโดม (Dome) ของหัวลูกสูบอยู่ที่ 18 ซี.ซี. เส้นผ่าศูนย์กลางของสลักลูกสูบอยู่ที่ .990 นิ้ว (25.146 มิลลิเมตร) มีคุณลักษณะพิเศษตรงที่น้ำหนักเบาและมีความทนทานสูง เพราะผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบ Forging แหวนของลูกสูบที่ใช้นั้นก็เป็นแบบ Complete set มีแหวนทั้งหมด 3 ตัว เป็นแหวนอัด 2 ตัว แหวนน้ำมัน 1 ตัว โดยแหวนแต่ละตัว มีความหนาที่แตกต่างกัน แหวนอัด 2 ตัวบนหนา 1/16 นิ้ว (1.58 มิลลิเมตร) ส่วนแหวนน้ำมันตัวล่างสุดมีความหนา 3/16 นิ้ว (4.74 มิลลิเมตร)

ผ่านท่อนล่างไปแล้ว ต่อกันที่ฝาสูบ ฝาสูบนี้ก็เป็นของ Made to order เหมือนกัน แต่เป็นแบบชุด Complete set ชุดเดียวกับ 496 Big Block Chevy เป็นฝาสูบของ Merlin Grumpy Jenkins Heads มีพอร์ตเป็นแบบ Square port มีชุดสปริงวาล์ว และรีเทนเนอร์วาล์วที่เซ็ตมาใช้กับแคมชาฟท์ที่มีองศาการเปิดสูงๆ ตั้งแต่ 680 lift และมีวาล์วไอดีขนาดใหญ่ 2.25 นิ้ว (57.15 มิลลิเมตร) และในเครื่องยนต์ตัวนี้แคมชาฟท์ที่ใช้เป็นแบบ 710 lift ของ Doug Herbert ซึ่งเป็นแคมชาฟท์ที่ผลิตออกมาเพื่อใช้กับ เครื่องยนต์ที่มีช่วงกำลังงานอยู่ที่ระหว่าง 4,000-7,600 รอบ/นาที มีองศาเปิด 310 องศา มี Lobe center ของแคมอยู่ที่ 112 องศา ทั้งแคมไอดีและไอเสีย ส่วนระบบอัดอากาศเครื่องยนต์ตัวนี้ก็ใช้ในแบบฉบับของอเมริกันสไตล์ เป็นระบบอัดอากาศแบบ Supercharge ซึ่ง Supercharge ที่ใช้นั้นเป็นชุดคิตจาก The Blower Shop เป็น Blower รุ่น 8-71 เป็น Billet Supercharge ซึ่งในชุดจะ ประกอบไปด้วยท่อร่วมไอดี และอุปกรณ์ทั้งหมดในระบบ สำหรับอัตราการบูสต์นั้นก็สเป็กไปที่ 20 psi ซึ่งการปรับอัตราการบูสต์ของ ระบบ Supercharge นี้ จะต้องปรับกันที่ขนาดของพูลเลย์ที่ติดอยู่กับชุดเพลาของ Supercharge ส่วนระบบเชื้อเพลิงนั้น ธรรมดา หากพูดถึงเครื่องยนต์ V8 Big Block ทุกคนคงต้องนึกถึงการจ่ายน้ำมันแบบคาร์บูเรเตอร์ แต่เนื่องจากคันนี้มีระบบอัดอากาศแบบ Supercharge เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม คันนี้ไม่ใช้การจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ ใช้ระบบการจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด และ เชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องยนต์ตัวนี้ก็เป็นแอลกอฮอล์แบบ 100% ซึ่งก็ต้องประกอบไปด้วยปั๊มแรงดันสูงเพื่อส่งแอลกอฮอล์เข้าสู่ระบบ ใน ระบบจุดระเบิดนั้นยังคงใช้ระบบจานจ่าย ซึ่งคันนี้ใช้จานจ่ายและชุดคอยล์จุดระเบิดของ MSD ที่ให้ประสิทธิภาพในการจ่ายไฟจุด ระเบิดสูงและสม่ำเสมอ ซึ่งคอยล์จุดระเบิดที่ใช้นั้นเป็นรุ่น BLASTER SS ที่เป็นชุดคิตมาพร้อมกับจานจ่ายและสายหัวเทียน

Transmission : Monster glide 2,000 hp

ระบบส่งกำลัง สำหรับรถแข่งประเภทนี้ แน่นอนว่า อย่างต่ำเครื่องยนต์จะมีแรงม้าไม่ต่ำกว่าพันแรงม้า ตัวเลือกของระบบส่งกำลัง นั้นก็ยังมีพื้นฐานเดียวกับรถแรงม้าน้อยๆ คือเป็นเกียร์ออโต้กับเกียร์ธรรมดา แต่ว่าเกียร์ที่จะใช้กับรถพวกที่มีแรงม้าประมาณนี้จะต้องมีค่า ความผิดพลาดน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นในขั้นตอนการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ นั่นจะหมายถึงความเสีย หายที่จะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งค่าความเสียหายนั้นไม่สามารถคาดเดาได้ ทางเลือกจึงชี้ชัดไปที่เกียร์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งเกียร์สำหรับการแข่งขันนี้ก็มีทั้งเกียร์ออโต้และเกียร์ธรรมดา ซึ่งหลักการทำงานของเกียร์ที่ใช้ในการแข่งขันนี้ก็มีหลักการทำงานเหมือน กับเกียร์ปกติ แตกต่างกันที่ชุดกลไกและชิ้นส่วนภายใน เกียร์สำหรับแข่งขันจะต้องมีความทนทานและรับแรงม้า-แรงบิดได้สูงกว่า กลไก ในการเข้าเกียร์ก็ต้องทำได้ง่ายและแน่นอนกว่า ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ออโต้หรือว่าเกียร์ธรรมดา และเกียร์ที่ใช้กับไอ้หน้ายาวคันใหม่ของรามฯ เจ็ด-เจ็ด เซอร์วิส นี้ก็เป็นเกียร์ที่จะก่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด นั่นก็คือเกียร์ออโต้แบบ 2 สปีดของ Monster glide ที่ทำการออก แบบมาเพื่อรองรับกับระดับแรงม้าที่ไม่ต่ำกว่า 2 พันแรงม้า ชิ้นส่วนภายในถูกออกแบบมาพิเศษทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชุดเฟือง, ทอร์คคอน เวอร์เตอร์, ชุดคลัตช์, ชุดเบรกและอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบภายในเกียร์ทั้งหมด นอกจากนั้นเกียร์ที่ใช้ในรถคันนี้ยังจะต้องผ่านการตรวจ สอบในเรื่องของความปลอดภัยก่อนที่จะเข้าร่วมทำการแข่งขัน และเมื่อทำการแข่งขันไปแล้ว เกียร์หรือชิ้นส่วนได้รับความเสียหาย เมื่อ ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแปลงเสร็จเรียบร้อย ก็จะต้องผ่านการตรวจสอบก่อนลงทำการแข่งขันอีกครั้ง

ผ่านเกียร์มาก็จะมาถึงส่วนของชุดเพลาท้าย Rear end ชิ้นส่วนที่จะรับแรงต่อออกมาจากเกียร์นั้นก็ต้องเป็นชิ้นส่วนที่สามารถรับ และส่งผ่านแรงได้ดี เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ชิ้นส่วนที่เลือกใช้ต้องเป็นชิ้นส่วนที่ถูกออกแบบและมีความแข็งแรงทนทานสูง เป็นพิเศษ นอกจากนั้นยังต้องมีความต่อเนื่องสูง และส่งผ่าน แรงลงสู่พื้นแทร็กได้อย่างหมดจด ชุดเพลาท้ายทั้งชุดที่อยู่ในหน้ายาวคันนี้ เป็นของ Mark Williams ซึ่งเป็นชุดคิตที่ออกแบบมาเพื่อ รองรับกับเกียร์และเครื่องยนต์ที่ใช้ ชุดเบรกก็เป็นของ Mark Williams เช่นเดียวกัน ก็รอดูผลงานของไอ้หน้ายาวคันนี้กับการวิ่งใน เมืองไทยนะครับ สถิติจะเป็นอย่างไร???…จะสามารถทำลายสถิติ 6.7 วินาที ที่เคยสร้างไว้ได้หรือไม่???…รอดูกันครับ

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com