SUZUKI CARIBIAN ปี 1989 คันนี้เจ้าของปั้นเองกับม

Home / ข่าวสาร / SUZUKI CARIBIAN ปี 1989 คันนี้เจ้าของปั้นเองกับม

ทึ่งกันสุดๆ กับฝีมือการตกแต่งรถ SUZUKI CARIBIAN ปี 1989 ของหนุ่มมาดออฟฟิศผู้หลงใหลเสน่ห์ป่าเขาลำเนาไพร อย่าง จักริน ลิจุติภูมิ เขามากๆ ก็รถคันนี้เกือบจะทุกชิ้นส่วนที่ทำการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นภายนอก ภายใน หรือระบบช่วงล่าง ทั้งสร้าง ทั้งประกอบ และติดตั้งเองแทบทั้งสิ้น ฝีมือไม่ใช่ย่อย เรียกว่าระดับช่างมืออาชีพทีเดียว แถมภาพลักษณ์หน้าตารถเมื่อตกแต่งเสร็จเรียบร้อย ยังออกมาดูดี แกร่ง บึกบึน สมมาดรถออฟโรดตัวลุยอีกด้วย

ขุมพลัง G13B ขยี้มันเท้าเสริมของเล่นเล็กน้อย

เปิดฝากระโปรงหน้ารถขึ้นมา ก็จะพบเครื่องยนต์ G13B ที่เปลี่ยนชุดสายหัวเทียนแต่งขนาดใหญ่กว่าของสแตนดาร์ด ซึ่งสายหัวเทียนชุดใหม่นี้มีขนาด 10.2 มิลลิเมตร ของ HURRICANE ช่วยให้การส่งกระแสไฟสู่หัวเทียนเป็นไปได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีกระแสที่เข้มข้น การจุดระเบิดส่วนผสมไอดีจึงมีประสิทธิภาพ เผาไหม้หมดจด และรุนแรงยิ่งขึ้น ที่มาอย่างแรกของเรี่ยวแรงที่เพิ่มขึ้นอีกพอควร
การระบายไอเสียที่โล่งสะดวกยิ่งขึ้น ในขนาดความโตท่อที่เหมาะสม ติดตั้งชุดเฮดเดอร์ที่เริ่มตั้งแต่ชุดเขาควาย ไล่ยาวไปจนถึงปลายท่อ ด้วยสูตร 42-1 ขับลื่น และมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก พร้อมเพิ่มความประหยัดค่าเชื้อเพลิงแบบสุดๆ ทำการติดตั้งเชื้อเพลิงแก๊ส LPG เสริมแบบระบบ FIX MIXER โดยการเจาะทางออกเชื้อเพลิงแก๊สเข้าที่คาร์บูเรเตอร์ ประหยัดเวลาการไหลของแก๊สให้สั้นลง และเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้เร็วขึ้นอีกทาง

EXTERIOR แมลงหวี่ มาดนักรบ

เล่นกันแบบครบเครื่องกันเลยทีเดียว กับเจ้าแมลงหวี่สีทะมึนคันนี้ พร้อมรบแบบฉบับออฟโรดจอมลุยที่พร้อมจะเอียง หรือพิงทุกสภาพเส้นทางออฟโรด ด้วยการติดตั้งการ์ดรอบคันแบบครบทุกจุด แน่นอนว่าชุดกันชนหน้าต้องทำการเปลี่ยนใหม่ โดยกันชนหน้าชุดใหม่ และไซด์เรล เลือกใช้ของ PIAK แห่งเมืองระยอง มาติดตั้ง การฉุดดึงในส่วนหน้าของรถอาศัยชุดวินช์ไฟฟ้าของ T MAX ขนาด 9,500 ปอนด์ (เชียว) โดยเลือกใช้สลิงแบบเชือกสำหรับด้านหน้า ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเสริมชุดไฟสปอตไลต์ของ PIAA ไว้บนคานกันชนหน้าอีกหนึ่งดวง เพิ่มความสว่างในการออก ทริปที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังครับ…ยังไม่หมด กันชนหน้าชุดนี้ยังแบกชุดไฮ-ลิฟต์แจ็คของ TMAX ขนาด 48 นิ้ว ติดตั้งบนกันชนไว้ใช้งานแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า


กันชนหลังเหล็กเป็นแบบงานสร้าง ด้วยดีไซน์ที่เพรียวเข้ารูปกำลังดี อีกทั้งยังมีครีบยื่นเป็นกรอบกันไฟท้ายช่วยไฟชุดไฟท้ายได้เป็นอย่างดี พื้นที่ว่างภายในกันชนหลังก็ไม่ได้ปล่อยทิ้งให้เสียเปล่า นำชุดวินช์ไฟฟ้าของ TMAX มาติดตั้งเข้าไป โดยภายในโรลเลอร์ของวินช์หลังได้โรลเก็บ สลิงลวดไว้สำหรับงานดึงทางด้านท้าย
นอกจากนี้ยังมีชุดสนอร์เกิ้ลสเตนเลสสำหรับยืดท่อไอดี เสริมการ์ดกระจังหน้า พร้อมโยง สลิงพาดจากปลายกันชนหน้าขึ้นขึงขอบบนการ์ดกระจก ส่งผลให้เวลาขับรถเข้าเส้นทางออฟโรดที่รก และมีกิ่งไม้ละขวาง เจาะสลิงที่ขึงพาดทั้งสองฝั่งซ้ายขวา จะช่วยแหวกกิ่งไม้ และต้นไม้ให้ห่างจากกระจกหน้าได้อีกทาง ส่วนบนหลังคาก็ทำการติดตั้งชุดแร็คหลังคาที่ออกแบบ และสร้างขึ้นเอง พร้อมยึดไฟสปอตไลต์ไว้เพิ่มการส่องสว่างด้านหน้าด้านบนอีก 4 ดวง กระจกมองข้างที่สามารถมองได้ชัดเจน และไร้มุมอับมากยิ่งขึ้น นำกระจกมองข้างของ MITSUBISHI PAJERO มาติดตั้งใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า ไม่จบเพียงเท่านี้ ในส่วนของบอดี้ด้านนอกยังทำการสร้างกรอบ (ตะกร้อ) ครอบกันบอดี้เสียรูปในกรณีเกิดการพลิกคว่ำ ชนิดที่บอกได้ว่าการปกป้องห้องโดยสารมีครบ หมดห่วงลุยได้เต็มที่

ระบบช่วงล่างพร้อมลุย อาวุธลับแอร์ล็อกฯ ด้านหลัง

มากันที่ระบบช่วงล่างซึ่งไม่ธรรมดากันบ้าง กับการเซ็ตระบบส่งกำลังหน้าหลัง ด้วยการเลือกใช้กระทะล้อขนาด 16 นิ้ว ออฟเซ็ตติดลบ 60 หุ้มรัดด้วยยาง SIMEX JUNGLE TREKKER ขนาด 33×10.5-R16 นิ้ว เรื่องของอัตราทดเฟือง้ทายหน้าหลัง ที่เหมาะสม เลือกใช้อัตราทดเบอร์ 11:43 ฟัน (3.90:1 รอบ) โดยระบบล็อกล้อหน้าเลือกใช้แบบ EASY LOCK ส่วนล้อหลังเลือกที่จะเพิ่มเขี้ยวเล็บด้วยการติดตั้ง AIR LOCKER ARB เพื่อเพิ่มสมรรถนะการส่งกำลังที่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
ระบบรองรับการสั่นสะเทือนหน้า ทำการเซ็ตชุดแหนบแผ่นซ้อนของ TOYOTA LN106 ที่มีขนาดยาวกว่าของเดิมมาเพิ่มสมรรถนะ พร้อมเพิ่มความสูง ทำงานร่วมกับโช้คอัพ SUB TANK ของ AMADA X-TREME ขนาด 28 โดยเซ็ตให้มีช่วงยุบประมาณ 3 นิ้ว ส่วนที่เหลือเผื่อไว้สำหรับช่วงยืดในเส้นทางออฟโรดที่มีความแตกต่างของระดับเส้นทางที่มาก ทั้งนี้เพื่อรักษาระนาบของตัวถังรถให้ขนานกับพื้นโลกมากที่สุด นอกจากชุดแหนบช่วยเพิ่มความสูงด้านหน้า ยังมีการติดตั้งชุดโตงเตงแบบ 2 ชั้น ที่สร้างขึ้นเอง ช่วยเพิ่มความสูงได้อีกทาง รวมถึงเพิ่มช่วงยืดของช่วงล่างได้อีกมากทีเดียว เรื่องของการควบคุมทิศทาง และพวงมาลัยที่มั่นคงยิ่งขึ้น ติดตั้งชุดกันสะบัดของ AMADA เข้าไป 2 ต้น โดยชุดแรกเป็นกันสะบัดแบบ 4 WAY และอีก 1 ต้น เป็นแบบโช้คกันสะบัดธรรมดา


มากันที่ระบบสะเทือนหลัง ทำการเซ็ตชุดแหนบของ TOYOTA HILUX VIGO แบบ 4WD ทำงานร่วมกับโช้คอัพ AMADA X-TREME แบบ SUB TANK เช่นเดียวกับด้านหน้า โดยเลือกเซ็ตให้มีช่วงยุบที่เท่ากันประมาณ 3 นิ้ว ส่วนที่เหลือเป็นช่วงยืด ติดตั้งโตงเตงสองชั้นฝีมือเจ้าของรถเขาอีกเช่นกัน ช่วยเพิ่มช่วงยืดให้เพียงพอกับระยะของโช้คอัพได้เต็มที่

INTERIOR ปรับแต่งเป็นทั้งรถ ทั้งที่นอนแอร์ล็อก
ส่วนสุดท้ายคือการตกแต่งภายใน จับเปลี่ยนเบาะนั่งคู่หน้าใหม่ให้สปอร์ต นั่งกระชับยิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งเกจ์วัดเพื่อการตรวจเช็คความบกพร่องของเครื่องยนต์ตามที่จำเป็น โดย 2 ชุดแรกของ SPRIT-FIRE เป็นเกจ์วัดความร้อน และเกจ์วัดแอมป์ ส่วนเกจ์วัด AUTO GAGE เป็นเกจ์วัดโวลต์ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งแลนด์มิเตอร์ของ TOYOTA SURF ไว้หนึ่งชุด รวมถึงเปลี่ยนมาใส่พวงมาลัยทรงสปอร์ตของรถ LOTUS ที่แปลงติดตั้งกับคอของรถซูซูกิได้อย่างลงตัว จับกระชับมือขึ้นมาก ส่วนห้องโดยสารด้านหลัง ทำการรื้อเบาะโดยสารออก ทำการบุนวมด้วยหนังไวนิลเป็นแนวยาวตลอดจรดหลัง เป็นพื้นที่สำหรับใช้นอนค้างแรมในป่าได้อย่างสบาย


เป็นอย่างไรบ้างครับ กับฝีมือการตกแต่งที่ไม่ธรรมดา เข้าขั้นระดับมืออาชีพทีเดียว กับรถ SUZUKI CARIBIAN ตู้ปลา ฉบับหน้าที่เคยเกริ่นว่าจะได้พบกับสเต็ปโหดจาก 2 สำนักดัง ที่จะนำเสนอในฉบับ 174 นี้ ด้วยโปรเจ็กต์ที่เน้นงานฝีมือทุกรายละเอียด จึงทำให้เวลาในการปรับแต่งต้องอาศัยเวลา ตอนนี้พร้อมโชว์ออฟแล้วครับ รับรองฉบับหน้าได้พบกันแน่ กับ กระสือออฟโรด ของ ช่างพงษ์ HUMVEE และแมลงหวี่จอมไต่หิน ROCK CRAWLING ของ ช่างแหลม METOL SCREME ที่หาใดเหมือนแน่นอนครับ พลาดไม่ได้ รับรองเด็ดสุดๆ