TOYOTA HILUX VIGO 2WD SINGLE CAB

Home / ข่าวสาร / TOYOTA HILUX VIGO 2WD SINGLE CAB

TOYOTA HILUX VIGO 2WD SINGLE CAB
กลายร่างตะกุย 4 ล้อ ชุดคานแข็ง L/C VX 80 OPTION 4WD เขาจัดให้อีกแล้ว

DRESSED UP SHOP ต้อนรับสายลมหนาวในเดือนแห่งความรัก ยังคงนำเสนอรถออฟโรดที่ตกแต่งสไตล์หนักๆ พร้อม สมรรถนะถึงๆ ที่จัดเป็นตัวเด่นของแต่ละสำนัก งานนี้โชว์ตัวคันแรกด้วยการนำรถ TOYOTA HILUX VIGO 2WD SINGLE-CAB ที่มาจับแปลงโฉมระบบช่วงล่าง และระบบส่งกำลังใหม่ให้กลายเป็นรถ 4WD แบบเต็มตัว แถมยังเป็นระบบช่วงล่างแบบคานแข็ง ทั้งหมด ผลงานของร้าน OPTION 4WD เขาจัดมาโชว์อีกแล้วครับท่าน

เสริมมาดเข้มด้วยปราการเหล็กรอบคัน

ตามสไตล์การตกแต่งสำหรับรถออฟโรดขาลุย เรื่องของการตกแต่งภายนอก เพื่อเพิ่มความสวยงาม พร้อมเพิ่มความแข็งแกร่ง และ ประโยชน์ใช้สอยภายนอกตัวรถมีเพิ่มมากขึ้น เรื่องของการเปลี่ยนชุดกันชนหน้าคือแนวทางยอดฮิตของคอออฟโรด โดยกันชนหน้า ชุดใหม่แบบเหล็กที่ติดตั้งเข้าไปเป็นของ ARB ให้มาดเข้ม พร้อมความแข็งแกร่งในการป้องกันการกระแทกส่วนหน้า ด้วยพื้นที่ว่าง ภายในช่องกันชน มันคือที่สิงสถิตของชุดวินช์ไฟฟ้า WARN รุ่น 8274 สำหรับใช้ในการฉุด – ดึง

การเสริมเส้นสายด้านข้างตัวรถ รวมไปถึงบริเวณส่วนท้าย มอบหมายหน้าที่ให้ชุดไซด์เรล และกันชนหลังที่ดีไซน์โดยสำนัก OPTION 4WD ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการปกป้องบริเวณตั้งแต่ซุ้มล้อหน้าทั้งซ้าย – ขวา ยาวไปจรดใต้ชายล่างหังเก๋ง ส่วนตอน ท้ายบริเวณตอนล่างกระบะส่วนท้าย ได้รับการโอบล้อมไว้ด้วยกันชนที่ดัดขึ้นรูปอย่างพอดีสัดส่วน ให้การปกป้องส่วนหลังของรถให้มี ความแข็งแรงยิ่งขึ้น หากเกิดการกระแทกจากทางด้านหลัง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นจุดยึดที่แข็งแรงสำหรับการลาก – ดึงรถได้อย่างดี และหากสังเกตที่ตอนกลางของกันชนจะมีการติดตั้งชุดโรลเลอร์ไกด์ สำหรับเป็นที่บังคับสายสลิงวินช์ติดตั้งไว้ โดยถ้ามองผ่านเข้าไป บริเวณด้านล่าง จะพบว่าบริเวณขายึดชุดกันชน มีการสร้างฐานเหล็กเตรียมไว้สำหรับรอติดตั้งวินช์ชุดหลัง ส่วนบริเวณพื้นที่ส่วนหน้า ของกระบะ ทำการวางติดตั้งชุดกล่องเก็บสัมภาระแบบอะลูมิเนียมไว้ 1 ใบ เพื่อการจัดเก็บสัมภาระ โดยเฉพาะเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ และ ป้องกันการเปียกสายฝนได้สนิทใจ

เด็ดช่วงล่างปีกนก เปลี่ยนมาเป็นสาวกคานแข็ง VX 80 วางแหนบ พร้อมฝังอาวุธลับ

มาถึงส่วนของการตกแต่งที่หลายท่านกำลังรอคอย กับการศัลยกรรมรถกระบะหัวเดี่ยว HILUX VIGO แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ให้กลาย ร่างมาเป็นรถจอมตะลุยสายพันธุ์ออฟโรดแบบ 4X4 แน่นอนว่าเจ้าชุดเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ต้องไม่ใช่ของเดิมอย่างแน่นอน เพราะถ้าเปิด ประตูเข้าไปดูที่หัวเกียร์โฟร์ จะรู้ทันทีว่า นี่คือ เกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อของ TOYOTA SURF ที่จับมาตัดต่อใหม่ให้ท้ายเกียร์โฟร์เพลา หน้าหันมาอยู่ด้านขวา จึงได้เข้ามานั่งประจำการแทนที่ โดยยังคงรักษาตำแหน่งของการติดตั้งเกียร์ชุดเดิม พร้อมจับทำการหดสั้นชุด เพลากลางของระบบขับเคลื่อนล้อหลังสั้นลง ให้เหมาะสมกับขนาดของชุดเกียร์ที่ยาวขึ้น

ช่วงล่างอิสระปีกนกหน้าเดิมถูกเลาะออกจนหมด ทำการแปลงสภาพใหม่ กลายร่างเป็นรถวีโก้ช่วงล่างคานแข็ง โดยชุดเสื้อคานหน้า เลือกใช้ของ TOYOTA LAND-CRUISER VX 80 ที่หันลงขวา ซึ่งเจ้าความผิดแปลกแตกต่างตรงนี้ ถ้าเป็นคนที่ขับรถรุ่นนี้แบบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ จะเห็นว่า เพลาขับเคลื่อน 4 ล้อจะหันลงซ้าย แต่คันนี้ เขาหันลงขวา ตามด้านเดียวกับกระโหลกเสื้อเพลา เรื่องอัตราทด เฟืองหน้าใช้ขนาด 10 : 41 ฟัน เติมพิษสงให้การขบของเฟืองหน้าส่งกำลังเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ทั้ง 2 ฝั่ง ติดตั้ง AIR LOCKER ARB เพื่อรับหน้าเสื่อในจุดนี้

การควบคุมทิศทางที่ทนทาน และเบาแรง แม่นยำ อาศัยการเปลี่ยนกระปุกพวงมาลัยใหม่มาใช้ของรถ TOYOTA LAND-CRUISER PRADO ในการถ่ายกำลังจากแกนพวงมาลัยสู่คันชัก – คันส่งของ TOYOTA LAND – CRUISER VX 80 ลด อาการดีดสะบัด หรือตีกลับของพวงมาลัยอย่างรุนแรงด้วยการติดตั้งกันสะบัด AMADA จำนวน 1 ต้น

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบคอยล์สปริง เปลี่ยนใหม่ เมื่อต้องการช่วงยุบที่มากกว่าปกติ การเลือกแปลงระบบกันสะเทือนใหม่มาใช้แบบ แหนบแผ่นซ้อน คือทางออกสำหรับงานนี้ ซึ่งแหนบชุดใหม่ที่เลือกใช้เป็นของ ARB ทำงานร่วมกับโช้คอัพซับแท็งค์ของ PROCOMP MX-6 ข้างละต้น ขนาด 28 นิ้ว เท่านี้เจ้าของก็บอกว่า พอแล้วสำหรับตัวเอง

ระบบกันสะเทือนหลัง เสื้อเพลายังคงใช้ของเดิมติดรถ กับอัตราทดเฟืองท้าย 10 : 41 เท่าด้านหน้า พร้อมเสริมเขี้ยวเล็บด้วยอาวุธลับ อย่าง AIR LOCKER ARB เพื่อการใช้งานในกรณีที่ต้องการให้การหมุนของล้อทั้งสองฝั่งเท่าเทียมกัน 100 เปอร์เซ็นต์ จับมาดาม ช่วงช่วงกลางด้วยประกบเหล็กเชื่อมติดยาวจากกระโหลกเพลา ถึงกลางแขนเสื้อเพลา เพิ่มความแข็งแกร่งไม่ให้เกิดการงอ หรือคดในการ ใช้งานทริปหนักๆ แหนบหลังเลือกใช้ ARB เช่นเดียวกับด้านหน้า โช้คอัพต้องเปลี่ยนใหม่ชัวร์ ด้วยช่วงชักที่เปลี่ยนไป จากความสูงที่ เพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงสั่นสะเทือนที่มั่นคงยิ่งขึ้น โช้คอัพซับแท็งค์ของ PROCOMP MX-6 อีกเช่นเคย ที่เข้ามารับบทพระเอกในงานนี้ แต่ด้านหลังนี้ ด้วยช่วงยืด และยุบที่มากกว่าด้านหน้า ตบท้ายด้วยการเสริมความมั่นคงให้การคอนโทรล ชุดเพลาให้มีความเสถียรยิ่งขึ้น ทาง OPTION 4WD ได้สร้างชุดแขน SUSPENSION ARM ยึดต่อระหว่างกลางแชสซีส์ เชื่อม ต่อกับชุดเสื้อเพลาด้วยการสร้างจุดยึดไว้บนกระโหลกเพลาส่วนบน

ล้อแม็กใช้ของ BRADLEY VX ขนาด 16 นิ้ว ส่วนยางเลือกที่จะคบหากับของ MAXXIS ขนาด 37X12.50- 16 ที่ให้การขับขี่ ที่เด่นในเส้นทางออฟโรด แต่เมื่อใช้งานบนเส้นทางปรกติแบบถนนดำ การเกาะถนนก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ให้ความมั่นใจ

COMMENT

จากสภาพการปรับแต่งที่เรียกได้ว่า เป็นการสร้างระบบช่วงล่างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ผลที่ได้นับว่าดี ระยะความตึงของพวงมาลัยที่ เหมาะสม ทำให้ช่วงฟรีมีน้อย เวลาขับขี่บนถนนดำแล้วใช้ความเร็ว รถมีอาการนิ่ง ไม่โคลงตัวแกว่งไหวโยนไป-โยนมา มุมองศาของแนว กระโหลกเพลาขับหน้า และหลังที่มีการปรับแก้ ช่วยให้มุมการเปลี่ยนทิศการส่งกำลังของรถมีความขบชันที่น้อยลง การขับขี่ที่ความเร็ว สูงจึงสามารถกระทำได้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องของสมรรถนะการให้ตัวของระบบช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช่วงยืด – ยุบ หรือการรอง รับการสั่นสะเทือน และการกระแทกที่กระทำผ่านล้อทั้ง 4 ในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด สามารถทำได้อย่างดี ช่วงล่างมีระยะการยืด – ยุบ ที่มากเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางที่มีความต่างระดับของพื้นทางที่มาก รักษาระนาบของตัวรถได้ดี และจากความสูงที่เพิ่มขึ้นพร้อมการ ขยับเลื่อนฐานล้อหน้ามาข้างหน้า ทำให้มุมโอเวอร์แฮ็งค์ของระยะปะทะเนินชันทั้งด้านหน้า และหลังมีสูงขึ้น จัดเป็นการตกแต่งที่ค่อน ข้างลงตัว สมน้ำ สมเนื้อ กับงบประมาณที่ใช้ไป

ข้อมูลทางเทคนิคการปรับแต่งช่วงล่าง
ความสูงปกติด้านหน้า 96 เซนติเมตร
ความสูงปกติด้านหลัง 99.5 เซนติเมตร
ช่วงยืดสุดล้อหน้า 112 เซนติเมตร
ช่วงยืดสุดล้อหลัง 112 เซนติเมตร
ช่วงยุบสุดล้อหน้า 80 เซนติเมตร
ช่วงยุบสุดล้อหลัง 83 เซนติเมตร
ความสูงจากพื้น – หลังคา 211 เซนติเมตร
ระยะต่ำสุดใต้ท้อง 30 เซนติเมตร

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com