สัมภาษณ์พิเศษ ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ เดินอย่างผู้นำ…คิดแบบผู้ตาม

Home / ข่าวสาร / สัมภาษณ์พิเศษ ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ เดินอย่างผู้นำ…คิดแบบผู้ตาม

แม้เราจะเป็นเบอร์หนึ่ง แต่ต้องทำตัวเหมือนผู้ตาม เพื่อให้เกิดการพัฒนาและความคิดสร้างสรรค์

สถานการณ์ตลาดรถพรีเมียมในช่วงไตรมาส 3-4 นับว่าดีกว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น คงจะไม่สามารถผ่านไปได้ง่าย ๆ ฉะนั้น การฟันฝ่าวิกฤติในฐานะเจ้าตลาดรถพรีเมียมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงเป็นภาระที่ ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ในฐานะประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ต้องเผชิญ กุญแจสำคัญที่จะนำพาเราฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ คือ ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสในวิกฤติ และนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย นั่นคือ บทเริ่มต้นของการสนทนา

ทีนี้…ลองมาดูว่า อะไรที่ทำให้ประธานหนุ่มใหญ่วัย 55 ปี มีความมั่นใจในการฟันฝ่าวิกฤติในครั้งนี้

ผมถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการที่จะนำพาองค์กรให้แข็งแกร่งและอยู่รอดปลอดภัยในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ในฐานะที่ตนเคยผ่านร้อนผ่านหนาว และมีประสบการณ์การบริหารมา 5 ประเทศ จึงเชื่อว่าการมาดำรงตำแหน่งที่ประเทศไทยครั้งนี้ จะสามารถนำประสบการณ์ที่มีอยู่ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ เพื่อพาองค์กรฝ่าวิกฤติไปได้ด้วยดี

ณ วันนี้ สถานการณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นอย่างไรถึงวันนี้ ตลาดรถยนต์พรีเมียมดีขึ้นกว่าในช่วงที่ผมเข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นปีมาก เพราะช่วงนั้นเรามีสต็อกอี-คลาส รุ่น W211 อยู่กว่า 1,600 คัน ขณะที่เรามีแผนที่จะเปิดตัวอี-คลาส ใหม่ รุ่น W212 ในปีนี้ ดังนั้น เราก็ต้องมาหาวิธี และมีรายการส่งเสริมการขายต่าง ๆ ออกมา ซึ่งทำให้ตลาดรถพรีเมียมฮือฮาไปพักใหญ่

วันนี้…เราไม่มีสต็อกอี-คลาส แล้ว จึงเดินหน้าในการเปิดตัวรถใหม่ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับตลาดในประเทศไทย และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็น อี-คลาส, ซี-คลาส และเอส-คลาส ก็ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น จากยอดขายในเดือนกันยายน เราส่งมอบรถ เอส-คลาส ให้กับลูกค้าไปถึง 60 คัน ซึ่งถือว่าสูงมากนับตั้งแต่เราเปิดตัวรถรุ่นนี้สู่ตลาดเมืองไทย ขณะที่ปัจจุบันเรามียอดขายกว่า 3,000 คัน

กับคำถามที่ว่า พอใจกับความสำเร็จในวันนี้แค่ไหน ลองไปฟังคำตอบจากท่านประธานกันดูผมพอใจมากกับความสำเร็จที่เกิดขึ้น นั่นเพราะเรามีทีมงานที่แข็งแกร่ง มีเครือข่ายการจำหน่ายที่มีความมุ่งมั่น และพร้อมที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

แม้เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด แต่จะต้องทำตัวเหมือนผู้ตาม ก็เพื่อให้เกิดการพัฒนา และการจะพัฒนาได้ จำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์ โดยต้องเป็นความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานจากทุก ๆ ฝ่าย สิ่งนี้เองจึงเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการบริหารงานในคอนเซ็ปต์ ประการที่ 3 หรือ Triple Trust นั่นคือ การให้ความสำคัญกับพนักงานขององค์กร ดีลเลอร์ และลูกค้า ซึ่งตรงนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันบรรลุสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ อย่างที่บอก ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญ เราจะต้องนำสิ่งนี้ทำให้เกิดความพึงพอใจเกินความหมายกับทุกส่วน โดยเฉพาะลูกค้าจะได้รับในสิ่งที่เกินคาดไว้เสียอีก

ผมย้ำเสมอว่า แม้เราจะเป็นผู้นำ แต่เราต้องทำตัวเหมือนผู้ตาม อะไร คือ ความนัยที่ท่านประธานกล่าว…ลองตามไปดูกัน ความสำเร็จที่ผ่านมายังไม่เพียงพอ เพราะเมื่อไรที่เราคิดว่าพอ มันก็จะไม่เกิดการพัฒนา ดังนั้น เราต้องมีความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา เพราะจะช่วยผลักดันสู่ความสำเร็จได้ โดยเรานำลูกค้ามาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์ นั่นหมายถึง เราต้องทำอะไรที่มากกว่าความคาดหวังของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นตัวผลิตภัณฑ์หรือว่าการบริการ ผมเชื่อว่า ใครจะไปได้ไกลขนาดไหนอยู่ที่การบริหารจัดการอย่างไรปัจจัยของความสำเร็จที่เกิดขึ้นคืออะไร?

ก่อนอื่นเราต้องทำให้ทุกคนรู้ถึงความจำเป็นเร่งด่วนว่า ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับอะไร ต้องเตรียมตัวและรับผิดชอบอย่างไร สองสิ่งนี้จะช่วยให้เรารับมือกับสิ่งรอบ ๆ ตัว และเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งเกือบ 60% สิ่งที่ยากยิ่งก็คือ จะรักษาความเป็น มาร์เก็ต ลีดเดอร์ ไว้ได้อย่างไร และจะให้องค์กรประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีกในอนาคตได้ต่อไปอย่างไรในภาวการณ์เช่นนี้ สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องทบทวนเสมอว่า ที่ผ่านมา ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากอะไร และอนาคตจะพัฒนาอะไรใหม่ ๆ เพื่อให้องค์กรเป็นเบอร์หนึ่งต่อไปได้ กับคำถามในเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาด ศ.ดร.เพาฟเลอร์ กล่าวว่า… เราจะใช้กลยุทธ์ Duo Strategy คือจะดำเนินการไปทั้งด้านบริการหลังการขายและโปรดักต์พร้อม ๆ กัน เพื่อเจาะเข้าไปหากลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มที่เราเคยมี การหาตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งถือเป็นการขยายฐานกลุ่มเป้าหมาย และบริษัทก็จะใช้กลยุทธ์นี้เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ส่วนการเปิดตัวรถใหม่ในปีนี้อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่แรกว่า เราเตรียมที่จะเปิดตัวรถ อี-คลาส ใหม่ รหัส W212 ซึ่งจะพร้อมเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยในช่วงแรกจะเป็นการนำเข้ามาจำหน่าย ส่วนรุ่น CKD หรือรุ่นประกอบในประเทศนั้น คาดว่าภายในต้นปี 2010 จะสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้คำถามสุดท้าย…กับความคาดหวังในฐานะประธาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย

แน่นอน…ผมย่อมคาดหวังกับความสำเร็จที่เพิ่มขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ ผมอยากเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีความสุข ไม่ว่าจะเป็น พนักงานขององค์กร ผู้แทนจำหน่าย และลูกค้าของเราและนั่นคือ บทสรุปก่อนจากของ ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์บทสรุปที่นำพา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไปสู่ความสำเร็จ ทั้งในวันนี้ และในอนาคต