ฮอนด้า ซีวิค แรงไม่ตกยอดขาย 9 เดือนยังแชมป์ จองอันดับ 1 ยอดขายเก๋งคอมแพ็กต์

Home / ข่าวสาร / ฮอนด้า ซีวิค แรงไม่ตกยอดขาย 9 เดือนยังแชมป์ จองอันดับ 1 ยอดขายเก๋งคอมแพ็กต์

ฮอนด้า ซีวิค แรงไม่ตกยอดขาย 9 เดือนยังแชมป์

ฮอนด้าแจ้งยอดขายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2552 ซีวิค จองอันดับ 1 ยอดขายเก๋งคอมแพ็กต์ ด้วยยอดขายสะสม 9 เดือน รวม 19,183 คัน แซงหน้าแชมป์เก่าและคู่แข่ง โตโยต้า อัลติส ได้อีกครั้ง พร้อมประกาศปรับกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 1.4 แสนคันต่อปี

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด รายงานยอดขายรถยนต์ฮอนด้า เดือนกันยายน 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 9,004 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 18.5% เป็นอันดับ 2 ของตลาดรถยนต์โดยรวม (48,649 คัน)

สำหรับรุ่นที่ขายดีที่สุด ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ มียอดจำหน่าย 3,677 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 33.5% และฮอนด้า แจ๊ซ มียอดจำหน่าย 1,416 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 12.9% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทซับคอมแพ็กต์ ส่วนฮอนด้า ซีวิค มียอดจำหน่าย 2,787 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 40.9% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทคอมแพ็กต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด มียอดจำหน่าย 498 คัน และฮอนด้า ซีอาร์-วี มียอดจำหน่าย 626 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 18.6% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภท SUV/PPVนอกจากนี้ยอดจำหน่ายสะสมของฮอนด้าตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2552 มีจำนวนรวม 62,999 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 17.2% ของตลาดรถยนต์โดยรวม (366,484 คัน)ทั้งนี้ฮอนด้า ซิตี้ มียอดจำหน่ายรวม 24,098 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 29.9% และฮอนด้า แจ๊ซ มียอดจำหน่ายรวม 12,304 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 15.3% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทซับคอมแพ็กต์ ส่วนฮอนด้า ซีวิค มียอดจำหน่ายรวม 19,183 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 38.1% ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทคอมแพ็กต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด มียอดจำหน่ายรวม 3,753 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 24.3% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทแฟมิลี่ และฮอนด้า ซีอาร์-วี มียอดจำหน่ายรวม 3,660 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 15.2% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภท SUV/PPV

ด้านนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทปรับกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.2 แสนคันต่อปี เป็น 1.4 แสนคันต่อปี เนื่องจากสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศเริ่มดีขึ้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางและเล็กได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่ ฮอนด้า ฟรีด ซึ่งเป็นรถมินิเอ็มพีวีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย

สำหรับการตัดสินใจนำเข้ามาเปิดตัวในครั้งนี้ นายพิทักษ์ กล่าวว่า เนื่องจากบริษัทเชื่อว่าตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์เป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีความต้องการอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของบริษัท เนื่องจาก ฮอนด้า ฟรีด เป็นรถขนาดกะทัดรัดที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายส่วนในเรื่องของตลาดส่งออก นายพิทักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดส่งออกของบริษัทยังไม่ฟื้นตัวมากนัก โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างออสเตรเลียซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 30-40% ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ตลาดใหม่ ๆ อย่างตะวันออกกลางก็ยังมีสัดส่วนไม่สูงมากนัก ดังนั้น เชื่อว่าหากตลาดออสเตรเลียกลับมาเมื่อไหร่ สถานการณ์ส่งออกของบริษัทน่าจะดีขึ้น