ถึงเวลารถหรู อี-คลาส เอส40

Home / ข่าวสาร / ถึงเวลารถหรู อี-คลาส เอส40

ค่ายรถหรูเตรียมเปิดผ้าคลุมรถใหม่ครึ่งปีหลัง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเดิมพรีวิว อี-คลาส ใหม่ รุ่นท็อป อี500 เครื่องยนต์ 5.5 ลิตร 388 แรงม้า พร้อมออปชั่นสุดไฮเทค ชิมลางปลายเดือนนี้ หวังเบรกลูกค้าก่อนแห่ซื้อรถจากผู้นำเข้าอิสระ ขณะที่วอลโว่ หลังเปลี่ยนประธานใหม่ ก็เริ่มขยับ ประกาศลุยตลาดรถหรู พร้อมเตรียมเปิดตัว เอส40 และ วี50 ทำตลาดในปีนี้เช่นกัน

ตลาดรถยนต์หรูครึ่งปีหลังเริ่มขยับตัว แม้ที่ผ่านมาจะประสบกับปัญหาจากการถดถอยของเศรษฐกิจ ทำให้ยอดขายต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ประกอบกับภาวะการแข่งขันในตลาดรถหรูที่เข้มข้น ทำให้แต่ละค่ายต่างงัดกลยุทธ์ออกมาชิงยอดขายกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะบรรดาผู้นำเข้าอิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ต ที่อาศัยจังหวะชิงนำรถรุ่นใหม่ ๆ เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรดาค่ายรถหรูต้องเร่งปรับกลยุทธ์ ดันรถใหม่ออกมารับมือ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เป็นค่ายรถที่ได้รับผลกระทบจากการชิงเปิดตัวรถใหม่มากที่สุด แม้จะพยายามชี้แจงกับลูกค้าถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ เพราะอี-คลาส โฉมใหม่ เป็นเทคโนโลยีล่าสุด ไม่สามารถใช้กับน้ำมันในไทยได้ ต้องได้รับการปรับให้รองรับน้ำมันไทยก่อน ซึ่งต้องรอถึงช่วงปลายไตรมาสสามของปีนี้ ถึงจะนำเข้ามาทำตลาดได้

แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอ ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ต้องตัดสินใจส่ง อี-คลาส ใหม่ ออกมาเผยโฉมก่อน ในวันที่ 24 สิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยจุดประสงค์หลักของการเปิดตัว อี-คลาส ใหม่ ในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยของรถรุ่นนี้

สำหรับ อี-คลาส ใหม่ ภายใต้รหัสตัวถัง W212 ที่จะเปิดตัวในครั้งนี้ เป็นรุ่นอี 500 ซึ่งถือเป็นตัวท็อปสุด รูปทรงภายนอกได้รับการออกแบบให้กว้างขวางขึ้น โดยภาพรวมแล้ว อี-คลาส ใหม่นี้ ยาวขึ้น 0.5 นิ้ว และกว้างขึ้น 1.26 นิ้ว ในขณะที่รถมีความสูงขึ้นอีก 0.5 นิ้ว

การตกแต่งภายนอกนั้น มีการปรับรูปทรงของรถให้รูปทรงลู่ลมมากขึ้น และตัวแพลตฟอร์มก็ทำให้มีรูปทรงใหม่ ส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีก 30% หากเทียบกับรุ่นก่อน ในด้านหลักอากาศพลศาสตร์ ทางนักออกแบบได้เปลี่ยนดีไซน์ไฟหน้า ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของ อี-คลาส ให้มีความบึกบึนคมเข้มกว่าเดิมส่วนภายใน นอกจากจะแต่งหรูตามสไตล์รถซีดานสุดหรูหราแล้ว ยังบวกเทคโนโลยี COMAND ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เข้าไปด้วย นอกนั้นก็ยังมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Attention Assist ที่ตรวจสอบมุมของการเลี้ยวพวงมาลัยเพื่อที่จะดูว่าคนขับง่วงนอนหรือไม่ ถ้าง่วงก็จะมีเสียงแจ้งเตือนและมีรูปแก้วกาแฟแสดงที่หน้าปัดเป็นการเตือน ส่วนออปชั่น ก็จะมีระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนเลนขับ, ระบบ Cruise Control แบบใช้เรดาร์, ระบบ Night Vision อินฟราเรด และระบบช่วยมองในทัศนวิสัยที่มีจุดบอดต่าง ๆ

พร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.5 ลิตร กำลังสูงสุด 388 แรงม้า ส่วนสนนราคาขณะนี้ยังไม่เคาะ แต่น่าจะสูงกว่าอี-คลาส รุ่นปัจจุบัน ที่มีราคาสูงสุดมากกว่า 5 ล้านบาท มากทีเดียว เนื่องจาก อี500 ใหม่ ที่จะทำตลาดเป็นรุ่นท็อป ติดตั้งอุปกรณ์ครบครัน

ขณะที่ค่ายรถหรูทางฝั่งสวีเดน วอลโว่ ถึงระยะหลังจะเงียบ ๆ ไปบ้าง แต่ก็เป็นการสุ่มรอโอกาส ล่าสุดมีข่าวว่าเตรียมจะกระโจนเข้าสมรภูมิรถหรูอีกครั้ง ด้วยการส่งรถหรูขนาดกะทัดรัดอย่าง วอลโว่ เอส40 และ วี50 ลงชิงชัยกับคู่แข่งอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้

แม้รถทั้ง 2 รุ่น เป็นรถยนต์สายพันธุ์เดียวกัน แต่เหตุผลที่แยกรุ่นให้แตกต่าง เพราะวอลโว่ต้องการให้เกิดความชัดเจน ในเรื่องของประเภทตัวถัง ที่นอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษบ่งบอกแล้ว (S – Sedan, V – Versatility, C – Coupe และ XC Cross Country) ยังใช้ตัวเลขด้านหลัง 2 หลัก ในการย้ำให้ชัดว่า เลขคู่หมายถึงเก๋งซีดาน 4 ประตู เช่น เอส40, เอส60 และเอส80 แต่ถ้าเลขคี่จะเป็นรถประเภทอื่น ๆ เช่น ซี70, ซี30 หรือเอ็กซ์ซี90

ส่วนเครื่องยนต์ของวอลโว่ เอส40/วี50 ที่ทำตลาดในต่างประเทศ มีทั้งเบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร 99 แรงม้า, 1.8 ลิตร 123 แรงม้า, 2.0 ลิตร 136 แรงม้า, 2.4 ลิตร 170 แรงม้า และเทอร์โบดีเซล 1.6Ds 108 แรงม้า, 2.0Ds 134 แรงม้า และรุ่น T5 เทอร์โบ 5 สูบ 2,500 ซี.ซี. 230 แรงม้า ส่วนรุ่นเทอร์โบดีเซล D5 178 แรงม้าสำหรับในเมืองไทย นโยบายของวอลโว่ ประเทศไทย ย่อมต้องเน้นไปที่รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก ส่วนสนนราคา แว่วว่าจะเคาะออกมา ชนิดทำให้ลูกค้าจะต้องหันมามองก็แล้วกัน

นี่คือการขยับตัวของค่ายรถหรู ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีนี้