เบนซ์ แบไต๋ อี 500 เหนือชั้น ซี 220 CDI เสริมทัพเจาะตลาดหรู

Home / ข่าวสาร / เบนซ์ แบไต๋ อี 500 เหนือชั้น ซี 220 CDI เสริมทัพเจาะตลาดหรู

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) สกัดเกรย์มาร์เก็ต อวด อี 500 ใหม่ รหัสตัวถัง W 212 แบไต๋นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด The New E-Class, Engineered around you. พร้อมส่ง ซี 220 CDI เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ เสริมทัพ ชูแนวคิดการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หวังเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า

ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส สามารถทำยอดจำหน่ายได้ทั้งหมดกว่า 12 ล้านคันทั่วโลก จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า อี-คลาส เป็นรถพรีเมียมที่ครองใจลูกค้าในอันดับต้น ๆ มาตลอด ทั้งนี้รวมถึงความนิยมของ อี-คลาส ในตลาดประเทศไทยด้วย เฉพาะเจเนอเรชั่นที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ได้รับความสำเร็จทางการตลาดอย่างท่วมท้น โดยสามารถครองสัดส่วนการตลาดในเซ็กเมนต์ อี-คลาส ได้สูงถึง 77 % จากผลประกอบการ 7 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 54 % เมื่อเทียบผลจากปีที่แล้ว และด้วยสมรรถนะที่เป็นเลิศในทุก ๆ ด้านของ อี-คลาส รุ่นใหม่นี้ เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนานเช่นกัน

สำหรับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 500 โฉมใหม่คันนี้ เป็นนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย การขับขี่แบบสะดวกสบาย และการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาโดยวิศวกรเยอรมันตั้งแต่หัวจดท้าย เปลี่ยนใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทั้งแบบปกป้องก่อนและหลังอุบัติเหตุครบครัน อาทิ Attention Assist ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ, Adaptive Highbeam Assist ไฟสูง ซึ่งสามารถปรับลดระดับลำแสงได้แบบอัตโนมัติตามภาวการณ์ขับขี่ และลำแสงไฟหน้ายังส่องสว่างได้ไกลโดยไม่แยงตารถที่อยู่คันหน้าหรือรถที่สวนทางมา, Blind Spot Assist ลดจุดบอดการมองเห็นจากกระจกมองข้าง, Lane Keeping Assist ระบบช่วยเตือนการขับรถให้อยู่ในช่องทาง, Night View Assist ระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน ซึ่งเป็นระบบส่องสว่างผ่านแสงอินฟราเรดที่ตรวจจับคนเดินเท้าข้างทางและวัตถุต่าง ๆ ในตอนกลางคืนและแสดงผลบนหน้าจอ ทำให้ อี-คลาส โฉมใหม่รุ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นรถซีดานที่ดีที่สุดในโลก (Worlds Best Business Sedan)

ดีไซน์ด้านหน้าของอี-คลาส โฉมใหม่ สวยงามหมดจด เป็นแบบ Effortless Superiority เริ่มจากลายเส้นโค้งเว้าแบบประณีตด้านข้าง เคลื่อนไปบรรจบด้านหน้า สอดรับแบบลงตัวกับลายเส้นโค้งเว้าบนฝากระโปรงรถ กระจังหน้าโครเมียม 3 แถบ สีดำ ทันสมัย รูปตัววี โดดเด่นด้วย ไฟคู่หน้าทรงเหลี่ยม แบบใหม่ ดูสะดุดตามากยิ่งขึ้น อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรถยนต์ในตระกูลอี-คลาส ทำให้โฉมด้านหน้าใหม่หมดจด ดูภูมิฐาน

เครื่องยนต์ขนาด วี8 ปริมาตรกระบอกสูบ 5,462 ซี.ซี. พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ให้แรงม้าสูงสุด 285 กิโลวัตต์/388 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800-4,800 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.2 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. และด้วยความโดดเด่นในค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.28 ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส เป็นยนตรกรรมหรูที่ใช้หลักอากาศพลศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ อี-คลาส ใหม่ เป็นรถที่ลู่ลมมากที่สุด

พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายในห้องผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ โฉมใหม่ จะมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิม โดยมีความยาวตัวรถเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 12 มม. ความกว้างเพิ่มขึ้นอีก 32 มม. ระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 20 มม. เป็น 2,874 มม. ด้วยเนื้อที่ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมให้การขับขี่ในอี-คลาส โฉมใหม่ เป็นไปแบบเพลิดเพลิน

ด้านความปลอดภัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส โฉมใหม่ จะติดตั้งด้วยเทคโนโลยีหลากหลาย อาทิ ABS, ESPreg; และ Brake Assist รวมถึงชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Driver Assistance Systems) อันเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มการปกป้องก่อนและหลังจากอุบัติเหตุในรูปแบบต่าง ๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุจากการเปลี่ยนเลน, การหลับใน, หรือเกิดในช่วงทัศนวิสัยไม่ดี เช่น ตอนกลางคืน เป็นต้น โดยเทคโนโลยีใหม่นี้จะมีการทำงาน คิดร่วมกันอย่างเป็นระบบ Intelligent Partner โดยมีเซ็นเซอร์จากเรดาร์ กล้องและระบบเซ็นเซอร์อื่น ๆ ร่วมด้วย ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Driver Assistance Systems) ที่ติดตั้งในเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 500อี-คลาส ใหม่ ยังติดตั้งถุงลมนิรภัย 8 ลูก 10 ตำแหน่ง คือ 2 ตำแหน่งคู่หน้าเป็นแบบ Adaptive Airbags, 2 ตำแหน่งด้านข้างตรงที่นั่งเบาะหน้า (Seat Backrests), 2 ตำแหน่ง สำหรับด้านข้างผู้โดยสารด้านหลัง และม่านถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง สะดวกสบายด้วยหมอนรองศีรษะ 5 ตำแหน่ง โดยคู่หน้าเป็นแบบ NECK-PRO Head Restrainsts

นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้ว อี-คลาส ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนแบบ Direct Control ซึ่งสามารถควบคุมความนุ่มนวลในการขับขี่ในแต่ละสถานการณ์ด้วย Airmatic Suspension เช่น เมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วถึง 140 กม./ชม. ตัวถังจะลดต่ำลง 15 มม. โดยอัตโนมัติ และปรับขึ้นเองเมื่อรถลดความเร็วลง และปรับความสูงเป็นปกติ เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว 70 กม./ชม. และจะปรับสูงขึ้น 25 มม. เมื่อรถวิ่งอยู่บนถนนที่ขรุขระ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ตัวถัง

พวงมาลัยแบบ Rack-and pinion Power Steering ซึ่งช่วยในการควบคุมและการทรงตัวของรถให้อยู่ในทิศทางที่กำหนดในขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ระบบ Direct-Steer System ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ โดยเฉพาะในตอนเข้าโค้งได้อย่างนุ่มนวล ทำให้การขับขี่เป็นไปแบบสนุกมากขึ้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี500 มาพร้อมด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่แบบ 5 ก้าน ใช้ยางคู่หน้าขนาด 245/40R18 และยางคู่หลังขนาด 265/35R18 ให้อารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น

อี-คลาส ใหม่ มาพร้อมสีพิเศษ Coprite Brown ซึ่งเป็นสีที่ใช้เปิดตัวรถรุ่นนี้ทั่วโลก และเป็นอีกหนึ่งสีที่จะเริ่มเข้ามาสำหรับ อี-คลาส ใหม่ ที่จะทำตลาดในเมืองไทยในปลายปีนี้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ส่งรถยนต์ในตระกูลซี-คลาส เทคโนโลยีไดเร็กอินเจ็กชั่นในเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นซี220 CDI โดยได้พัฒนาให้เป็นรถยนต์ที่มีมาตรฐานอยู่ในระดับแนวหน้าของรถยนต์รุ่นเดียวกัน เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ในรุ่นซี-คลาส และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากสมรรถนะที่ทรงพลังแล้ว ซี220 CDI ยังมาพร้อมกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงานและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย