เบนซ์ มั่นใจรักษาผู้นำรถหรู ฟันธง อี-คลาส ใหม่ปลายปี

Home / ข่าวสาร / เบนซ์ มั่นใจรักษาผู้นำรถหรู ฟันธง อี-คลาส ใหม่ปลายปี

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยืนยันพร้อมผลิตอี-คลาสใหม่ ปลายปีนี้ เล็งเพิ่มชิ้นส่วนในประเทศให้ได้ 40% ยืนยันเทคโนโลยีบูลเทคยังไม่เหมาะสมกับตลาดในประเทศไทย พร้อมพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ที่เหมาะสมกับตลาด มั่นใจรักษาแชมป์ไว้ได้ต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมที่จะเปิดตัวเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสรุ่นใหม่ รุ่นผลิตในประเทศอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการแผนเพื่อการผลิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการส่งรถไปทำการทดสอบมลพิษ หรือการเตรียมการผลิตด้านอื่นๆ

รวมไปถึงการเร่งมือในการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ สำหรับการผลิตรถรุ่นดังกล่าวให้ได้ 40% ตามข้อกำหนดของคัสตอม กรีนโซน ซึ่งจากรายละเอียดที่ต้องดำเนินการนี้ ทำให้ยังไม่สามารถกำหนดราคาจำหน่ายอี-คลาสรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยได้

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นได้นำ อี 500 ซึ่งถือเป็นรุ่นท็อปสุดของโมเดล อี-คลาส เข้ามาพรีวิวให้กับลูกค้า โดยสามารถสั่งจองรุ่นฟูลออปชั่นได้ในราคาประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งต้องรอรถประมาณ 3-5 เดือน ขึ้นกับออปชั่นและไลน์ผลิตในประเทศเยอรมนี ส่วนรุ่นประกอบในประเทศไทย (CKD) คาดว่าจะเปิดตัวราวปลายปีนี้ และพร้อมส่งมอบได้ภายในต้นปีหน้า

เราจะเดินหน้าทำทุกอย่างตามแผนงานที่กำหนดไว้ แต่เราไม่สามารถให้รายละเอียดในเรื่องราคาได้ เพราะเป็นสิ่งที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ รวมไปถึงการตั้งเป้าหมายการจำหน่ายหลังการเปิดตัวก็เช่นกัน แต่เชื่อว่ารถรุ่นใหม่จะทำให้บริษัทรักษาการเป็นผู้นำในตลาดเอาไว้ได้ ดร.เพาฟเลอร์ กล่าว

สำหรับรถยนต์อี-คลาสที่จะเปิดตัวในประเทศไทย จะใช้เครื่องยนต์เบนซินซีจีไอและดีเซล ซีดีไอ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่เหมาะสมกับตลาดในเมืองไทยในขณะนี้ แต่ในส่วนของเอ็นจีทียังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ส่วนเครื่องยนต์ที่เป็นเทคโนโลยีบูลเทค ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะทำตลาดในไทย สำหรับเครื่องยนต์ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย จะเป็นเครื่องเวอร์ชั่นพิเศษที่ทางบริษัทแม่ผลิตให้สำหรับประเทศที่ใช้น้ำมันที่ยังมีค่ากำมะถันสูงอยู่ และจะเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่ปลายปีนี้

ในส่วนของภาพรวมตลาดรถยนต์หรูหราในปีนี้ คาดว่าภาพรวมของตลาดไม่น่าจะต่ำกว่า 7,000 คัน และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็น่าจะรักษาการเป็นผู้นำในตลาดเอาไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 50% โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดรถยนต์หรูหราหดตัวไปประมาณ 3% น้อยกว่าตลาดรวมที่หดตัวไปกว่า 25% และตลาดรถยนต์นั่งที่หดตัวไป 12% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาค่ายรถยนต์หรูต่างอัดแคมเปญและมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้นทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 2,430 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโต 9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 58.2% โดยในกลุ่มอี-คลาส ประสบความสำเร็จด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 77% ขณะที่กลุ่มซี-คลาส และ เอส-คลาส มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 55% เท่ากัน

ในเซ็กเมนท์รถหรู เมอร์เซเดส-เบนซ์ ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ราว 58% โดยมีรุ่นอี-คลาส เป็นตัวขายหลัก ด้วยยอดขายสะสม 1,842 คัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขาย อี-คลาส ยังคงขายดีแม้จะอยู่ในช่วงปลายอายุของโมเดลมีเหตุมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บริการหลังการขาย และการสนับสนุนจากไฟแนนซ์ด้านการปล่อยสินเชื่อ ดร.เพาฟเลอร์ กล่าว