โอเปก 2009

Home / ข่าวสาร / โอเปก 2009

ความจริงจะเป็นปีไหน โอเปกก็คือโอเปก ราคาน้ำมันดิบจากโอเปกดูจะเป็นเจ้าโลกอยู่คนเดียว ปั๊มน้ำมันประเทศไหนจะขาดทุนได้กำไรโอเปกไม่เกี่ยวและไม่สนใจ

แต่กระนั้น โอเปก 2009 ก็เป็นห้วงเวลาแห่งความผันผวนของราคา เดี๋ยวลง เดี๋ยวขึ้น และเดี๋ยวก็ลงมาอีก เอาแน่ไม่ได้

เข้าล็อก ปตท. ผู้แสวงหากำไร ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกขึ้นทีไร ราคาหน้าปั๊ม ปตท.ก็ขึ้นทีนั้น แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลง ราคาหน้าปั๊มก็จะหยุดกับที่อ้างง่ายๆ ว่า รอดูความคงที่ของราคาน้ำมันก่อน

ราคาน้ำมันดิบของโอเปกได้ราคามาจาก ORB : OPEC Reference Basket of Crudes

เป็นตะกร้าราคาจากแหล่งผลิตน้ำมัน 12 ชาติ เรียกว่า Twelve Crudes อันประกอบด้วยชาติต่างๆ ต่อไปนี้คือ

แอลจีเรีย, แองโกลา, เอกวาดอร์, สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน, อิรัก, คูเวต, ลิเบีย, ไนจีเรีย, กาตาร์, ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวเนซูเอลา

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ราคาน้ำมันทะยานขึ้น และทำท่าว่าจะลงตัวอยู่ที่ 75 เหรียญ/บาร์เรล แต่ราคาวันนี้ (6 กรกฎาคม 2009) 63.66 เหรียญ/บาร์เรล

เทียบกับราคาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (3 กรกฎาคม 2009) ราคายังอยู่ที่ 66.12 เหรียญ/บาร์เรล

พร้อมกันก็มีรายงานว่า ราคาน่าจะลงตัวอยู่ในระดับ 60 เหรียญ/บาร์เรล

ผู้คนที่ปวดเศียรเวียนเกล้ากับราคาน้ำมัน ก็มิใช่ใครอื่นนอกเสียจากกลุ่มผู้บริโภค หรืออีกนัยหนึ่งก็พวกเจ้าของรถทั้งหลายนั่นแหละครับ

วันใดราคาน้ำมันทำท่าแพง กู่ไม่กลับ วันนั้นจะพากันคิดถึงการคัดกรองเครื่องยนต์ในรูปแบบใหม่ คือ เติมแก๊สเถอะวะ

แต่ถ้าวันใดราคาน้ำมันทำท่าลงเอา ลงเอา วันนั้นนักขับรถทั้งหลายก็เพลิดเพลิน เที่ยวทั่วไทย ไทยครึกครื้น ไม่ต้องกลัวต้นทุนราคาน้ำมันที่แพงหรือถูกตามระยะทางกิโลเมตร

รัฐมนตรีน้ำมันโอเปกกับรัฐมนตรีจากสหภาพยุโรป มีการประชุมใหญ่กันเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่แล้ว ถือเป็นการประชุมใหญ่ครั้งที่ 6

ประเด็นหลักของที่ประชุมก็คือ พิจารณาสภาวการณ์เมื่อเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างรุนแรง เหมือนเมื่อครั้งทศวรรษ 1930s อันเป็นเหตุให้ความผันผวนของราคาน้ำมันเกิดขึ้น ที่ประชุมจำเป็นต้องหาทางเพื่อให้ราคาน้ำมันมีความคงที่

โอเปกและอียู อ้างว่า ที่จัดไดอะล็อกกันคราวนี้ก็เพราะต้องการให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคได้ประโยชน์เต็มๆ

ไม่ได้บอกข้อความในวงเล็บว่า …ฉันได้ด้วยนะ………!

โอเปกยังบอกที่ประชุม การที่ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นมากกว่า 140 เหรียญต่อบาร์เรลเมื่อปีกลายนั้น ไม่ใช่จะเป็นประโยชน์ต่อโอเปกหรือต่อผู้ผลิตน้ำมัน ตรงกันข้าม เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้วิกฤติการเงินโลกพังพินาศ ความต้องการน้ำมันของโลกถดถอยลงเพราะเศรษฐกิจโลกวินาศสันตะโร อุตสาหกรรมเจ๊งไม่เป็นท่า

แม้กระทั่งนักลงทุนกิจการค้าน้ำมันก็ยังพลอยเจ๊ง ซึ่งถ้าเป็นไปในรูปนี้อย่างยาวนานโอเปกก็จะต้องเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโอแป็ก รอวันเจ๊ง

เอาเถอะครับเมื่อน้ำมันโลกลดลง คนไทยก็อย่าเพิ่งตีอกชกหัวด้วยความลำพองใจที่จะได้ใช้น้ำมันราคาถูก เพราะรัฐบาลท่านขึ้นภาษีน้ำมันเรียบร้อยไปแล้วจาก 5 บาทเป็น 10 บาท และพร้อมที่จะรีดขนห่านทันทีที่ราคาน้ำมันโลกลดลงครับ……..!!