บีโอไอชงบอร์ดพิจารณาหั่นภาษีชิ้นส่วนอีโคคาร์

Home / ข่าวสาร / บีโอไอชงบอร์ดพิจารณาหั่นภาษีชิ้นส่วนอีโคคาร์

บีโอไอ เตรียมเสนอบอร์ดลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนยานยนต์รองรับอีโคคาร์ หลัง 2 ค่ายรถเดินหน้า นิสสัน อยู่ระหว่างดำเนินการนำเข้าเครื่องจักรและเตรียมการผลิต ขณะที่ ฮอนด้า อยู่ระหว่างการออกแบบรถ และหลายบริษัท ได้เริ่มทยอยสั่งแบบพิมพ์รถเข้ามาแล้ว

นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการลดหย่อนภาษีอากรขาเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนยานยนต์ สำหรับการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์)

ทั้งนี้ ตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนมาตรา 30 กำหนดให้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 90% และกำหนดเวลาคราวละไม่เกินครั้งละ 1 ปี ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดอัตราลดหย่อน โดยการพิจารณาให้เพิ่มระยะเวลา หรือจะให้สิทธิประโยชน์สูงถึง 90% หรือไม่นั้นคงขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันที่ 15 ก.ค.นี้

เหตุผลเนื่องจากขณะนี้มีผู้ได้รับส่งเสริมการผลิตรถยนต์อีโคคาร์และผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายเริ่มดำเนินการตามแผนการผลิตแล้ว จึงควรพิจารณากำหนดอัตราการลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุที่จำเป็น ให้เหมาะสมแก่ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ที่สำคัญเพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนให้สามารถสร้างตลาดรถอีโคคาร์ในประเทศ และช่วยสร้างฐานการผลิตที่ใหญ่พอที่จะแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้ รวมทั้งกระตุ้นให้มีการลงทุนและพัฒนาการผลิตชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

นายชาญชัยกล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการส่งเสริมการลงทุนอีโคคาร์ด้วยว่า ยังคงดำเนินไปตามแผนการที่กำหนด โดยมีโครงการที่เริ่มดำเนินการแล้ว 1 โครงการ ได้แก่ โครงการของบริษัท นิสสัน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการนำเข้าเครื่องจักรและเตรียมการผลิต จะเริ่มผลิตจริงประมาณต้นปี 2553 ขณะที่บริษัท ฮอนด้า อยู่ระหว่างการออกแบบรถ และหลายบริษัท ได้เริ่มทยอยสั่งแบบพิมพ์รถเข้ามาแล้ว

เพื่อเป็นการจูงใจผู้บริโภค และให้รถยนต์สามารถแข่งขันได้ รถอีโคคาร์จึงควรมีราคาต่ำกว่ารถยนต์ที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันประมาณ 1 แสนบาทต่อคัน ซึ่งจะนำเสนอในที่ประชุมให้ร่วมกันพิจารณาการตั้งราคาให้เหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมายด้วย นายชาญชัย กล่าว

นายชาญชัย กล่าวว่า เวลานี้มีโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนอีโคคาร์จำนวน 6 ราย ได้แก่ ฮอนด้า นิสสัน ซูซูกิ มิตซูบิชิ โตโยต้า และทาทา ซึ่งตามโครงการที่ได้รับอนุมัติจะมีกำลังการผลิตรวม 6.85 แสนคันต่อปี เงินลงทุนรวม 4.3 หมื่นล้านบาท จะส่งออกจำนวน 4.19 แสนคัน มูลค่าส่งออก 1.13 หมื่นล้านบาท ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมูลค่า 9.4 หมื่นล้านบาท และเกิดการจ้างแรงงานเพิ่มในตลาดอีกจำนวน 1.1 หมื่นคน

ทั้งนี้ ในส่วนสิทธิประโยชน์สำหรับโครงการอีโคคาร์ ได้แก่ ยกเว้นภาษีอากรขาเข้าเครื่องจักรทุกเขต ยกเว้นภาษีเงินได้ทุกเขตไม่เกิน 8 ปี ลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 17% เป็นต้น