โตโยต้า ปรับเป้ายอดขายคาดทั้งปีเหลือ 4.8 แสนคัน

Home / ข่าวสาร / โตโยต้า ปรับเป้ายอดขายคาดทั้งปีเหลือ 4.8 แสนคัน

โตโยต้า เผยวิกฤตการเงินโลก ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้ยอดขายรถยนต์ในครึ่งปีแรกติดลบ พร้อมปรับเป้าหมายการขายลงเหลือ 205,000 คัน ลดลง 21.8% ขณะที่ตลาดรถยนต์รวมเหลือ 480,000 คัน คาดครึ่งปีหลังสถานการณ์ตลาดหดตัวน้อยลง

มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากวิกฤติการณ์การเงินโลกที่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยหดตัว ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้ตลาดรถยนต์มีอัตราเติบโตลดลง 28% ปริมาณการขายรวม 231,428 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 96,056 คัน และรถเพื่อการพาณิชย์ 135,372 คัน โดยเป็นรถกระบะขนาด 1 ตันในเซกเม้นท์นี้ 117,696 คัน ในช่วงครึ่งปีแรก ตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราหดตัว 13% ขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตัน มีอัตราการหดตัวมากถึง 35.3% เป็นผลมาจากการหดตัวของการลงทุนและราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ

สำหรับปริมาณการขายของโตโยต้านั้น ลดลงด้วยเช่นกัน โดยมียอดขายรวม 95,334 คัน ลดลง 29.9 % แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 41,541 คัน และรถเพื่อการพาณิชย์ 53,793 คัน และรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเม้นท์นี้ 48,678 คัน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 43.2% และ 39.7% และ 41.4% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามโตโยต้ายังครองอันดับ 1 ในด้านการขายในทุกตลาด

ในด้านการส่งออกรถยนต์ของเราใน 6 เดือนแรก มีปริมาณส่งออกทั้งสิ้น 102,179 คัน ลดลง 33% การส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่เป็นจำนวน 10,255 คอนเทนเนอร์ รวมมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 65,000 ล้านบาท ลดลง 24% เป็นผลกระทบจากวิกฤติการณ์การเงินโลก

สำหรับแนวโน้มของตลาดรถยนต์ในช่วงหลังของปี 2552 มร.ทานาดะ กล่าวว่า วิกฤติการณ์การเงินโลก และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ ดังเช่นต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากยอดขายรถยนต์ 6 เดือนที่ผ่านมานั้น จะพบว่าตลาดรถยนต์มีอัตราการหดตัวน้อยลง และจะเป็นแรงบวกต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหลือ คาดว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้ จะมีอัตราการเติบโตลดลงประมาณ 22% ปริมาณการขาย 480,000 คัน ลดลงจากการประมาณการเมื่อตอนต้นปี 7.7% โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 202,000 คัน ลดลง 10.9% เนื่องจากยังคงมีความต้องการในรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ในขณะที่ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 278,000 คัน ลดลง 28.4% รวมถึงรถกระบะขนาด 1 ตันในเซกเม้นท์นี้ 241,000 คัน ลดลง 27.8% ทั้งนี้ การชะลอตัวของภาวะเศษฐกิจ ยังคงส่งผลลบต่อเนื่องต่อตลาดรถเพื่อการพาณิชย์และตลาดรถกระบะมากกว่าตลาดรถยนต์นั่ง

ด้านเป้าหมายการขายและการส่งออกของโตโยต้า มร.ทานาดะ กล่าวว่า ในปี2552 โตโยต้า ตั้งเป้าหมายการขายไว้ที่ 205,000 คัน ลดลง 21.8% คาดว่าจะครองส่วนแบ่งตลาด 42.7% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 90,500 คัน ส่วนแบ่งตลาด 44.8% และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 114,500 คัน ส่วนแบ่งตลาด 41.2% โดยเป็นรถกระบะไฮลักซ์ วีโก้และฟอร์จูนเนอร์ 104,000 คัน ส่วนแบ่งตลาด 43.2% ในด้านการส่งออกเราตั้งเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไว้ที่ 222,000 คัน คิดเป็นมูลค่า 96,600 ล้านบาท และชิ้นส่วนอะไหล่มูลค่า 40,000 ล้านบาท รวมมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้นประมาณ 136,600 ล้านบาท ลดลง 25.4%

เราจะให้ความสนับสนุนแก่รัฐบาลในการออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศษฐกิจเพื่อสร้างความมั่นใจและอำนาจซื้อให้กับผู้บริโภค ตลอดจนมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงการให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยี ไฮบริดที่จะมาช่วยกระตุ้นตลาด ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ยังคงมีความแข็งแกร่งและเคยผ่านสถานการณ์ที่ตลาดตกลงในช่วงครึ่งปีแรกมาแล้ว การปรับเป้าหมายการขายของโตโยต้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้ พิจารณาจากสถานการณ์ตลาดที่เกิดขึ้น และมองเห็นสัญญาณที่ดี อาทิ ราคาน้ำมันที่ไม่ผันผวน และคาดว่า ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตันจะฟื้นตัว และความมั่นใจของผู้บริโภคจะมีมากขึ้น มร.ทานาดะ กล่าวในที่สุด