ปิดครึ่งปีแรกหดหายไป 28%

Home / ข่าวสาร / ปิดครึ่งปีแรกหดหายไป 28%

ผ่านมาแล้ว 6 เดือนสำหรับปี 2552 บรรยากาศโดยทั่วไปเงียบ ๆ อึมขรึมอย่างไรก็ไม่รู้จะมีคึกคักกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้างก็ในช่วงการจัดงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นความคุ้นเคยกันไปแล้วว่าช่วงนี้เวลานี้เป็นโอกาสทองของผู้ค้ารถยนต์และผู้ซื้อที่จะฉกฉวยเอายอดจำหน่ายเข้าสู่กระเป๋ากันได้เป็นกอบเป็นกำจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และการอัดแคมเปญกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ แต่หลังจากนั้นหรือก่อนหน้านั้นเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีอะไรเป็นไฮไลท์ให้เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์กันได้เลย ยิ่งในช่วงหลังงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์แล้ว จะมีก็แต่ค่ายรถยนต์ระดับบิ๊กเบิ้มเท่านั้นที่จัดส่งแคมเปญพิเศษหรือโฆษณาเพื่อรักษาภาพพจน์ของแบรนด์ออกมาให้เห็น นอกนั้นดูเหมือนว่าจะถอยกลับไปตั้งหลักทำการบ้านกันใหม่สำหรับการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในช่วง 6 เดือนที่เหลืออยู่ของปีนี้กันทั้งสิ้น

สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทเมื่อสิ้นสุดเดือนมิถุนายนไปอยู่ที่ 231,428 คันซึ่งเมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีที่แล้วที่ว่าแย่ ๆ แล้วปรากฏว่า 6 เดือนแรกของปีนี้ที่เจอมรสุมเศรษฐกิจลูกใหญ่คุกคามเอาจนแทบตั้งตัวไม่ติดในช่วงต้นปีก่อนที่จะมากระเตื้องขึ้นบ้างในช่วงเดือนห้าเดือนหกติดลบไป 28.0% โดยที่ 5 อันดับแรกที่มียอดจำหน่ายรถยนต์สูงสุดยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันดับแต่อย่างใดและหากไม่มีรายการพลิกล๊อคอย่างมโหฬารแล้วก็น่าจะเป็นไปตามนี้จนกระทั่งผ่านพ้นปี 2552 นี้ไปโดยอันดับที่หนึ่งเป็นของรถยนต์โมเดลต่าง ๆ จากค่ายโตโยต้ามียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 95,334 คันคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 41.2% อีซูซุจำหน่ายได้เป็นอันดับที่สองมีส่วนแบ่งการตลาด 21.1% จากยอดจำหน่ายรวม 6 เดือน 48,858 คัน อันดับที่สามตกเป็นของรถยนต์จากค่ายฮอนด้ามียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 39,967 คันส่วนแบ่งการตลาด 17.3% เบอร์สี่ของตลาดเมื่อผ่านครึ่งปีแรกไปเป็นของรถยนต์ค่ายนิสสันยอดจำหน่ายรวมที่ 12,106 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 5.2% และอันดับที่ห้าได้แก่รถยนต์ค่ายมิตซูบิชิยอดจำหน่ายรวม 8,528 คันมีส่วนแบ่งการตลาด 3.7% อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ต่างก็มียอดจำหน่ายรวม 6 เดือนที่ลดลงจากปี 2551 ทั้งสิ้นโดยโตโยต้าลดลง -29.9%, อีซูซุลดลง -31.4%, ฮอนด้ามีการลดลงของยอดจำหน่ายน้อยที่สุดใน 5 อันดับแรกของรถยนต์ที่จำหน่ายขายดีที่สุดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2552 ลดลง -7.3%, นิสสันลดลง -32.2% และมิตซูบิชิลดลง -42.8%

ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทเดือนมิถุนายนเดือนที่ 6 ของปีมียอดจำหน่ายรวมกันทุกยี่ห้อที่ 43,402 คันเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 7.1% โตโยต้าจำหน่ายได้มากที่สุดเหมือนเช่นเคยโดยมียอดจำหน่าย 18,844 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.4% ตามมาด้วยอีซูซุ 8,452 คันส่วนแบ่งตลาด 19.5% ฮอนด้า 7,320 คันส่วนแบ่งตลาด 16.9%, นิสสัน 2,415 คันส่วนแบ่งตลาด 5.6% และเชฟโรเล็ท 1,653 คันส่วนแบ่งตลาด 3.8%

จากจำนวนยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าสำเร็จรูปหรือการประกอบในประเทศทั้งสิ้น 231,428 คันนั้นความต้องการใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตันหรือที่เรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่ารถปิคอัพนั่นเองถึงแม้ว่าปัญหาเรื่องราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยลบที่สำคัญสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ก็ตามที 6 เดือนที่ผ่านมารถยนต์ประเภทนี้มียอดจำหน่ายจากผู้ประกอบการรวมทั้งหมด 8 แบรนด์ด้วยกันที่ 112,869 คันเป็นความต้องการที่ลดลง -40.0% เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ปิคอัพ 1 ตันรวมทั้งประเภทขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อที่มียอดจำหน่ายสูงสุดใน 6 เดือนแรกพลิกกลับมาเป็นของ อีซูซุ อีกครั้งหลังจากที่ปีที่แล้ว โตโยต้า ได้ตำแหน่งนี้ไปครองแต่โอกาสก็ยังคงเปิดกว้างอยู่สำหรับโตโยต้าที่จะกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดเพราะมีความแตกต่างกันอยู่ไม่ถึงห้าร้อยคันเท่านั้นอยู่ที่ว่าจะทำได้หรือไม่เท่านั้น อีซูซุ จำหน่ายปิคอัพในสายพันธุ์ดีแมคซ์ได้ทั้งสิ้น 45,562 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 40.4% ขณะที่ วีโก้ของโตโยต้าหายใจรดต้นคอมาด้วยยอดจำหน่าย 45,158 คันมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 40.0% เบอร์สามของตลาดรถยนต์ประเภทนี้นิสสันประคองกอดไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยยอดจำหน่ายรวม 6 เดือน 8,430 คันส่วนแบ่งตลาด 7.5% เช่นเดียวกับที่อันดับที่สี่ที่เป็นของมิตซูบิชิทำยอดจำหน่ายได้ทั้งสิ้น 5,327 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 4.7% แต่อันดับที่ห้าปิคอัพตระกูลเรนเจอร์ของฟอร์ดประคองตัวมาแบบเงียบ ๆ คว้าตำแหน่งนี้ไปครองจากในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ในอันดับที่ 6 เขี่ยเชฟโรเล็ทเจ้าของตำแหน่งหลุดโผออกไป ฟอร์ดมียอดจำหน่าย 6 เดือนที่ 2,663 คันได้ส่วนแบ่งตลาดไป 2.4%

อย่างไรก็ตามในตารางรถปิคอัพที่จำหน่ายได้มากที่สุดเดือนมิถุนายน โตโยต้าทวงอันดับหนึ่งกลับมาได้จากยอดจำหน่ายรถปิคอัพ 1 ตันทั้งสิ้น 8,949 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.8% อีซูซุอยู่ในอันดับที่สองได้ยอดจำหน่าย 7,886 คันส่วนแบ่งตลาด 38.6% อันดับที่สามเป็นของนิสสันยอดจำหน่าย 1,363 คันส่วนแบ่งตลาด 6.7% อันดับที่สี่มิตซูบิชิ 913 คันส่วนแบ่งตลาด 4.5% และอันดับที่ห้ามาแรงเกินห้ามใจสำหรับรถปิคอัพจากค่ายมาสด้าเฉพาะเดือนมิถุนายนกวาดยอดจำหน่ายไป 471 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 2.3% เผลอ ๆ ยอดรวมสิ้นปีอาจมีเฮก็ได้สำหรับค่ายนี้

ทางด้านของตลาดรถขับเคลื่อน 4 ล้ออเนกประสงค์ถึงแม้จะเป็นตลาดที่มีปริมาณยอดจำหน่ายที่ไม่มากมายเท่าใดนักในแต่ละปีแต่ก็มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับรถปิคอัพ 1 ตันเพราะบางรุ่นของบางแบรนด์ก็มีการใช้พื้นฐานโครงสร้างตัวรถจากรถปิคอัพ 1 ตันมาพัฒนาปรับแต่งให้เป็นรถยนต์แบบเอสยูวีนี้ที่ถือว่าเป็นพระเอกของตลาดรถยนต์ประเภทนี้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วต่อเนื่องมาจนถึงบัดเดี๋ยวนี้ต้องยกให้กับปาเจโรสปอร์ตของค่ายมิตซูบิชิถึงแม้จะไม่ถึงกับก้าวเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดได้ก็ตามทีแต่ก็สร้างสีสันให้กับรถยนต์เอสยูวีได้ไม่น้อย ตลาดรถยนต์ประเภทนี้มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 8,232 คันในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านไปลดลงจากครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว -40.2% เป็นตลาดหนึ่งที่ 5 อันดับของแบรนด์ที่จำหน่ายขายดีที่สุดมีการเปลี่ยนแปลงสลับตำแหน่งกัน โตโยต้ากลับมาทวงบัลลังค์แชมป์ได้เป็นผลสำเร็จจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วโดนสอยร่วงลงไปอยู่ในตำแหน่งที่สอง 6 เดือนแรกของปีนี้เอสยูวีของโตโยต้าที่มีทั้งเลกซัส, พราโดและฟอร์จูนเนอร์มียอดจำหน่ายรวม 3,569 คันคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 43.4% เขี่ยเจ้าของตำแหน่งเดิม ฮอนด้า ซีอาร์-วีที่มียอดจำหน่ายรวม 6 เดือน 2,173 คันเป็นส่วนแบ่งตลาด 26.4% หล่นไปอยู่อันดับที่สองแทน เบอร์สามของตลาดนี้เป็นของมิตซูบิชิด้วยยอดจำหน่าย 1,051 คันมีส่วนแบ่งตลาด 12.8% อันดับที่สี่ได้แก่โมเดลรุ่นแคปทีว่าของค่ายเชฟโรเล็ทมียอดจำหน่าย 714 คันส่วนแบ่งตลาด 8.7% และอันดับที่ห้าเป็นรถยนต์เอสยูวีค่ายอีซูซุส่วนแบ่งตลาด 2.7% จากยอดจำหน่าย 222 คัน

ตลาดรถยนต์ประเภทเอสยูวีเดือนมิถุนายนมียอดจำหน่ายรวมกันที่ 1,670 คันเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 13.4% รถยนต์เอสยูวียอดนิยมไล่เรียงจากเบอร์หนึ่งถึงเบอร์ห้าได้แก่ โตโยต้า 753 คัน, ฮอนด้า 517 คัน, มิตซูบิชิ 162 คัน, เชฟโรเล็ท 106 คันและอีซูซุ 34 คัน

เป็นพระเอกของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไปเสียแล้วสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลถึงแม้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจะไม่สามารถทำยอดจำหน่ายรวมกันได้มากกว่าก็ตามทีแต่เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วยังน้อยกว่าตลาดรถยนต์ประเภทอื่น ๆ แถมยังมีแนวโน้มว่าจะโกยยอดจำหน่ายได้เป็นกอบเป็นกำมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเพราะยังมีรถยนต์นั่งที่คาดว่าจะโดนใจผู้ใช้รถอย่างมากเข้าคิวรอเปิดตัวออกจำหน่ายอีกหลายโมเดล 6 เดือนแรกของปีนี้ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งรวมกันอยู่ที่ 96,056 คันลดลงจาก 6 เดือนแรกของปีก่อนหน้านี้ -13.0% แบเบอร์อยู่แล้วสำหรับเบอร์หนึ่งของตลาดไม่หนีโตโยต้าไปได้มียอดจำหน่ายรวม 41,541 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 43.2% ตามมาด้วยเก๋งจากฮอนด้า 37,794 คันส่วนแบ่งตลาด 39.3% มีเพียงสองแบรนด์นี้ที่ยอดจำหน่ายทะลุทะลวงผ่านหลักหมื่นขี้นไปได้ อันดับที่สามได้แก่รถยนต์นั่งจากเชฟโรเล็ท 3,829 คันส่วนแบ่งตลาด 4.0% อันดับที่สี่เป็นรถยนต์นั่งค่ายนิสสันยอดจำหน่ายรวม 3,496 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.6% อันดับที่ห้าโดดเด่นขึ้นมาอีกครั้งของรถยนต์นั่งค่ายมาสด้ามียอดจำหน่ายรวม 2,320 คันส่วนแบ่งตลาด 2.4%

เฉพาะเดือนมิถุนายนยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งทั้งหมดมีรวมกันที่ 18,746 คันสูงขึ้นกว่าเดือนพฤษภาคม 8.0% แบรนด์ที่จำหน่ายได้มากที่สุด 5 อันดับแรกจัดแถวลดหลั่นกันมาเหมือนกับ 5 อันดับของยอดจำหน่ายรวม 6 เดือนแรกจากเก๋งเล็ก, กลาง, ใหญ่ของโตโยต้าที่มียอดจำหน่ายรวม 8,197 คันส่วนแบ่งตลาด 43.7% เป็นขบวนรถเก๋งจากฮอนด้าจำหน่ายได้รวมกัน 6,803 คันส่วนแบ่งตลาด 36.3% จากค่ายเชฟโรเล็ทมียอดจำหน่ายรวม 1,237 คันส่วนแบ่ง 6.6% นิสสัน 990 คันส่วนแบ่งตลาด 5.3% และมาสด้า 411 คันส่วนแบ่งตลาด 2.2%

6 เดือนที่เหลืออยู่ของปีนี้ความน่าสนใจคงจะต้องโฟกัสลงไปที่ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างแน่นอนโดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กและรถยนต์นั่งขนาดกลาง แต่จะสร้างสีสันความเร้าอกเร้าใจได้มากน้อยแค่ไหนต้องติดตามกันต่อไป