ฟูโซ่ ทรัค ปิดไลน์การผลิต เล็งนำเข้ามาทำตลาดแทน

Home / ข่าวสาร / ฟูโซ่ ทรัค ปิดไลน์การผลิต เล็งนำเข้ามาทำตลาดแทน

มิตซูบิชิ ฟูโซ่ ปิดไลน์การผลิตในประเทศไทย หลังยอดผลิตน้อยไม่คุ้ม เล็งนำเข้ามาทำตลาดแทน แต่ประกาศไม่หยุดทำตลาดในไทย เดินหน้าเปิดตัวสินค้า-บริการใหม่ เพื่อรองรับลูกค้า

นายรูดอล์ฟ สไตนเล่ ประธานบริหาร บริษัท มิตซูบิชิ ฟูโซ่ ทรัค (ประเทศไทย) หรือเอ็มเอฟทีที เปิดเผยว่า บริษัท มิตซูบิชิ ฟูโซ่ ทรัค แอนด์ บัส คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในเครือเดมเลอร์ ทรัค ได้ตัดสินใจปรับแผนการผลิตรถยนต์ทั่วโลก เพื่อเน้นการใช้ศักยภาพในโรงงานแต่ละแห่งให้เต็มที่ ทำให้ตัดสินใจปิดโรงงานในประเทศไทยที่ลาดกระบัง โดยจะเริ่มทยอยปิดจนสมบูรณ์ในปลายปีนี้

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่โรงงานในประเทศไทยไม่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการผลิต เนื่องจากมีกำลังการผลิตต่อปีที่ 2,000-2,700 คัน เท่านั้นในช่วงที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับโรงงานที่อินโดนีเซีย ที่มีการผลิต 3-4.5 หมื่นคันต่อปี ขณะที่ในหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม หรือ ฟิลิปปินส์ ก็เป็นการจ้างโรงงานในท้องถิ่นเพื่อผลิต โดยที่ฟูโซ่ไม่ได้ลงทุนเปิดโรงงานด้วยตัวเอง

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ จะส่งผลกระทบกับประเทศไทยในเรื่องของการลดจำนวนพนักงานในโรงงานลงประมาณ 150 คน แต่จะมีพนักงานบางส่วนที่กลับเข้ามาดูแลในเรื่องของรถยนต์ที่นำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาแนวทางการดูแลพนักงานเหล่านี้ให้เหมาะสม ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาตามมา

ถ้าจะบอกว่าการปิดโรงงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทเลย ก็คงเป็นการโกหก แต่เรามองว่าการหันมานำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยมีโอกาสได้ใช้สินค้าที่มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งขณะนี้เรายังไม่เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยในส่วนของซัพพลายเออร์ที่มีอยู่ 50 ราย ก็จะปรับให้ส่งออกไปยังฐานการผลิตอื่นๆ ทั่วโลก นายสไตนเล่ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เอ็มเอฟทีทีขอยืนยันว่าจะเดินหน้าทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการนำเข้าสินค้าใหม่ในกลุ่มยูโร-3 เข้ามาเปิดตัวให้ครบไลน์ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะทำให้สินค้าทั้งหมดของฟูโซ่ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร-3 นอกจากนี้ก็ยังมีการทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เพื่อย้ายศูนย์อะไหล่ทั้งหมดมาไว้ที่ศูนย์เก็บอะไหล่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ บนถนนบางนา-ตราด กม.19 และมีแผนที่จะขยายโชว์รูมและศูนย์บริการต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ ยอดจำหน่ายในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ฟูโซ่ มียอดจำหน่าย 671 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโต 27% และมีส่วนแบ่งการตลาด 14% ซึ่งเป็นผลจากการได้ลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ 1 ราย โดยปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดจำหน่าย 1,536 คัน หดตัวลงไปถึง 34% แต่เชื่อว่าสถานการณ์ในปีนี้น่าจะดีขึ้น แม้แนวโน้มตลาดจะหดตัวลงไปเหลือ 1.3 หมื่นคัน จากที่ทำได้ในปีที่แล้ว 1.7 หมื่นคัน แต่ฟูโซ่ก็คาดว่าจะทำส่วนแบ่งการตลาดได้ 13% ในปีนี้

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com