ข่าวร้าย

Home / ข่าวสาร / ข่าวร้าย

ชีวิตคนไทยผู้บริโภคน้ำมันต่างประเทศ เห็นทีจะต้องกลับไปย้อนยุคราคาหน้าปั๊มแพงมหาโหดอีกแล้ว เพราะรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีน้ำมันร้อยเปอร์เซ็นต์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศปรับภาษีน้ำมันเข้ากองทุนจากเดิม ๕ บาท เป็น 10 บาท โดยเชื่อว่าการใช้กลไกของกองทุนจะไม่ส่งผลกระทบไปถึงการเปลี่ยนแปลงราคาหน้าปั๊ม

นี่ก็เป็นความเชื่อของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี

ความเชื่อของท่านก็น่าจะมาจากให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวแอ่นอกรับผิดชอบการขึ้นภาษีไปพลางก่อน อย่าด่วนไปรีดขนห่าน-ผู้บริโภคน้ำมันตามถนน

นี่ก็เป็นความประพฤติของรัฐบาลเกี่ยวกับการหลอกล่อประชาชน เช่นเดียวกับเมื่อคราวรัฐบาลที่ผ่านมาออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนหกเดือน เว้นวรรคภาษีสรรพสามิตน้ำมันไปหกเดือนเป็นผลให้ราคาหน้าปั๊มลดฮวบ

ครบหกเดือนแล้ว รัฐบาลก็ดีดกลับเข้ายอดเดิม ราคาหน้าปั๊มก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นลิตรละบาทสองบาทเป็นระยะๆ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยในขั้นแรกจะออก พ.ร.ก. เพื่อขยายเพดานการจัดเก็บภาษีน้ำมันที่ปัจจุบันจัดเก็บเต็มเพดานแล้ว

ระยะแรกของการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะให้นำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุดหนุนเท่ากับอัตราภาษีที่ปรับขึ้น เพื่อลดภาระของประชาชนให้มีเวลาปรับตัวอย่างน้อยในช่วงเดือนแรก

ที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันเชื้อเชื้อเพลิงเก็บเงินเข้ากองทุนลิตรละ 1.70 บาท โดยจัดเก็บเงินจากน้ำมันบางประเภทสูงถึงลิตรละ 4-5 บาท ปัจจุบันกองทุนน้ำมัน มีเงินกว่า 20,000 ล้านบาท หากหักหนี้แล้ว ยังเหลือเงินกว่า 15,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงมีโอกาสที่กองทุนจะลดการเก็บเงินได้ระยะหนึ่ง

คุณกรณ์ รัฐมนตรี มีความเชื่อเหมือนกับ คุณอภิสิทธิ์ หัวหน้าคณะรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า

โอกาสที่กองทุนน้ำมันจะลดการเก็บเงินภาษีเข้ากองทุน เพื่อช่วยลดภาระประชาชน เป็นสิ่งที่ทำได้ โดยทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่ปรับขึ้น รัฐบาลมั่นใจว่าจะบริการจัดการได้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ปรับตัวอย่างน้อยก็เป็นเดือนข่าวร้ายสำหรับประชาชนก็คือ รัฐมนตรีกรณ์ ชี้ชัดเจนว่าในอนาคตจะไม่มีน้ำมันราคาถูก แต่รัฐบาลจะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทน สำหรับ ปตท. นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ บิ๊กบอส มีความคิดบอกผู้บริโภคว่า การปรับภาษีน้ำมันของรัฐบาลน่าจะเป็นการทยอยขึ้น โดยผลักภาระให้กองทุน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนมาก

ซึ่งก็เป็นความคิดที่ไม่ต่างจากซีกรัฐบาล เพราะเป็นพวกเดียวกันและเข้าหุ้นค้าน้ำมันด้วยกัน นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังแจ้งข่าวร้ายด้วยว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกขณะนี้มีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มขึ้น และคิดว่าราคาที่เหมาะสมก็น่าจะอยู่ที่บาร์เรลละ 65 เหรียญ

วันนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเหยียบไว้ที่บาร์เรลละ 60 บาท ราคาหน้าปั๊มไทยก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม หวิดจะลิตรละ 30 บาท

นี่ก็เป็นเรื่องของน้ำมัน ความคิดของน้ำมันดิบไหลลื่นตามธรรมชาติไม่สนใจกับวิกฤติเศรษฐกิจโลกแม้แต่น้อย ประชาชนผู้บริโภคน้ำมันทั้งหลายก็ต้องยึดหลักมัธยัสถ์และประหยัด เหยียบคันเร่งเพียงปลายสัมผัส หากกระทืบมัน—มันก็จะกระทืบเรากลับมาครับ

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com