ฝันเป็นจริง ฮอนด้า เบอร์1เก๋ง ซิตี้ ใหม่ รถยอดนิยม

Home / ข่าวสาร / ฝันเป็นจริง ฮอนด้า เบอร์1เก๋ง ซิตี้ ใหม่ รถยอดนิยม

ฮอนด้า ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งทั้งยอดจำหน่ายและส่วนแบ่งการตลาดในตลาดรถยนต์นั่งเดือนเมษายน ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์นั่ง 6,473 คันของฮอนด้าในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 จากช่วยเดียวกันของปีก่อน สวนกระแสของอุตสาหกรรมที่คาดว่ายอดจำหน่ายจะลดลงในปีนี้

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์นั่งรายใหญ่อันดับสองของประเทศไทย ได้รายงานว่า ปริมาณความต้องการรถยนต์ฮอนด้าได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ ขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่ง โดยมียอดจำหน่ายในเดือนเมษายน 2552 ถึง 6,473 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 40.5%

รถยนต์ฮอนด้าที่เป็นรุ่นยอดนิยมในเดือนเมษายน 2552 ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ด้วยยอดจำหน่าย 2,502 คัน ตามด้วยฮอนด้า ซีวิค 2,389 คัน ฮอนด้า แจ๊ซ 1,135 คัน และฮอนด้า แอคคอร์ด 447 คัน

มร.อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อรถยนต์ฮอนด้าจากลูกค้าสูงกว่าที่เราประมาณการณ์ไว้มาก และสวนกระแสแนวโน้มอุตสาหกรรมและการคาดการณ์สภาวะตลาดที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงขาลง ดังนั้น สำหรับฮอนด้า เดือนเมษายนจึงเป็นเดือนที่เรามีผลงานน่าพอใจอย่างมาก ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนประการหนึ่งคือ ยอดการสั่งจองในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่งเราหวังว่า ยอดจำหน่ายในช่วงที่เหลือของปีนี้จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ยอดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซและซีวิค รวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนรถยนต์ฮอนด้าที่จำหน่ายได้ทั้งหมดในเดือนเมษายน ซึ่งชี้ให้เห็นว่า รถยนต์ทั้งในกลุ่มซับคอมแพคท์และคอมแพคท์ ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ของเราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ประหยัดน้ำมันและให้การขับขี่ที่สนุก มร.ฟูจิโมโตะ กล่าว

สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ขายดีที่สุดในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2552 ได้แก่ ฮอนด้า

ซิตี้ ใหม่ 9,228 คัน ฮอนด้า ซีวิค 7,807 คัน และฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ 5,060 คัน นอกจากนี้รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ยังสามารถครองอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งกลุ่มคอมแพคท์ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2552 ด้วยยอดจำหน่าย 7,807 คัน ซึ่งก็ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มี ส่วนแบ่งที่ 39.4% ตามมาด้วย โตโยต้า อัลติส 6,936 คัน มีส่วนแบ่ง 35% มาสด้า 3 1,470 คัน ส่วนแบ่ง 7.4% นิสสัน ทีด้า 1,318 คัน ส่วนแบ่ง 6.7% และเชฟโรเลต ออพตร้า 826 คัน ส่วนแบ่ง 4.2%

จากสภาวะเศรษฐกิจของโลกและของประเทศไทยในปัจจุบันทำให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์เป็นคันแรกและผู้ที่มีรถเก่าอยู่แล้ว ต้องประเมินความต้องการในการขับขี่และรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะลงทุนในรถยนต์คันใหม่ ลูกค้าเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมองหารถยนต์ขนาดที่เหมาะสมที่ประหยัดน้ำมัน ภายในกว้างขวาง และอยู่ในระดับราคาที่ซื้อหาได้ ขณะเดียวกันก็ต้องใช้งานง่าย มีค่าบำรุงรักษาต่ำและสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มร.ฟูจิโมโตะ ให้ความเห็น

สำหรับในรถยนต์นั่งประเภทเอสยูวี / พีพีวี ฮอนด้า ซีอาร์-วี มียอดจำหน่าย 1,303 คัน ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2552

ด้านนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศนั้น เชื่อว่าได้ดำเนินมาถึงจุดที่ใกล้จะฟื้นตัว เพราะที่ผ่านมาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดในประเทศเริ่มคลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ หรือการขาดความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจ อันมีผลสืบเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก

ดังนั้น ฮอนด้าเชื่อว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทย นับจากนี้น่าจะดีขึ้น แต่คงไม่รวดเร็วนัก เพราะยังคงต้องจับตาสภาพเศรษฐกิจโลกว่า มาตรการต่างๆ ที่แต่ละประเทศใช้กระตุ้นอยู่นั้นจะส่งผลออกมาในเชิงบวกมากน้อยแค่ไหน

สำหรับประเทศไทยเอง สิ่งจำเป็นเร่งด่วนคงเป็นเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในทุกด้าน ไม่ใช่เฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงทุกภาคที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศ ตัวอย่างเช่นการท่องเที่ยว เพราะเป็นจุดที่มีต้นทุนด้านการดำเนินการน้อย ถ้าการท่องเที่ยวกับมาคึกคัก ระบบเศรษฐกิจก็จะเริ่มหมุนเวียน ซึ่งส่งผมดีต่อตลาดรถยนต์ได้เช่นกัน

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com