อีซูซุ เชื่อรถปิกอัพยังโต ย้ำจุดยืนเรื่องความคุ้มค่า

Home / ข่าวสาร / อีซูซุ เชื่อรถปิกอัพยังโต ย้ำจุดยืนเรื่องความคุ้มค่า

อีซูซุ ชี้รถปิกอัพยังคงเป็นตลาดหลักของไทย เหตุเป็นรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เชื่อหากเศรษฐกิจฟื้น ตลาดจะกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง มั่นใจ ดีแมค็ซ์ สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน และความแข็งแกร่งทนทาน

นางปนัดดา เจณณวาสิน รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ตลาดรถในประเทศไทยจะหดตัวลงเพราะผลกระทบจากวิกฤติการเงินโลกที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น และระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสถาบันการเงินหรือบริษัทไฟแนนซ์ในประเทศไทยเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดส่งผลให้ตลาดรถยนต์ของไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้หดตัวลง 31.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยตลาดรถปิกอัพหดตัวลง 40.7% ในขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งลดต่ำลง 12.6% ยอดจำหน่ายรถยนต์ดังกล่าวอาจทำให้คิดว่ารถยนต์นั่งได้ดึงส่วนแบ่งตลาดมาจากรถปิกอัพ แต่จากการที่เราได้ทำการสำรวจตลาดพบว่า ลูกค้าที่ใช้รถปิกอัพแล้วเปลี่ยนใจไปใช้รถเก๋งนั้นมีน้อยมาก สาเหตุที่ทำให้รถยนต์นั่งขายดีคือ มาตรการภาษีพิเศษสำหรับรถที่ใช้ E20 และการแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น โตโยต้า และฮอนด้า

ส่วนยอดจำหน่ายรถปิกอัพที่ลดน้อยลงนั้น เป็นผลมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปลายปี นอกจากนั้น ความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศซึ่งต่อเนื่องยาวนานทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถปิกอัพอย่างมากคือ เงื่อนไขของบริษัทไฟแนนซ์ การเกิดวิกฤตการเงินทำให้สถาบันการเงินเข้มงวด เพราะไม่อยากให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ผู้ใช้รถปิกอัพซึ่งเป็นเกษตรกร หรือพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนจึงไม่สามารถผ่านเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่ออันเข้มงวดของบริษัทไฟแนนซ์ได้

ผู้ใช้รถปิกอัพในประเทศไทยประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ซื้อแบบผ่อนชำระ ดังนั้นเงื่อนไขของไฟแนนซ์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถปิกอัพ ถึงกระนั้นก็ตาม ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตันที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ เนื่องจากมีปริมาณการใช้ในประเทศสูงมาก ทำให้เกิดความประหยัดด้านต้นทุนการผลิต และที่สำคัญรัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมรถปิกอัพอย่างต่อเนื่องตลอดมาทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ต่างย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพมาที่ประเทศไทย

อีซูซุเชื่อมั่นว่า เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจคลี่คลายลง ความต้องการใช้รถปิกอัพในประเทศไทยจะยังคงอยู่ในระดับสูงเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากรถปิกอัพเป็นรถเอนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากรูปแบบของคนไทยได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะรถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ เป็นรถที่มีความคุ้มค่าเงินสูงสุด เพราะประหยัดน้ำมันที่สุด แข็งแกร่งทนทานที่สุด มีราคาขายต่อสูงสุด อีกทั้งอีซูซุยังมีเครือข่ายโชว์รูม ศูนย์บริการ และศูนย์อะไหล่ครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 300 แห่ง

รถปิกอัพนั้นได้เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องตลอดมาจนเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แน่นอนว่าประเทศไทยนั้นต้องการให้มีเสาหลักต้นที่ 2 จึงเป็นที่มาของโครงการอีโคคาร์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องรักษาเสาหลักต้นแรกให้มั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศไทยโดยรวม ความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถปิกอัพจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้รถปิกอัพที่ผลิตในเมืองไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความเป็นอันดับ 1 ในโลกด้านรถปิกอัพขนาด 1 ตันของประเทศไทยไว้ให้ได้ตลอดไป

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com