ดัชนีอุตฯ ก.พ.ลดลงต่ำกว่า 100 วอนรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

Home / ข่าวสาร / ดัชนีอุตฯ ก.พ.ลดลงต่ำกว่า 100 วอนรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ยังคงปรับตัวลดลงต่ำกว่า 100 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 35 เหตุผู้ประกอบการปรับลดปริมาณการผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ วอนรัฐเสริมสร้างบรรยากาศในการลงทุน กระตุ้นให้สถาบันการเงินพิจารณาปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับภาคอุตสาหกรรมให้มากขึ้น

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย (Thai Industries Sentiment Index: TISI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ที่ได้จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,215 ตัวอย่าง ครอบคลุม 39 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมฯ ว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 63.0 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนมกราคม ที่ระดับ 64.1 โดยได้รับผลกระทบมาจากปริมาณการผลิตที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีการปรับลดลง เพื่อให้สอดคล้องกับยอดคำสั่งซื้อ และยอดขายที่ลดลงไป ส่งผลให้ผลประกอบการปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน

สาเหตุสำคัญยังมาจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ชะลอตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจก็ตาม แต่ผู้ประกอบการก็ได้มีการปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ดังกล่าวโดยพยายามลดต้นทุนการผลิต มีการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ ประกอบกับปรับปรุงการบริหารองค์กร และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ยังอยู่ในระดับต่ำที่กว่า 100 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 35 นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 เป็นต้นมา สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ในระดับที่ไม#63242;ดีมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 73.0 ปรับลดลงจากเดือนมกราคม ที่อยู่ในระดับ 74.5 และยังเป็นระดับที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (2551) ที่อยู่ในระดับ 99.9 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมในอนาคต อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังคงชะลอตัว ตลอดจนปัญหาการเมืองในอนาคต ถึงแม้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีนโยบายออกมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม แต่ก็ยังต้องรอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าการปรับขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่า 100 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ยังคงได้รับผลกระทบจากการปรับลดปริมาณการผลิตลง เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อโดยเฉพาะยอดคำสั่งซื้อต่างประเทศที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยส่วนดัชนีความเชื่อมั่นจำแนกตามตลาดส่งออก พบว่า ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ กลุ่มที่เน้นตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากยอดขายที่หดตัวไปเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องมาจากการจำหน่ายสินค้าในตลาดต่างประเทศเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจากประเทศคู่ค้ามีนโยบายปกป้องสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น ส่งผลต่อเนื่องมายังปริมาณการผลิตที่ต้องปรับลดลงเพื่อให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลงไป

สำหรับข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการ ต่อภาครัฐ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ต้องการให้รัฐ เร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐให้มีผลโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมือง และเสริมสร้างบรรยากาศในการลงทุน กระตุ้นให้สถาบันการเงินพิจารณาปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับภาคอุตสาหกรรมให้มากขึ้น และควรผ่อนคลายกฏระเบียบในการปล่อยสินเชื่อลง ช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านภาษีต่างๆ เช่น การลดอัตราภาษีนำเข้าวัตถุดิบ การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ เพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมส่งออก และช่วยควบคุมดูแลเรื่องราคาน้ำมัน และราคาวัตถุดิบไม่ให้สูงเกินไป

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com