เริ่มจะมีความหวังขึ้นบ้าง

Home / ข่าวสาร / เริ่มจะมีความหวังขึ้นบ้าง

มิตซูบิชิ สเปซแวก้อน ฟรีไดมอนด์ อินชัวรันส์ 1 ปี และไดมอนด์ วารันตี 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร มิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.82% พร้อมฟรีไดมอนด์ อินชัวรันส์

มาสด้า ตรึงราคา มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปีพร้อมประกันภัยชั้น 1 บริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงและรับประกัน 5 ปี 140,000 กิโลเมตร มาสด้า 3 ใหม่มอบทองคำแท่งหนัก 3 บาทพร้อมดอกเบี้ยเพียง 2.99%

อีซูซุ มิว-7 แพลททินั่มทุกรุ่นฟรีบัตรกำนัลจากร้านทอยส์อาร์อัส ร้านจำหน่ายอุปกรณ์และของเด็กเล่นชื่อดังมูลค่า 15,000 บาท

โตโยต้า คัมรี่ ดาวน์ 10% หรือเลือกเป็นส่วนลดเงินดาวน์ 24,000 บาท, โตโยต้า อัลติล ดาวน์ 10% หรือส่วนลดเงินดาวน์ 18,000 บาท(เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ), โตโยต้า วิออส ดาวน์ 10% พร้อมบัตรกำนัลโตโยต้ามูลค่า 10,000 บาทหรือผ่อนต่ำสุด 6,056 บาทต่อเดือนหรือส่วนลดเงินดาวน์ 25,000 บาทและโตโยต้า ยาริส บัตรกำนัลมูลค่า 20,000 บาทหรือผ่อนต่อเดือนต่ำสุด 6,222 บาทหรือส่วนลดเงินดาวน์ 35,000 บาททั้งหมดฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง จีโอเอ

นิสสัน นาวารา คิงแค็บและดับเบิ้ลแค็บ ดอกเบี้ย 2.99% หรือดาวน์ 29,999 บาทพร้อมฟรีคูปองน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บดอกเบี้ยหรือดาวน์เช่นเดียวกับคิงแค็บและดับเบิ้ลแค็บแต่คูปองน้ำมันเปลี่ยนเป็นพื้นปูกระบะท้ายมูลค่า 6,000 บาทแทน นิสสัน ทิอิด้า ลาติโอและแฮทช์แบค ดอกเบี้ย 2.99% และฟรีคูปองน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสใหม่รีเมี่ยม อีดิชั่นประกอบด้วย อี 230 2.5 ลิตร, อี 200 คอมเพรสเซอร์และอี 220 ซีดีไอที่มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% ผ่อน 3ปีสำหรับ อี-คลาส 230, ดอกเบี้ย 0% ผ่อน 2ปีสำหรับอี 200 และ อี 220 ซีดีไอ

รถยนต์รุ่นใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรส์ 1 ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ค่ายรถยนต์ทั้งหลายปล่อยออกมาเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายในสภาวะที่การซื้อขายรถยนต์ใหม่อยู่ในช่วงชะงักงัน ผู้ชื้อชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูท่าทีของรัฐบาลต่อข้อเสนอของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ขอลดภาษีสรรพสามิตลงซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายรถยนต์ลดลงสูงสุดประมาณครี่งแสนบาท แต่ในที่สุดรัฐบาลของนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวทำให้ราคาจำหน่ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด แต่ก็เป็นผลดีอยู่บ้างที่ผู้ซื้อไม่ต้องรอความหวังที่ราคารถยนต์จะลดลง ก่อนหน้านี้ตั้งราคาไว้เท่าไหร่ก็ว่ากันไปตามหน้าเสื่อเท่านั้น ส่วนลด ของแถม ของแจก ค่อยว่ากันในรายละเอียดอีกทีอยู่ที่ความใจถึงของผู้จำหน่ายรถยนต์แต่ละแบรนด์แต่ละโชว์รูมกันแล้วว่าจะยอมเชื้อเนื้อเถือหนังลดมาร์จิ้นของตัวเองลงไปเท่าไหร่เพื่อให้ได้ยอดมาเก็บสะสมไว้นำเสนอต่อบริษัทแม่ต่อไป

และผลพวงจากข้อเสนอพิเศษทั้งหลายนี้ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทเดือนกุมภาพันธ์กระเตื้องขึ้นจากเดือนมกราคมที่ผ่านไปพอสังเขปเป็นแสงสว่างที่พอเห็นอยู่ปลายอุโมงค์ว่าปีนี้ถ้าไม่มีเหตุแทรกซ้อนขึ้นมาอาจจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก็เป็นได้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ทุกประเภทเดือนกุมภาพันธ์ปิดกันที่ 34,361 คันดีขึ้นจากเดือนมกราคม 7.1% โดยที่ โตโยต้า ยังรักษารูปมวยไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเข้าวินมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอดจำหน่าย 14,227 คันเป็นยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นจากเดือนที่แล้ว 5.7% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 41.4% อีซูซุ เข้ามาเป็นอันดับสองในยอดรวมทำยอดจำหน่ายทั้งเดือนได้ 7,674 คันถึงแม้จะจำหน่ายได้น้อยกว่าโตโยต้าเกือบครี่งแต่ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ความเติบโตแล้วดีกว่าโตโยต้าเสียด้วย อีซูซุ จำหน่ายรถยนต์เดือนนี้ได้เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม อันดับสามเป็นของ ฮอนด้า จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 5,812 คันเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุดใน 5 อันดับแรกของรถยนต์ที่จำหน่ายขายดีที่สุดในเดือนนี้จำหน่ายได้มากขึ้นถึง 9.6% ขณะที่ นิสสัน ที่เข้าป้ายมาในอันดับที่สี่มียอดจำหน่าย 1,558 คันกลับมียอดจำหน่ายที่ลดลงสูงสุดเดือนนี้ติดลบไป 6.5% ส่วนมิตซูบิชิจำหน่ายไป 1,217 คันติดลบจากเดือนที่แล้ว 2.6% ซึ่งสาเหตุที่ทั้งสองแบรนด์นี้มียอดจำหน่ายที่ลดลงจากเดือนมกราคมเกิดจากยอดจำหน่ายที่ลดลงไปในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลนั่นเอง

ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเดือนกุมภาพันธ์มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 14,247 คันเป็นยอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่าในเดือนมกราคมที่ผ่านมา 5.3% ทั้งนี้เป็นผลจากค่าความนิยมในรถยนต์ขนาดเล็กเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี. ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีราคาจำหน่ายไม่สูงมากนักซึ่งค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าและฮอนด้าก็มีรถยนต็ในกลุ่มนี้ให้เลือกใช้ทั้งโตโยต้า ยาริสที่ถึงกำหนดเวลาต้องเขียนคิ้วทาปากกันใหม่แล้วและฮอนด้า แจ๊สที่ยังไหลลี่นไปได้เรื่อย ๆ แม้กระแสความสดใหม่จะลดลงไปบ้าง ขณะที่รถหรูราคาแพงสำหรับเศรษฐีเงินถุงเงินถังอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ โชว์ผลงานเข้าตาประธานบริษัทคนใหม่เป็นรถยนต์ที่จำหน่ายขายดีที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ 5 อันดับแรกด้วยเช่นกัน ห้าอันดับแรกของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่จำหน่ายได้มากที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์นี้ประกอบด้วย อันดับหนึ่ง โตโยต้า จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 6,884 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 48.3% อันดับสองเป็นของ ฮอนด้า จำหน่ายได้รวม 5,527 คันส่วนแบ่งตลาด 38.8% อันดับที่สามยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับมาสด้า 3 ของค่ายมาสด้าเดือนที่แล้วจำหน่ายอยู่ในอันดับที่สี่เดือนนี้ออกแคมเปญโดนใจขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สามเขี่ยเจ้าของตำแหน่งนิสสัน หลุดโผออกไปเลย มาสด้าจำหน่ายได้ 310 คันรับส่วนแบ่งตลาดไป 2.2% ส่วนอันดับที่สี่เป็นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วยยอดจำหน่าย 285 คันได้ส่วนแบ่งตลาด 2.0% และอันดับที่ห้าตกเป็นของเชฟโรเล็ท 289 คันส่วนแบ่งตลาด 1.9% สำหรับขาประจำอย่างนิสสันและมิตซูบิชิหลุดโผไปเป็นที่เรียบร้อย เดือนหน้าว่ากันใหม่

สำหรับรถปิคอัพ 1 ตันไม่นับรวมกับรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้ออเนกประสงค์เมื่อเทียบกับเดือนมกราคากระเตื้องขึ้นมาบ้างมียอดจำหน่ายรวมกันทั้งตลาดที่ดีขึ้นกว่าเดือนมกราคม 8.9% แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในสภาวะขาลงเพราะเมื่อรวมยอดจำหน่ายเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วยังจำหน่ายได้น้อยกว่ากันถึง -38.3% ทั้งที่แบรนด์ต่าง ๆ ยังคงมีแคมเปญพิเศษออกมากระตุ้นยอดจำหน่ายในส่วนของรถปิคอัพอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เล็กหรือแบรนด์ใหญ่ เดือนกุมภาพันธ์นี้ยังคงเป็นความสำเร็จต่อเนื่องไปอีกหนึ่งเดือนสำหรับอีซูซุ ที่มียอดจำหน่ายอีซูซุ ดีแม็กซ์สูงกว่าโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน อีซูซุ ดีแม็กซ์จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 7,140 คันในเดือนกุมภาพันธ์คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 42.7% ขณะที่ไฮลักซ์ วีโก้ ของ โตโยต้าจำหน่ายไปได้ 6,059 คันได้ส่วนแบ่งตลาดไป 36.2% ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไฮลักซ์ วีโก้ ชวนไปเที่ยวแต่ตลาดน้ำอัมพวา เมืองสมุทรสงครามหรือเปล่า ที่อื่นไม่ยอมไปเสียที เบอร์สามของตลาดยังคงเป็นนิสสัน นาวาราจำหน่ายไปได้รวม 1,258 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 7.5% ส่วนมิตซูบิชิ ไทรทันรับส่วนแบ่งตลาดไป 5.1% จากยอดจำหน่าย 846 คันในเดือนกุมภาพันธ์ และอันดับที่ห้าเป็นของฟอร์ด เรนเจอร์ที่เปิดตัวรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดกันแล้วได้ยอดจำหน่ายไป 531 คันมีส่วนแบ่งตลาด 3.2%

ทั้งสองตลาดนี้ถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบรรดารถยนต์ประเภทต่าง ๆ ที่ออกจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย ส่วนรถยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สูดีได้แก่ตลาดรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้ออเนกประสงค์ที่มียอดจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงไปจากเดือนมกราคมอีก -5.6% โตโยต้าจำหน่ายได้มากที่สุด 530 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 44.6% ฮอนด้า จำหน่ายไป 285 คันส่วนแบ่งตลาด 24.0% มิตซูบิชิ 132 คัน ส่วนแบ่งตลาด 11.1% เชฟโรเล็ท 121 คันส่วนแบ่งตลาด 2.5% และอีซูซุ 43 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.6% ขณะที่เมื่อรวมตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ทั้งหมดโดยไม่รวมรถขับเคลื่อน 4 ล้ออเนกประสงค์นี้ทั้งตลาดมียอดรวมที่ 18,927 คันเติบโตสูงขึ้นจากเดือนมกราคม 9.4% ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่ตลาดรถบรรทุกขนาด 2 ตันขึ้นไปมียอดจำหน่ายที่เติบโตสูงขึ้นกว่าเดือนมกราคม 11.8% และรถตู้และรถขนาดครึ่งตันอื่น ๆ ที่เติบโตสูงขึ้น 15.1%

แต่ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์ในช่วงต้นปีจะอยู่ในสภาวะซึมเซาแต่ผลจากงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ที่มีรถยนต์รุ่นใหม่หลายต่อหลายรุ่นรวมถึงแบรนด์ใหม่ที่ขอเข้าร่วมแจมมอเตอร์วอร์ในปีนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกและแคมเปญพิเศษที่ค่ายรถยนต์ทั้งหลายภูมิใจนำเสนอในช่วงเวลาพิเศษนี้น่าจะดันยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมในช่วงปลายไตรมาสแรกและต้นไตรมาสที่สองให้คึกคักกระชุ่มกระชวยเป็นกำลังใจให้ลุ้นกันต่อไปในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปี 2552 ปีที่ว่ากันว่าแค่ทำผลงานได้เสมอตัวก็ถือเป็นกำไรแล้วได้อย่างมากโขอยู่

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com