ฮุนได ต่อยอด เอช-1 เชื่อทะลุ 1,500 คัน ชูไดเร็กมาร์เก็ตติ้งเจาะกลุ่มเป้าหมาย

Home / ข่าวสาร / ฮุนได ต่อยอด เอช-1 เชื่อทะลุ 1,500 คัน ชูไดเร็กมาร์เก็ตติ้งเจาะกลุ่มเป้าหมาย

ฮุนได มั่นใจตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ยังสดใส หลังยอดจองรถ เอช-1 ในมอเตอร์โชว์พุ่งกว่า 200 คัน ประกาศเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยไดเร็กมาร์เก็ตติ้ง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย พร้อมเร่งขยายโชว์รูมและศูนย์บริการในต่างจังหวัดเพิ่ม รองรับเป้า 1,500 คัน

มร.โยชิสึมิ คุราตะ ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า หลังเปิดตัวรถอเนกประสงค์ ฮุนได เอช-1 ใหม่ อย่างเป็นทางการ ในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ผ่านมา บริษัทถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยทำยอดขายได้ถึง 200 คัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงนี้ได้พอดี

ส่วนการที่ ฮุนได เอช-1 ได้รับความสนใจอย่างมากนั้น มร.คุราตะ กล่าวว่า สำหรับยอดขายรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์นั้น นับว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ ทะลุ 200 คัน ซึ่งทำให้ฮุนไดตระหนักว่า การเริ่มต้นที่ดี คือการทำสินค้าที่ดีก่อนการทำราคา ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดว่าการทำราคาให้น่าสนใจน่าจะเป็นปัจจัยแรก แต่รถยนต์ทุกคันล้วนเริ่มต้นที่ ตัวรถ ก่อนอย่างอื่น ดังนั้น เมื่อเรามีรถยนต์ที่ตอบโจทย์ของตลาดที่ค่อนข้างเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีศักยภาพสูงมาก สิ่งที่เราต้องเดินหน้าคือการ สื่อสาร ที่ต่อเนื่องกับลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อให้เข้าถึงสินค้า และมีประสบการณ์ที่ดีกับรถยนต์ เอช-1 ของเราให้มากที่สุด รวมไปถึงการพัฒนารถยนต์ในรูปแบบนี้เพิ่มขึ้น ซึ่ง H-1 Maesto Series ใหม่ของเราก็เป็นผลจากการศึกษาความต้องการของตลาดในประเทศไทย และการประสานงานพัฒนากับบริษัท Hyundai ในประเทศเกาหลี เพื่อการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ เนื่องจากผู้บริโภคให้ความไว้วางใจในแบรนด์ฮุนไดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจ เพราะตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ฮุนไดเข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย เราทุ่มเทอย่างมากในการทำให้ผู้บริโภคยอมรับ ถึงวันนี้เราได้พิสูจน์แล้วว่า ฮุนได เป็นอีกแบรนด์ที่พร้อมจะเติบโตในประเทศไทย

ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีการตั้งราคาจำหน่ายที่เหมาะสม และ ฮุนได เอช-1 ถือเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่มีราคาจำหน่ายต่ำที่สุดในตลาด โดยบริษัทกำหนดรุ่นไว้ 3 รุ่น ได้แก่ Hyundai H-1 Maesto Deluxe ราคา 1,449,000 บาท, Hyundai H-1 Maesto Executive ราคา 1,379,000 บาท และ H-1 Touring ราคา 1,050,000 บาท ซึ่งราคาจำหน่ายจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ตกแต่งที่ลูกค้าต้องการ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ซึ่งการใช้กลยุทธ์ในลักษณะนี้ยังได้รับความสนใจจากบริษัทแม่ที่เกาหลี โดยจะนำไปปรับใช้ในการทำตลาดให้กับอีกหลายๆ ประเทศอีกด้วย

เนื่องจากบริษัทได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค ด้วยการเลือกสรรรถยนต์ในรุ่นต่างๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการ และความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ผู้บริโภคคนไทย พร้อมพัฒนาศักยภาพในส่วนโชว์รูมและศูนย์บริการ ทั้งก่อนและหลังการจำหน่ายอย่างต่อเนื่องและเทียบเท่าในระดับสากล

บริษัทพยายามสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ได้มาสัมผัสกับสินค้ารถยนต์ฮุนไดในแบบการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experience Marketing) ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในแบรนด์ฮุนไดมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทางบริษัทได้เร่งศึกษาในเรื่องการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการในจังหวัดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ และความสะดวกสบายด้านโชว์รูมและศูนย์บริการให้แก่ลูกค้าในต่างจังหวัดที่ให้ความสนใจรถยนต์ฮุนไดเพิ่มมากขึ้น

ส่วนด้านลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ภายในช่วงงานมอเตอร์โชว์นั้น ทางบริษัทจะทยอยและเร่งส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าได้รับรถด้วยเวลาอันรวดเร็ว และคาดว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่สั่งจองภายในงานให้เสร็จสิ้น ภายในปลายเดือนเมษายนศกนี้ เนื่องจากบริษัทมีการนำเข้าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 100-200 คันอยู่แล้ว

สำหรับ ฮุนได เอช-1 ทั้ง 3 รุ่น ใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร CRDi เทอร์โบดีเซล ผ่านมาตรฐานยูโร 4 ให้แรงม้าสูงสุดถึง 175 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 392 นิวตัน-เมตร นุ่มนวล เกาะถนนและทรงตัวดี ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริงพร้อมจุดยึด 5 จุด จึงเหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน และในรุ่น Deluxe และ Executive จะมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะพร้อมโหมด Sport Shift และดิสก์เบรก 4 ล้อ ABS, EBD เพื่อการหยุดรถอย่างมั่นใจ

ในส่วนกิจกรรมการตลาดนั้น จะเน้นไปที่กิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ และการจัดโรดโชว์ที่เข้าถึงและใกล้ชิดกลุ่มลูกค้าทั่วไปให้มากขึ้น เพื่อสร้างความรู้จักแบรนด์และรถฮุนไดดีมากขึ้น โดยกิจกรรมจะเน้นบรรยากาศสนุกสนาน และผู้บริโภคที่ตัดสินใจเป็นลูกค้าฮุนไดจะต้องมีสิทธิพิเศษมากกว่าปกติและตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าคนนั้นอีกด้วย

เนื่องจาก เอช-1 เป็นรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ และเป็นเพียงแบรนด์เดียวในตลาดที่มีราคาไม่ถึง 1.5 ล้านบาท และยังเป็นการนำเข้าทั้งคันจากประเทศเกาหลี ดังนั้น บริษัทเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้า โดยบริษัทตั้งเป้ายอดการจำหน่ายไว้ประมาณ 1,500 คัน

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com