โปรตอน ขอโตสวนกระแสชูจุดแข็งสมรรถนะคุ้มราคา

Home / ข่าวสาร / โปรตอน ขอโตสวนกระแสชูจุดแข็งสมรรถนะคุ้มราคา

โปรตอน ขอโตสวนกระแสเศรษฐกิจ พร้อมชูจุดแข็งความเป็นรถราคาประหยัดที่มีสมรรถนะ หวังดันยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 4 พันคัน ด้วยการส่งรถรุ่นใหม่ทำตลาดเพิ่มอีก 2 รุ่น ในปีนี้ พร้อมเตรียมขยายโชว์รูมและศูนย์บริการรองรับ คาดเพิ่มเป็น 40 แห่งภายในปีนี้

นายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการบริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการนำรถยนต์ โปรตอน เข้ามาจำหน่าย เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา โดยรถรุ่นที่ได้รับความนิยม คือ โปรตอน เพอร์โซนา ที่มีสัดส่วนการจำหน่ายสูงถึง 40% และโปรตอน เซฟวี่ ที่มีสัดส่วนการขาย 40% ที่เหลืออีก 20% เป็นรุ่น เจน 2 และ นีโอ

สำหรับปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมียอดการจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอย่างแน่นอน เบื้องต้นคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 4,000 คัน สำหรับสาเหตุที่บริษัทใจว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีแผนจะส่งรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอีกอย่างน้อย 2 รุ่น ในช่วง ไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่ารถทั้ง 2 รุ่น จะเป็นในเซ็กเม็นต์ใด

แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายรถยนต์ แต่สำหรับ โปรตอน แล้วเชื่อว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจาก รถยนต์โปรตอรมีจุดเด่นในแง่ของราคาจำหน่าย ซึ่งเป็นรถราคาประหยัด เชื่อว่าจากนี้ไปลูกค้าส่วนใหญ่จะเริ่มหันมามองรถยนต์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ประกอบกับการที่มีรถยนต์ราคาประหยัดจากประเทศจีน และเกาหลีเข้ามาทำตลาด เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า การเข้ามาของรถโดยเฉพาะจากจีน นั้นจะไม่ส่งผลกระทบในแง่ยอดการจำหน่ายแต่อย่างใด เนื่องจากลูกค้าจะมุ่งเน้น และเลือกใช้สินค้า ที่คุณภาพ และความพึ่งพอใจมากกว่า ทั้งนี้บริษัท ขอยืนยันว่า จะไม่มีการใช้นโยบารยการดัมพ์ราคา เพื่อแข่งขันกับรถยนต์จากจีนอย่างแน่นอน

ส่วนแนวทางการทำตลาดในปีนี้นั้น บริษัทจะยังคงยึดแนวทางการทำตลาดเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา โดยจะมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ด้านแผนการขยายเครือบริษัทจะมีการขยายเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการสำหรับปีนี้อีก 5 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 35 แห่ง เป็น 40 แห่ง ในปีนี้ โดยภายในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้บริษัทจะชะลอ และไม่มีการขยายเพิ่มโชว์รูมและศูนย์จำหน่ายแต่อย่างใด แต่จะหันมาปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีอยู่ทั้ง 40 แห่ง ให้ได้มาตรฐานเดียวกัน

ประกอบกับปัจจุบัน บริษัทเชื่อว่า พื้นที่ตั้งของโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีอยู่สามารถให้บริการได้ครอบคลุม และรองรับการความต้องการใช้ของลูกค้าในทุกพื้นที่ได้อย่างเพียงพอแล้ว

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com