สามมิตรฯ รุกติดตั้งซีเอ็นจีตั้งเป้าปีแรก 500 ล้านบาท

Home / ข่าวสาร / สามมิตรฯ รุกติดตั้งซีเอ็นจีตั้งเป้าปีแรก 500 ล้านบาท

สามมิตร กรีนพาวเวอร์ เดินเครื่องเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์พลังงานทดแทนครบวงจรในยุคราคาน้ำมันผันผวน ภายใต้รูปแบบ One Stop Service ติดตั้งชุดอุปกรณ์ซีเอ็นจีทั้งระบบ มาตรฐานเทคโนโลยีชั้นสูง ตั้งเป้าหมายตลาด 8% ในปีแรกของตลาด CNG ด้วยยอดขาย 500 ล้านบาท และ 30 % ภายใน 5 ปี นายสุรยุทธิ์ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามมิตร กรีนพาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและสถานการณ์น้ำมันผันผวนในปัจจุบัน ส่งผลให้พลังงานทางเลือกได้รับความนิยมสำหรับผู้ใช้รถยนต์เป็นอย่างสูง บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ขนส่ง และโลจิสติกส์มากว่า 40 ปี และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และรับติดตั้งอุปกรณ์ CNG สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ CNG ให้กับรถยนต์ไปแล้วกว่า 50,000 คัน

จึงได้ก่อตั้ง บริษัท สามมิตร กรีนพาวเวอร์ จำกัด หรือ SGP เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อประกอบธุรกิจพลังงานทางเลือกครบวงจรแบบ One Stop Service สำหรับรถยนต์ NGV โดยตรง และตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทน ด้วยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายศูนย์ติดตั้ง CNG และการบริการหลังการขายครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และเกิดความเชื่อมั่นสูงสุด รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายศูนย์ตรวจสอบและรับรองอุปกรณ์ระบบ NGV ที่ได้มาตรฐานตามกฎหมายฯ กำหนด

ทั้งนี้ ได้แบ่งรูปแบบการให้บริการออกเป็น 3 ด้าน คือ 1. ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ CNG สำหรับ OEM 2. ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ CNG และรับติดตั้งระบบ CNG สำหรับลูกค้าทั่วไป และ 3. ธุรกิจบริการ พัฒนาสินค้า CNG และขยายเครือข่ายให้บริการลูกค้าแบบเบ็ดเสร็จภายใต้รูปแบบ One Stop Service

นายสุรยุทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัทฯ ก้าวสู่ธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว เนื่องด้วยจุดแข็งของ บมจ.สามมิตรฯ ที่สั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่า 40 ปี และแบรนด์สามมิตรฯ เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมทั้งมีพันธมิตร เทคโนโลยี ช่องทางการจัดจำหน่าย Souring Supply Chain ที่แข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก เช่น เป็นผู้ติดตั้งระบบ CNG รายใหญ่ที่สุดในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้กับบริษัท Volkswagen นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนารถยนต์ที่ติดตั้งระบบ CNG ให้กับ บริษัท Toyota Asia Pacific อีกด้วย ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสเริ่มธุรกิจบริการหลังการขายแบบครบวงจร สำหรับในด้านการตลาดนั้นมีลูกค้าจำนวนมากที่มีความต้องการจะใช้รถยนต์พลังงานก๊าซธรรมชาติทดแทนน้ำมัน อาทิ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ หน่วยงานราชการ กลุ่มลูกค้าสหกรณ์ แท็กซี่ ตลอดจนลูกค้ารายย่อย

สำหรับเป้าหมายการตลาดนั้น ขณะนี้ขนาดรวมตลาดรถยนต์ NGV มีอยู่ประมาณ 137,463 คัน บริษัทตั้งเป้าในปี 2552 ที่ 8% จำนวนรถที่ติดตั้ง CNG 10,000 คัน หรือคิดเป็นยอดขาย 500 ล้านบาท ปี 2553 ที่ 15% จำนวนรถที่ติดตั้ง CNG 23,000 คัน คิดเป็นยอดขาย 1,100 ล้านบาท ปี 2554 ที่ 20% จำนวนรถที่ติดตั้ง CNG 32,000 คัน ยอดขาย 1,600 ล้านบาท และภายในระยะเวลา 5 ปี วางเป้าหมายที่ 30% ของขนาดตลาด CNG นอกจากนี้ในส่วนของแผนการขยายเครือข่ายศูนย์ติดตั้ง และบริการหลังการขายนั้น ได้ตั้งเป้าหมาย ศูนย์ติดตั้งและบริการหลังการขายในปี 2552 จำนวน 8 แห่ง และภายในปี 2554 ไม่น้อยกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ในด้านกลยุทธ์การเจาะตลาดนั้น บริษัทจะโฟกัสในเรื่อง ความคุ้มค่าสูงสุดของผู้บริโภค และการติดตั้งระบบ CNG ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยทั้งระบบ และการบริการหลังการขายที่ครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจ ซึ่งการติดตั้งระบบ CNG ที่ได้มาตรฐานของ SGP นั้นมีการออกแบบและติดตั้งเทียบเท่าอุตสาหกรรมยานยนต์ (OEM) มีระบบรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร โดยมีประสบการณ์การติดตั้งรถ NGV ตามมาตรฐานของ TOYOTA (OEM) รวมทั้งมีศูนย์ตรวจสอบและการต่อใบอนุญาตการใช้ NGV ภายใต้มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com