กระทรวงอุตฯ เสนอ ครม.เศรษฐกิจ ลดภาษีสรรพสามิตยานยนต์

Home / ข่าวสาร / กระทรวงอุตฯ เสนอ ครม.เศรษฐกิจ ลดภาษีสรรพสามิตยานยนต์

กระทรวงอุตฯ ย้ำลดภาษีสรรพสามิตยานยนต์ กระตุ้นยอดขายได้ เร่งหารือผู้ประกอบการหาข้อสรุปก่อนเสนอเข้าที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ พร้อมเบิกงบ 1,400 ล้านบาท ดูแลคนงานในอุตสาหกรรมยานยนต์นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อเสนอของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ในการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์ลงร้อยละ 3 และลดหย่อนภาษี ซึ่งนำค่าใช้จ่ายซื้อรถยนต์มาหัก 50,000 บาทต่อปีว่า ต้องหาข้อสรุปที่ชัดเจนร่วมกันอีกครั้ง เพราะการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องดูให้รอบคอบ เพราะบางโรงงานมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติสูง จึงต้องดูเหตุผลให้เหมาะสม แต่โดยหลักรัฐบาลต้องการช่วยเหลือกลุ่มลูกจ้างแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการตกงานหรือการว่างงาน

ด้านนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจจะเสนอแนวทางการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และการหักลดหย่อนภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์ เพื่อทำให้ราคารถยนต์ลดลงประมาณ 30,000-50,000 บาท แต่ต้องหาข้อสรุปร่วมกันในการประชุมคณะทำงานอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อเสนอการให้ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ทุกประเภทร้อยละ 3 ซึ่งทางสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้ประเมินจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันแล้วพบว่า จะช่วยลดราคาขายรถยนต์เฉลี่ยคันละ 15,000 บาท รัฐจะเสียหายรายได้ 7,800 ล้านบาทต่อปี แต่จะช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มได้ถึง 50,000 คัน ซึ่งเรื่องนี้หากมองถึงความเป็นไปได้จากสภาพเศรษฐกิจอาจทำให้ยอดขายไม่เพิ่มขึ้นตามตัวเลขที่ได้คำนวณมา ส่วนความช่วยเหลือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ คณะทำงานเห็นว่าอาจเข้าไปช่วยแบ่งวงเงินจากเอสเอ็มอีแบงก์กับกองทุนประกันสังคม ซึ่งได้ลงนามสัญญาไว้แล้วในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยติดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 จากวงเงินที่มีอยู่ 6,500 ล้านบาท

อนึ่ง กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอของบประมาณจากงบกลางที่จัดสรรไว้แล้ววงเงิน 1,400 ล้านบาท เพื่อดูแลลูกจ้างและคนงานในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นระยะเวลา 8 เดือน โดยเฉพาะในการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับการชดเชยเป็นเงินเดือนให้กับแรงงานประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน แต่อาจจะได้รับไม่เท่ากันต้องขึ้นอยู่กับประเภทแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น หากเป็นแรงงานวิศวกรรมเครื่องกลสูงรายได้สูงอยู่แล้วอาจได้น้อยกว่าแรงงานขั้นต่ำที่มีปัญหา คาดว่าจะช่วยเหลือได้ประมาณ 40,000 คน

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com