กลุ่มอุตฯยานยนต์รับมือพีแอลลอร์ เตรียมตั้งศูนย์ระงับข้อพิพาท

Home / ข่าวสาร / กลุ่มอุตฯยานยนต์รับมือพีแอลลอร์ เตรียมตั้งศูนย์ระงับข้อพิพาท

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ประกาศรับมือ พระราชบัญญัติว่า ด้วยความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย เตรียมผุดศูนย์ระงับข้อพิพาท เชื่อผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด

นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่พระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าไม่ปลอดภัย (Product liability Law : PL Law) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการรองรับพระราชบัญญัติดังกล่าว ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รวมกันจัดตั้งศูนย์ระงับข้อพิพาท Alternative Dispute Resolution : ADR ขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นกลไกหลักสำหรับรับข้อร้องเรียนข้อพิพาทของสินค้ารถยนต์โดยเฉพาะ โดยเลือกที่จะใช้แม่แบบจากศูนย์ระงับข้อพิพาทโดยทางเลือกสำหรับสินค้ารถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น โดยองค์กรนี้จะทำหน้าที่ในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างผู้บริโภคและบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการชดเชยที่เป็นธรรมก่อนที่จะมีการดำเนินคดีขึ้นสู่ศาล

ทั้งรูปแบบและเนื้อหาเป็นของญี่ปุ่นทั้งหมด แต่หลักการบางอย่างก็ต้องปรับให้เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและพฤติกรรมของคนไทย หน่วยงานนี้จะทำหน้าที่ต่อจากคอลเซ็นเตอร์ที่มิอาจจบเรื่องร้องเรียน ที่ผ่านมาหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้คือ สคบ. แต่มีปัญหาดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งหากมีการจัดตั้งหน่วยงานกลางเอดีอาร์ขึ้นมา เชื่อว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระไปได้มาก

ส่วนความคืบหน้าของการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวนั้น ตอนนี้เข้าใจว่ามีการตกลงในเบื้องต้นแล้วระหว่างสมาชิกด้วยกัน และกำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือในรายละเอียดการดำเนินงาน ทั้งนี้ เอดีอาร์ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภคในการแก้ปัญหา ซึ่งจะช่วยให้คำปรึกษาและเป็นสื่อกลางระหว่าง ผู้บริโภคกับผู้ประกอบการ โดยผู้บริโภคสามารถรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์และพยายามไกล่เกลี่ยในระดับหนึ่งก่อนที่จะนำเรื่องเข้าสู่ศาล ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจกับข้อไกล่เกลี่ยที่เสนอมา ก็สามารถนำเรื่องเข้าฟ้องร้องต่อศาลได้ มันก็คุ้มค่าที่จะพยายามไกล่เกลี่ยกันก่อน ซึ่งจะทำให้คดีลดลง

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมการจัดตั้งเอดีอาร์จะยังไม่คืบหน้ามากนัก เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวจะต้องเป็นองค์กรอิสระ โดยสมาคมยานยนต์เป็นผู้รองรับ ส่วนคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นนั้นก็จะต้องประกอบด้วยผู้ชำนาญการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิค กฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของการสรรหา คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะ และแม้จะไม่ทันต่อกฎหมายที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ แต่ก็เชื่อว่าคุณภาพมาตรฐาน ความรับผิดชอบ และการดูแลต่อลูกค้าของบริษัทรถยนต์ต่างๆ นั้นได้มาตรฐานเพียงพอ จึงไม่น่าจะเกิดปัญหาแต่อย่างใด

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com