ลิสซี่งชี้ภาษีใหม่ฉุดราคารถ ตลาดยูสคาร์รับขาดทุนเพียบ

Home / ข่าวสาร / ลิสซี่งชี้ภาษีใหม่ฉุดราคารถ ตลาดยูสคาร์รับขาดทุนเพียบ

ลีสซิ่งหวั่นลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3% กระทบมูลค่ารถทั้งตลาด ทั้งรถใหม่ ขายไม่ออก รถมือสองราคาตก ซ้ำรถยึดประมูลขายยิ่งขาดทุนกว่าเดิม ชี้มูลค่ารถ ต่ำลง 1-3 หมื่นบาท ลูกค้าอ่วมแน่แบกภาระส่วนต่างหากขายขาดทุน วอนรัฐมองผลกระทบรอบด้านก่อนตัดสินใจ

จากกรณีที่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ได้มีข้อเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการเพื่อสนับสนุนการกระตุ้นตลาดรถยนต์ โดยหนึ่งในข้อเสนอคือให้มีการลดภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ทุกประเภทลง 3% ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนรถยนต์ถูกลงคันละ 3-5 หมื่นบาทนั้น

นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีข้อดีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและราคาขายรถยนต์ถูกลง ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายรถใหม่ให้เพิ่มขึ้นได้ แต่จะส่งผลกระทบกับตลาด 2 ส่วน คือ รถใหม่ ที่ผลิตแล้วจะขายไม่ออกเพราะลูกค้าจะรอซื้อในราคาที่ถูกกว่า ขณะที่รถมือสองก็จะได้รับผลกระทบให้ราคาตกต่ำลงไปด้วย เพราะเทียบกับราคารถใหม่ที่ถูกลง ดังนั้น ผู้ประกอบการเช่าซื้อที่มีรถรอประมูลหรือเต็นท์รถมือสองที่มีสต๊อกไว้เยอะก็จะได้รับผลกระทบหนัก เพราะราคารถจะตกลงทั้งตลาด

ซึ่งโดยปกติแล้วรถยึดจากลูกค้าที่เป็นหนี้เสีย บริษัทจะต้องนำประมูลขายเพื่อนำรายได้มาหักลบหนี้เดิม ซึ่งการประมูลขายรถยึดมักจะขาดทุนอยู่แล้วประมาณ 20% ของมูลค่ารถ รวมถึงตลาดรถเช่าจะได้รับผลกระทบให้มูลค่ารถเช่าในพอร์ตลดลงไปด้วย ดังนั้นหากมีการลดภาษีสรรพสามิตลงไปอีกจะทำให้รถมือสองและมูลค่ารถที่จะประมูลขายลดลงไปอีก 1-3 หมื่นบาท

นอกจากนี้ นายอิสระเชื่อว่ามาตรการ ดังกล่าวจะส่งผลต่อลูกค้าลีสซิ่งปัจจุบัน ซึ่งจะรู้สึกว่ามูลค่ารถยนต์ของตนเองลดลงไปด้วย ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาทาง การเงินและความสามารถในการผ่อนชำระอาจตัดสินใจไม่ส่งค่างวดรถต่อได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจให้อีกหลายๆ ธุรกิจ หากตลาดรถยนต์ขยายตัวได้ดีก็น่าจะทำให้ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องต่อไปได้รับผลดีและขยายตัวตามได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมกระเตื้องขึ้นได้ แต่มาตรการที่จะใช้ในการกระตุ้นตลาดรถคงต้องศึกษาผลกระทบให้รอบด้านก่อนจะตัดสินใจ

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com