ยนตรกิจ เล็งผลิต จีลี ลุยตลาดทั้งในและนอก

Home / ข่าวสาร / ยนตรกิจ เล็งผลิต จีลี ลุยตลาดทั้งในและนอก

ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น หลังประกาศร่วมงานมอเตอร์โชว์ เตรียมส่งแบรนด์ จิลี ทำตลาดในช่วงกลางปีนี้ พร้อมยืนยันขึ้นไลน์ประกอบในไทย และเพิ่มรุ่นทำตลาดมากขึ้น รองรับการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

นายวิเชียร ลีนุตพงษ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากตัดสินใจเข้าร่วมงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่30 ทางยนตรกิจก็เดินหน้าอย่างเต็มที่ในการนำรถใหม่ๆ เข้ามแสดง อาทิ เกีย โซล (Kia Soul) รถต้นแบบครอสโอเวอร์ มาจัดแสดงภายในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2009 โดยรถรุ่นนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก เกีย เมซา (Kia Mesa) ซึ่งเป็นรถเอสยูวีวีขนาดใหญ่ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ลงสู่ล้อหน้า พร้อมระบบครูสคอนทโรล

ส่วนรถใหม่ที่นำเข้ามาขายมีเปิดตัวในงานนี้ คือ รถยนต์หรูหราจากเยอรมนี ออดี้ เอ8 รุ่นฐานล้อยาว ซึ่งเป็นท็อปไลน์โปรดักซ์ โดยกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะนำเข้าจากที่ไหน เพื่อให้ทันเปิดตัวในงานครั้งนี้ เพราะคงไม่สามารถนำเข้าจากเยอรมันได้ทัน ตอนนี้กำลังตรวจสอบดูสเปกรุ่นที่ขายในอินโดนีเซียอยู่ หากตรงกับสเปกที่ยนตรกิจฯ จะขาย ก็จะนำเข้ามาจากอินโดนีเซียมาแสดงให้ลูกค้าได้ดูก่อน

ขณะที่ยี่ห้อซีตรองยังจะเป็นรถอเนกประสงค์เอ็มพีวีรุ่น จัมเปอร์ เพราะเพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ และนอกจากลูกค้าทั่วไป ยนตรกิจฯ กำลังจะขยายตลาดไปสู่ลูกค้ากลุ่มองค์กร อย่างบริษัททัวร์ที่ต้องการรถระดับหรูมารองรับลูกค้า ส่วนรถตู้จากประเทศจีน โพลาซัน (Polarsun) จะมีการแนะนำรุ่นหลังคาสูงเพิ่มอีกทางเลือก หลังจากได้มีการแนะนำรุ่นธรรมดา ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2008 ที่ผ่านไป และก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ในส่วนของจีลี (Geely) รถยนต์ยี่ห้อดังจากประเทศจีน ถือเป็นแบรนด์สำคัญของยนตรกิจฯ โดยในงานจะมีการนำมาจัดแสดงเช่นกัน เพื่อเป็นการยืนยันว่าเรามุ่งมั่นที่จะผลักดันให้รถรุ่นนี้แจ้งเกิดในไทย แม้จากเดิมกำหนดจะเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการในงาน แต่จำเป็นต้องเลื่อนออกไปเป็นช่วงกลางปีนี้แทน เพราะต้องการทดสอบสมรรถนะกับสภาพแวดล้อมในเมืองไทยให้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันได้นำเข้ามากว่า 10 คัน ในการทดสอบทั่วประเทศ

เรามีความมุ่งมั่นที่จะทำตลาดรถยี่ห้อนี้อย่างมาก ดังนั้นเราจึงต้องมั่นใจว่ามีสมรรถนะดีที่สุด จึงจะนำเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง และจากความมุ่งมั่นดังกล่าว ทำให้ยนตรกิจฯ ตัดสินใจที่จะประกอบรถยนต์รุ่นนี้ในไทย นี่จึงเป็นอีกเหตุผลในการเลื่อนเปิดตัวทำตลาดออกไป วิเชียรกล่าวและว่า

นอกจากนี้เรายังต้องเพิ่มรุ่นทำตลาดในไทย จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น จีลี ซีเค (Geely CK) ซึ่งเป็นเก๋งซับคอมแพ็กต์ขนาดเครื่องยนต์ 1.3 และ 1.5 ลิตร ราคาประมาณกว่า 4 แสนบาทขึ้นไป และจะมีการขึ้นไลน์ผลิตรถซีดาน จีลี เอ็มเค (Geely MK) อีกรุ่นพร้อมๆ กัน โดยติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ไม่เพียงเท่านั้นเรากำลังพิจารณารถเล็กอย่าง จีลี แพนด้า ขนาด 1.1 และ 1.3 ลิตร มาทำตลาดในอนาคตด้วย

ในส่วนของแผนการผลิตรถยนต์จีลี นายวิเชียร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเตรียมไลน์ผลิตที่โรงงานไทยประดิษฐ์ของยนตรกิจฯ อยู่ เบื้องต้นจะผลิตประมาณ 100 คันต่อเดือน และจากนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจะใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศประมาณ 40% ตามกรอบข้อตกลงของอาฟต้า (AFTA) เพราะมีแผนที่จะผลิตส่งออกไปยังอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยเป็นการแลกเปลี่ยนกันภายใต้กรอบอาฟต้า เนื่องจากอินโดนีเซียก็มีการประกอบรถยนต์จีลีเช่นกัน

เราคาดหวังและเชื่อมั่นว่า จีลีจะเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญของยนตรกิจฯ ต่อไป เพราะจากแนวโน้มความต้องการของตลาด เริ่มนิยมรถยนต์ขนาดเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเห็นได้จากทิศทางตลาดเมื่อปีที่ผ่านมา หรือดูจากรถเล็ก นาซ่า ฟอร์ซ่า ที่ยนตรกิจฯ นำเข้ามาจากมาเลเซีย เพื่อทำตลาดในไทยเมื่อปีที่แล้วมา มียอดขายกว่า 500 คัน นับว่าประสบความสำเร็จทีเดียว แต่ยอมรับว่าปัญหาภาพลักษณ์รถยนต์จากจีน ยังไม่ได้รับความเชื่อถือจากคนไทยเท่าที่ควร ฉะนั้นเราจึงต้องทดสอบอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ให้ผู้บริโภคชาวไทยรู้ว่า จีลีเป็นรถที่มีสมรรถนะที่ดีและทนทาน ไม่แพ้รถยนต์จากประเทศไหนๆ นายวิเชียร กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com