บีเอ็มดับเบิลยูชงซีรี่ส์ 7 หวังขึ้นแท่นผู้นำรถหรู

Home / ข่าวสาร / บีเอ็มดับเบิลยูชงซีรี่ส์ 7 หวังขึ้นแท่นผู้นำรถหรู

บีเอ็มดับเบิลยู ส่งซีรี่ส์ 7 ใหม่ กระตุ้นอารมณ์ซื้อลูกค้าช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เดินหน้าเจาะลูกค้ารายตัว ชูจุดขายความเป็นนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต หวังขึ้นแท่นผู้นำตลาดในเซ็กเม้นท์ซูเปอร์พรีเมียม พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 30 ปลายเดือนนี้

มร.มิคาเอล คอร์ดิส ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า BMW ซีรี่ส์ 7 ใหม่ ได้ถูกสร้างจากวิสัยทัศน์แห่งรถยนต์ระดับผู้นำ ซึ่งจะต้องเป็นเลิศทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย สมรรถนะที่เหนือชั้น และที่สำคัญสำหรับผู้นำสมัยใหม่คือ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้ ภายใต้รูปลักษณ์ที่งามสง่าของ BMW ซีรี่ส์ 7 จะเพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ที่จะสามารถพบได้เพียงแต่ในรถคันนี้เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ระบบ Integral Active Steering ซึ่งเป็นนวัตกรรมในส่วนของเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยวอัจฉริยะ ที่ช่วยให้รถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่ มีเสถียรภาพในการบังคับเลี้ยวเป็นเลิศ โดยเฉพาะขณะใช้ความเร็วสูง อีกทั้งยังเพิ่มความคล่องตัวในการเลี้ยวในที่แคบๆ เช่น ในลานจอดรถ ซึ่งเป็นการเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในเวลาเดียวกัน และระบบ Night Vision ใหม่ ซึ่งเป็นระบบกล้องอินฟราเรดที่มาพร้อมกับความสามารถในการจับทิศทางและความเร็วของคนหรือสัตว์ เพื่อคำนวณและเตือนล่วงหน้าให้ผู้ขับได้ทราบถึงสถานการณ์ที่อาจจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะยามค่ำคืนและอยู่นอกระยะส่องของไฟหน้า

สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่8ส์ 7 ใหม่ ที่เปิดตัวในครั้งนี้มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ 750 Li เครื่องยนต์เบนซิน V8 4.4 ลิตรเทอร์โบคู่พร้อมด้วยระบบฉีดน้ำมันความแม่นยำสูง ทำให้สามารถผลิตกำลังได้ถึง 407 แรงม้า ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูง แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในคลาส ด้วยแรงบิดมหาศาลถึง 600 นิวตันเมตร ระหว่างรอบเครื่องยนต์ 1,750-4,500 รอบ ทำให้ BMW 750Li สามารถเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.2 วินาที ซึ่งเป็นอัตราเร่งของรถสปอร์ตระดับแนวหน้า แต่ประหยัดน้ำมันเสมือนรถซาลูนระดับกลางเท่านั้น ส่วนราคาขาย 15.999 ล้านบาท

และรุ่น 740 Li เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตรแบบ 6 สูบแถวเรียง พร้อมด้วยระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่และระบบฉีดน้ำมันความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถผลิตกำลังสูงสุดถึง 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ระหว่างรอบเครื่องยนต์ 1,500-4,500 รอบ และอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยเวลาเพียง 6.0 วินาที อีกทั้งยังมีความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในคลาส โดยมีราคาขายอยู่ที่ 12.999 ล้านบาท

สำหรับรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ในช่วงแรกเป็นการนำเข้าสำเร็จรูป หรือ CBU จากประเทศเยอรมนี โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้สูงกว่าซีรี่ส์ 7 เดิม ที่จำหน่ายได้ 200 คัน ในปี 2551 ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในเซ็กเม้นท์ซูเปอร์พรีเมียมนี้อีกด้วย

มร.คอร์ดิส กล่าวว่า แม้ช่วงนี้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แต่มั่นใจว่ากลุ่มลูกค้า ซีรี่ส์ 7 ใหม่ ยังมีกำลังซื้อสูง และไม่ได้รับผลกระทบกับวิกฤติครั้งนี้มากนัก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาคือ คนไม่มีอารมณ์จะใช้เงิน ดังนั้นบีเอ็มดับเบิลยูเชื่อว่าการเปิดตัวขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะดึงความต้องการซื้อของคนออกมาได้สำหรับรูปแบบการทำตลาด ซีรี่ส์ 7 ใหม่ จะเน้นการเข้าถึงลูกค้ารายบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องง่าย เพราะตลาดในระดับนี้มีฐานลูกค้าที่ชัดเจนอยู่แล้ว ขณะที่รูปแบบกิจกรรมการตลาดจะเริ่มจากการจัดส่วนแสดงพิเศษที่เช่าพื้นที่ด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ สร้างอาคารพิเศษขึ้นมา แล้วเชิญกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาเยี่ยมชม เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษสำหรับซีรี่ส์ 7

นอกจากบุคคลทั่วไปแล้ว ซีรี่ส์ 7 ใหม่ ยังมีแผนเจาะตลาดลูกค้าองค์กร (Fleet Market) โดยวันนี้จะเชิญตัวแทนจากโรงแรมต่างๆ และองค์กรเป้าหมายต่างๆ มาเยี่ยมชมรถพร้อมกับหาข้อมูลความต้องการของลูกค้าด้วยว่า ต้องการออปชั่นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้องในอนาคตสำหรับแผนการต่อไปของซีรี่ส์ 7 ก็คือ การขึ้นสายประกอบในประเทศ หรือ CKD ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายลดลงเพราะไม่ต้องแบกภาระภาษีศุลกากร 80% นอกจากนั้นก็ยังมีแผนส่งออกรถจากไทยไปยังประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com