มาสด้า สวนวิกฤตเศรษฐกิจ ลุยเปิดรถใหม่ดันยอดโต7%

Home / ข่าวสาร / มาสด้า สวนวิกฤตเศรษฐกิจ ลุยเปิดรถใหม่ดันยอดโต7%

มาสด้า มั่นใจไตรมาส 3 เศรษฐกิจโลกเริ่มกระเตื้อง ประกาศเดินเกมรุก ด้วยการเปิดตัวรถใหม่ต่อเนื่อง ล่าสุดส่ง MX5 และมาสด้า 3 รุ่นพิเศษ MOVE Series ลงสร้างสีสันให้ตลาด พร้อมเพิ่มงบพัฒนาผู้แทนจำหน่าย ด้วยการติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์รองรับฐานข้อมูลลูกค้า หวังดันยอดขายปีนี้โต 7%

มร.จอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวในช่วงนี้ แต่มาสด้าจะไม่มีการชะลอแผนธุรกิจในประเทศไทย โดยยังเปิดตัวสินค้าใหม่ การพัฒนาเครือข่ายจำหน่าย โดยล่าสุด มาสด้า เปิดตัวรถไมเนอร์เชนจ์ 2 รุ่น คือ โรดสเตอร์ MX-5 RHT ที่ปรับเปลี่ยนทั้งรูปทรง และรายละเอียดด้านเทคนิค ราคา 2.64 ล้านบาท และอีกรุ่นหนึ่งคือ มาสด้า 3 ที่เพิ่มเติมรุ่นพิเศษ 2 รุ่นได้ปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมอุปกรณ์บางรายการและปรับราคาขึ้นประมาณ 3 หมื่นบาท โดย รุ่น i-MOVE เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร เป็นรุ่นที่เน้นความคุ้มค่าควบคู่กับความสปอร์ต สะท้อนความคุ้มค่าชัดเจนด้วยราคาเพียง 897,000 บาท และรุ่น S-Move เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร อุปกรณ์สปอร์ตสไตล์ MPS ด้วยราคาเพียง 1,110,000 บาท และจำกัดการผลิตเพียง 300 คันเท่านั้นสำหรับการเปิดตัวรถสปอร์ตโรดสเตอร์ Mazda MX-5 RHT ใหม่ และมาสด้า3 ใหม่ รุ่นพิเศษ MOVE Series ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากตลาดรถยนต์นั่งของมาสด้ามีทิศทางการเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายรถมาสด้า3 เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตลาด C เซ็กเมนต์

ผมคาดหมายว่า นับจากนี้ไป ยอดขายมาสด้า3 จะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 400 คัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เติบโตขึ้นจากในปี 2551 สำหรับในปี 2552 นี้ คาดว่ายอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าจะอยู่ที่ 12,000 คัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 5,600 คัน สปอร์ตปิกอัพมาสด้า บีที-50 จำนวน 6,400 คัน มร.จอห์น เรย์ กล่าวนอกจากนี้ มาสด้ายังเตรียมตัวแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่อีกหลายรุ่น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มาสด้า โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง มาสด้าเตรียมเปิดตัวรถสปอร์ตอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ Mazda CX-9 และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มาสด้า2 นอกจากนี้ มาสด้าพร้อมขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันมาสด้ามีผู้จำหน่ายทั้งสิ้น 94 แห่ง และภายในปี 2553 ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 110 แห่งทั่วประเทศ

มาสด้าจะเพิ่มงบประมาณสำหรับการติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็นจากเดิม 1.4% ของยอดขายเป็น 2% ซึ่งโปรแกรมที่สำคัญคือ Sale Prospect Follow up System ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันติดตั้งแล้วในตัวแทนจำหน่าย 40 แห่ง มีแผนเพิ่มเป็น 60 แห่ง และในเดือนมิถุนายน จะติดตั้งระบบใหม่ คือ Retail Sale System ซึ่งจะช่วยให้ตัวแทนทำงานง่ายขึ้น และยังสามารถบริหารสต็อกและพัฒนาโปรแกรมหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในปีนี้ คาดว่าจะทำให้ยอดขายมาสด้าในปีนี้ทำได้ 1.2 หมื่นคัน เติบโตจากปีที่ผ่านมา 7% ขณะที่ตลาดรวมรถยนต์ไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 5.25 แสนคัน เพราะมาสด้ามั่นใจว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งไทย จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับแนวทางการตลาดในปีนี้ยังคงแนวทางแบบซูม-ซูม จะเน้นการนำเสนอรูปแบบการตลาดที่เน้นความแปลกใหม่ผ่านการนำเสนอรถรุ่นที่หลากหลาย ทั้งงานโฆษณาและกิจกรรมที่จะจัดสู่ตลาดในระดับท้องถิ่น ซึ่งหลังจากเปิดตัวกับสื่อแล้ว จะมีแคมเปญโฆษณาควบคู่กับส่งเสริมการขายแบบลงพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

โดยเน้นผ่านผู้จำหน่ายเป็นหลัก และเน้นกลยุทธ์การสื่อสารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลัก (Core Customer) สร้างเสริมการรับรู้และเข้าถึงภาพลักษณ์ของสินค้าผ่านสื่อครบวงจร ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ สื่อออนไลน์ สื่อมือถือ ไดเร็กมาร์เก็ตติ้ง กิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายทั้งที่โชว์รูมและลงพื้นที่ระดับท้องถิ่น โดยในปี 2552 นี้ จะยังคงไม่ทิ้งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาพลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมให้ความมั่นใจในความปลอดภัย อบอุ่นใจตลอดการเดินทาง ด้วยข้อเสนอและเงื่อนไขสุดพิเศษจากมาสด้า ทั้งนี้รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับประกันคุณภาพนานถึง 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com