ฮีโน่ เปิดตัวรถ เอ็นจีวี ใหม่ หวังดึงมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม 5%

Home / ข่าวสาร / ฮีโน่ เปิดตัวรถ เอ็นจีวี ใหม่ หวังดึงมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม 5%

ฮีโน่ แนะนำรถบรรทุกขนาดกลางขุมพลังจากเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติรายแรกในเมืองไทย เคาะราคาขึ้น 7 แสนบาท ชูจุดขายด้านมาตรฐาน และความปลอดภัยจากโรงงาน หวังโตสวนกระแส ขณะที่ตลาดรวมดิ่งลง 30% ตั้งเป้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์อีก 5% แถมยังปรับกลยุทธ์ด้านบริการใหม่ดึงใจลูกค้ามร.โยชิโนริ โนกูจิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปีนี้ว่า บริษัทได้แนะนำรถบรรทุก 6 ล้อ รุ่น FG1J 220 แรงม้า และรถหัวลาก 10 ล้อ รุ่น FM1J 260 แรงม้า ที่มีขุมพลังจากเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ (CNG/NGV) สู่ตลาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมชูจุดขายด้านมาตรฐาน และความปลอดภัย จากโรงงาน ฮีโน่ ที่ได้การรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล ภายใต้แนวคิด SAVE SAFE CLEAN (SSC) จึงทำให้รถ ฮีโน่ เอ็นจีวี ใหม่ มีพละกำลังแรงที่ไม่แพ้เครื่องยนต์ดีเซล มีความทนทาน มีความปลอดภัย มีความประหยัดเชื้อเพลิง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุด ที่พร้อมจะสร้างผลกำไรให้ผู้ใช้อย่างคุ้มค่าเงินสูงสุดๆ ซึ่งเหมากับยุคเศรษฐกิจถดถอยอย่างเช่นปัจจุบัน

โดยรุ่นรถ 6 ล้อ ขนาด 220 แรงม้า และรถหัวลาก 2 เพลา 260 แรงม้า ซึ่งจะมีราคาจำหน่ายสูงกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 700,000 บาท เนื่องจากเทคโนโลยีที่บริษัทนำมาใช้นั้น ถือเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ให้สมรรถนะที่ดี ขณะที่มีอัตราการกินน้ำมันใกล้เคียงกับรถเครื่องยนต์ดีเซล แต่มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงถูกลงกว่า 50%สำหรับกลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้แก๊สอยู่แล้ว ซึ่งมีสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีอยู่ในพื้นที่ โดยบริษัทจะเน้นลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ภาคตะวันออก และภาคกลางเป็นหลัก ทั้งนี้บริษัทคาดว่ารถเอ็นจีวีจะมีสัดส่วนการขายประมาณ 10% ขณะที่รถดีเซลจะมีสัดส่วน 90% ของยอดขายในปีนี้ส่วนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานั้น บริษัททำยอดขายได้ 7,156 คัน แบ่งเป็นรถขนาด 2-3 ตัน จำนวน 900 คัน ที่เหลือเป็นรถขนาด 3.5 ตันทั้งหมด ขณะที่ตลาดรวมรถยนต์หดตัวลงกว่า 30% แต่บริษัทสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้อีก 5% โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 40%

สาเหตุที่บริษัทสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้มาจากปัจจัย 2 ประการ คือ บริษัทได้แนะนำรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ยูโร 3 และเป็นการเปิดตัวก่อน คู่แข่งรายอื่น จึงมีโอกาสทางการตลาดมากกว่า ขณะที่รถรุ่นนี้มีข้อดีในด้านของการประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่ดีกว่า จึงเป็นปัจจัยให้บริษัททำยอดขายได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านบริการหลังการขายใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ฮีโน่ พรีเมี่ยม เซอร์วิส ซึ่งเป็นการบริการที่ช่วยให้รถวิ่งใช้งานได้ตลอด 24 ช.ม. และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 5,000-6,000 คัน โดยคาดว่าจะรักษาส่วนแบ่งตลาดที่ 40% เอาไว้อย่างต่อเนื่อง

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com