กรมขนส่งเผยรถป้ายแดง ปี51 ยอดทะลุ 2 ล้านคัน

Home / ข่าวสาร / กรมขนส่งเผยรถป้ายแดง ปี51 ยอดทะลุ 2 ล้านคัน

กรมการขนส่งทางบก เผยยอดรถจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) ปี 2551 ทั่วประเทศกว่า 2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.7 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2550 เป็นรถจักรยานยนต์กว่า 1.7 ล้านคัน คาดมีผู้สนใจ ใช้รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ที่รองรับพลังงานทางเลือกเพิ่มสูงขึ้น

นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในปี 2551 ที่ผ่านมา มีผู้นำรถใหม่ (ป้ายแดง) มาจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2 ล้านคัน เป็นรถเก๋งและรถปิคอัพเกือบ 6 แสนคัน ในขณะที่ รถจักรยานยนต์มียอดจดทะเบียนกว่า 1.7 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 กว่า 1 แสนคัน และคาดว่าในปี 2552 นี้ รถจักรยานยนต์และรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่สามารถนำไปติดตั้งระบบเพื่อใช้พลังงานทางเลือกอื่นมีแนวโน้มจดทะเบียนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

นายชัยรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดรถจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) ทั่วประเทศ ในปี 2551 มีจำนวน ทั้งสิ้น 2,357,559 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 106,166 คัน เป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2522 (รถเก๋ง รถตู้ รถปิคอัพ และรถจักรยานยนต์) จำนวน 2,325,972 คัน และรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (รถบรรทุกและรถโดยสาร) จำนวน 31,587 คัน โดยยอดจดทะเบียนรถเก๋งมีจำนวนทั้งสิ้น 318,724 คัน เพิ่มขึ้น จากปี 2550 จำนวน 21,405 คัน หรือคิดเป็น 7.2 เปอร์เซ็นต์ รถปิคอัพ จำนวน 274,449 คัน ลดลงจากปี 2550 จำนวน 22,204 คัน หรือคิดเป็น 7.4 เปอร์เซ็นต์ รถตู้ จำนวน 17,919 คัน ลดลงจากปี 2550 จำนวน 1,147 คัน หรือคิดเป็น 6 เปอร์เซ็นต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1,714,880 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 108,183 คันหรือคิดเป็น 6.7 เปอร์เซ็นต์ โดยรถจักรยานยนต์มีแนวโน้มจดทะเบียนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉพาะในเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา มีรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ จำนวน 116,589 คัน สูงกว่าเดือนธันวาคมปี 2550 ถึง 12,952 คัน สำหรับรถบรรทุก ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มียอดจดทะเบียนรถใหม่ (ป้ายแดง) จำนวนทั้งสิ้น 26,199 คัน ลดลงจากปี 2550 จำนวน 1,991 คัน หรือคิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ และรถโดยสารจดทะเบียน จำนวน 5,388 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 จำนวน 1,920 คัน หรือกว่า 55 เปอร์เซ็นต์

จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน นอกจากจะทำให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ขนาดเล็ก ที่สามารถติดตั้งระบบพลังงานทางเลือกใหม่ หรือรถจักรยานยนต์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งก็มีแนวโน้มหันมาใช้รถที่ใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยรถโดยสาร ที่จดทะเบียนใหม่ในปี 2551 จำนวนกว่า 5 พันคัน เป็นรถที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิงถึงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาจาก www.grandprixgroup.com